
สุเทพจะถามพาณิชย์กรณีนำเข้าปาล์ม
นายกฯเผยอังคารนี้สุเทพ-ไตรรงค์จะถามพาณิชย์ทำไมต้องรอนำเข้าปาล์ม สุเทพ ยันพร้อมฟันนักการเมืองมีเอี่ยวน้ำมันปาล์มทำตลาดขาดแคลน ขู่ให้เอกชนนำเข้าแทนกระทรวงพาณิชย์ โฆษกพท. จี้รัฐแก้ปัญหาน้ำมันปาล์มขาด เหน็บมาร์คหล่อลอยตัว ยุมาร์ค-เทพเทือกนั่งควบรมว.พาณ
(18ก.พ.) เมื่อเวลา 12.15 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้ปัญหาปาล์มว่า ดีเอสไอต้องดูปัญหาการกักตุน ซึ่งจะเป็นคนละส่วนกับการประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มฯวันอังคารนี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯและนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี จะคุยกับกระทรวงพาณิชย์ว่าทำไมต้องรอการนำเข้าปาล์มหลังจากครม.อนุมัติให้นำเข้าแล้ว 1.2 แสนตัน ไม่มีเหตุผลที่อ้างว่ายังไม่นำเข้าเพราะจะประเมินตลาดก่อนโดย ซึ่งถือว่าช้าเพราะประชาชนเดือดร้อน ไม่เช่นนั้นจะไม่อนุมัติมากขนาดนี้ ถือว่านโยบายจบแล้ว
“สุเทพ”ยันพร้อมฟันนักการเมืองมีเอี่ยวน้ำมันปาล์ม
ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่มีการวิจารณ์ว่ามีนักการเมืองได้รับประโยชน์จากปัญหาน้ำมันปาล์มขาดตลาด ว่า เรื่องนี้พูดกันมาหลายวันแล้วแต่ก็ไม่เห็นออกมาระบุให้ชัดเจน บางคนเลอะเทอะถึงกับออกมาพูดว่านักการเมือง “ ส” ที่หมายถึงนั้น คือ ตนหรือไม่ จะได้ทราบ ขอให้พูดมาให้ชัดเจนจะได้ไม่เสียหาย และเมื่อตนลงมาแก้ไขปัญหานี้ก็ได้มอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ( ดีเอสไอ)มาตรวจสอบ หากพบว่ามีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องไม่ว่าจะมีชื่อย่อ ส. ก. หรือ ฮ.ก็ตามเข้ามาเกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีกับทุกคน
นายสุเทพ กล่าวต่อว่า กรณีนี้เป็นความเดือดร้อนของประชาชนทุกครอบครัว น้ำมันพืชเป็นสิ่งที่ครอบครัวต้องใช้ในชีวิตประจำวัน เมื่อเกิดภาวะขาดแคลนต่อเนื่องยาวนาน ก็ได้อนุมัติให้นำเข้าจากต่างประเทศแต่ในครั้งแรกไม่สามารถแก้ไขปัญหาไม่ได้ และเมื่ออนุมัตินำเข้าครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ยังนำเข้าไม่ได้ อย่างนี้ก็ต้องตรวจสอบว่าเกิดอะไร หากกระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถดำเนินการได้ก็จะให้เอกชนนำเข้า ซึ่งจะหายุติในเรื่องนี้อีกครั้งในการประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติในวันที่ 22 ก.พ.นี้ ตนจะต้องทำให้ปัญหานี้ยุติลงให้ได้
"เพื่อไทย"จี้รัฐแก้ปัญหาน้ำมันปาล์มขาด
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า รัฐบาลควรจะให้ความสนใจกับการแก้ปัญหาให้กับประชาชนให้มากกว่านี้ โดยเฉพาะเรื่องสินค้าอุปโภคบริโภคที่ราคาแพงขึ้น เช่น น้ำมันปาล์ม เพราะเดี๋ยวนี้มีอาชีพใหม่เกิดขึ้นคือ การเข้าคิวรอซื้อน้ำมันปาล์มของกระทรวงพาณิชย์ในราคาขวดละ 47 บาทแล้วนำมาแบ่งใส่ถุงขายในราคา 65-70 บาท โดยมีนักการเมืองร่วมหัวกันกับพ่อค้า ขณะที่บางแห่งประชาชนถึงกับชกต่อยกันเพื่อแย่งกันซื้อน้ำมันปาล์มเหมือนแย่งกับซื้อน้ำในทะเลทราย
"การที่นายสุเทพ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ พึ่งสั่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าไปตรวจสอบการกักตุนน้ำมันปาล์มว่ามีนักการเมืองอักษรย่อ “ส. และ พ.” อยู่เบื้องหลังการกักตุนน้ำมันปาล์มเพื่อเอาไปขายใต้ดินกว่า 3 ล้านขวดตลอด 2 เดือนที่ผ่านมานั้น รู้หรือไม่ว่าขณะนี้กำไรจากส่วนต่างอยู่ที่ 23 บาทต่อขวดเกือบพันล้านบาทแล้ว แต่รัฐบาลความรู้สึกช้า นายสุเทพโยนบาปให้กับกระทรวงพาณิชย์แต่กระทรวงพาณิชย์กลับบอกว่าเมื่อต้นน้ำเน่ามาอย่างไรปลายน้ำมันก็เน่าอย่างนั้น ดังนั้นฉายาที่สื่อมวลชนตั้งให้กับนายอภิสิทธิ์ว่า “หล่อหลักลอย” นั้น น่าจะเพิ่มเป็น “หล่อลอยตัว” มากกว่า การที่นายอภิสิทธิ์บริหารประเทศโดยไม่แสดงความรับผิดชอบ ทั้งกรณีคนเสื้อแดงเสียชีวิต 91 ศพจากการสลายการชุมนุม จับตรงไหนก็เกิดการทุจริตตรงนั้นในรัฐบาล รวมทั้งเกิดปัญหาตามแนวชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาแต่รัฐบาลก็ยังอยู่ได้ ผมขอยกระดับนายอภิสิทธิ์จากเดิมที่เป็นโฆษกฯ เทวดา สมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี เป็น นายกฯ เทวดา" นายพร้อมพงศ์ กล่าว
นายพร้อมพงศ์ กล่าวด้วยว่า พรรคเพื่อไทยหมดหวังกับรัฐบาลที่จะแก้ไขปัญหาสินค้าราคาแพง จึงอยากวิงวอนไปถึงนักการเมืองที่อยู่เบื้องหลังและพ่อค้าแม่ค้าที่กักตุนสินค้าว่า ผ่านมา 2 เดือนกว่าแล้ว พวกท่านรวยกันพอแล้ว ควรจะหยุดหากินบนความเดือนร้อนของประชาชนเสียที วันนี้( 18 ก.พ.)เป็นวันมาฆบูชา ขอให้ช่วยลด ละ เลิก การกักตุนและปั่นราคาเพื่อหาประโยชน์เสียที ตนขอเสนอให้นายอภิสิทธิ์ยึดกระทรวงพาณิชย์กลับมาบริหารเอง เหมือนสมัยที่นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เคยนั่งควบกระทรวงกลาโหมมาแล้ว เพื่อที่สุดท้ายจะได้รู้ว่า คนที่จบจากมหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด ประเทศอังกฤษนั้นจะมีปัญญาแก้ปัญหาสินค้าราคาแพงในประเทศไทยหรือไม่ แต่ถ้าไม่กล้าก็ขอเสนอให้นายสุเทพนั่งควบกระทรวงพาณิชย์แทน และถ้าหากยังแก้ปัญหาไม่ได้อีกประชาชนจะได้รู้ว่า รัฐบาลนี้มีแต่เส้น ไม่มีน้ำยา
ด้านนายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ทั้งในกทม.และต่างจังหวัด พบว่าน้ำมันปาล์มล็อตแรกที่กระทรวงพาณิชย์นำเข้ามา และขายในราคาขวด 1 ลิตรราคา 47 บาทนั้นไม่สามารถหาซื้อได้ โดยจากการลงพื้นที่ตลาดสดบางกะปินั้น พ่อค้าแม่ค้าระบุว่าไม่สามารถนำน้ำมันปาล์มขวดฝาสีฟ้าของกระทรวงพาณิชย์มาจำหน่ายในราคาขวดละ 47 บาทได้เพราะขณะนี้ในตลาดมืดขายกันอยู่ที่ราคา 70 บาท จึงไม่อยากนำขึ้นมาขายบนแผงค้า เพราะจะทำให้ต้องขายในราคา 47 บาทตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ไม่เพียงแค่น้ำมันปาล์มเท่านั้น ยังมีสินค้าอีกประมาณ 15 รายการที่มีราคาสูงขึ้นและมีแนวโน้มที่จะขาดตลาดด้วย เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันทานตะวัน กะทิกล่อง น้ำตาลทราย ข้าวสารบางชนิด เนื้อสุกรชำแหละ ไข่ไก่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป นมผงขาดมันเนย อาหารกระป๋อง ผงซักฟอก สบู่ น้ำยาล้างจาน แชมพู และผ้าอนามัย ดังนั้นเมื่อพรรคเพื่อไทยเสนอให้รัฐบาลรีบแก้ไขปัญหาแต่รัฐบาลกลับปล่อยปะละเลย พรรคเพื่อไทยจึงได้ประสานกับผู้ประกอบการบางรายที่จำหน่ายสินค้าบางชนิดเช่น น้ำมันปาล์ม ข้าวสาร ไข่ไก่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และปลากระป๋อง เพื่อจัดเป็นตลาดนัดสินค้าราคาถูกขึ้นที่พรรคเพื่อไทยในวันที่ 22 ก.พ.
นายวิม กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ พรรคกำลังประสานกับผู้ประกอบการอีกหลายรายเพื่อขอให้ช่วยนำสินค้าต่างๆ มาจำหน่ายในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดเล็กน้อยเพิ่มเติมอีกด้วย เพื่อเป็นการแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นการชั่วคราว ทั้งนี้พรรคไม่ได้เป็นผู้จำหน่ายสินค้าราคาถูกเอง แต่เป็นเพียงผู้ประสานและเอื้อเฟื้อสถานที่เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในส่วนของพื้นที่ต่างจังหวัดนั้น พรรคได้มอบหมายให้เป็นดุลยพินิจของส.ส.ในพื้นที่นั้นๆ ว่า จะประสานเพื่อหาช่องทางช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้อย่างไรบ้าง เนื่องจากพื้นที่แต่ละจังหวัดนั้นมีสภาพที่ไม่เหมือนกัน



