ข่าว

สเก็ตซ์ภาพคนร้ายคาร์บอมบ์ยะลาได้แล้ว

สเก็ตซ์ภาพคนร้ายคาร์บอมบ์ยะลาได้แล้ว

18 ก.พ. 2554

ผู้การฯเผยสะเก็ตซ์ภาพคนร้าย “คาร์บอมบ์” ได้แล้ว หน่วยข่าวได้กลิ่นเยาวชนสตรีมุสลิม ผ่านการใช้อาวุธสงครามในต่างประเทศ เตรียมก่อเหตุในพื้นที่ ตร.ยะลาสนธิกำลังรปภ.เข้มไทยพุทธ8อ.ทำบุญมาฆบูชา พุทธศาสนิกชนชาวยะลาร่วมพิธีเวียนเทียนที่วัดเวฬุวันเป็นจำนวนมาก

จากกรณีเกิดเหตุคนร้ายนำรถยนต์ซุกซ่อนวัตถุระเบิด มาจอดที่หน้าร้านเฮนเบเกอรี่ ถนน ณ นคร เขตเทศบาลนครยะลา    แล้วจุดชนวนระเบิดขึ้นในขณะที่มีรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ทหารวิ่งผ่านมา เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ทหารและประชาชนได้รับบาดเจ็บจำนวน  18  ราย นอกจากนั้นยังทำให้บ้านเรือนที่เป็นร้านค้าถูกเพลิงไหม้นับสิบคูหา เหตุเกิดเมื่อเวลา  09.50  น.วันที่  13  กพ. 54   ที่ผ่านมา ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น

 ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 18 กพ. 2554 เวลา 11.00 น. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พล.ต.ต.โชติ   ชวาลวิวัฒน์   ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุ ตนเองได้เรียกประชุมทีมสืบสวนสอบสวน เพื่อวางแผนการติดตามตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุ   ซึ่งภายหลังจากได้ทำงานร่วมกันหลายหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 11   เจ้าหน้าที่ตำรวจจากศูนย์ปฎิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่เกี่ยวข้อง ก็สามารถเชื่อมโยงถึงกลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้ได้ โดยพบว่ารถคันที่นำมาก่อเหตุถูกโจรกรรมมากจาก อ.เทพา จ.สงขลา และได้นำไปมีส่วนร่วมในการก่อเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่ จ.ปัตตานี และในพื้นที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ด้วย ก่อนที่จะนำมาทำคาร์บอมใน จ.ยะลา ซึ่งขณะนี้ได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเพื่อที่จะออกหมายจับกลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้แล้ว

 “นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังได้เชิญพยานบุคคล มาสะเก็ตซ์ภาพผู้ต้องสงสัยแล้ว และสามารถสะเก็ตซ์ภาพได้   เฉพาะในส่วนของพยานที่เห็น   ซึ่งในวันนี้( 18 กพ) จะมีการประชุมเพื่อนำข้อมูลที่ได้จากการตรวจสอบของแต่ละหน่วย มาดูว่าจะขยายผลเพื่อนำไปสู่การจับกุมคนร้ายได้หรือไม่   โดยคนร้ายที่สามารถสะเก็ตซ์ภาพได้นั้น พยานแจ้งว่าเป็นผู้ที่นำรถบรรจุระเบิดมาจอดตรวจจุดเกิดเหตุ และเป็นบุคคลเดียวที่ปรากฏตัวในกล้องวงจรปิด ” ผบก.ภ.จว.ยะลา กล่าว

 รายงานจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ระบุว่า สำหรับผู้ต้องสงสัยที่สามารถสะเก็ตซภาพได้นั้น เป็นชายอายุประมาณ 25-30 ปี   สูง 170-175 ซม. สีผิวดำแดง หน้าตาคล้ายชาวปากีสถาน ลักษณะเด่นมีหนวดเครา จมูกโด่ง   ทรงผมรูปแบบมาเลย์ ลักษณะท่าทางการเดินขาไม่เท่ากัน    โดยมีข้อสังเกตว่า ท่าทางการเดินที่ดูเหมือนขาไม่เท่ากันนั้น ตรงกับคนร้ายที่นำรถ จยย.แบบพ่วงข้างบรรทุกระเบิด มาจอดที่หน้าโชว์รูมรถมาสด้า เมื่อวันที่   26 พค. 53 ที่ผ่านมา

หน่วยข่าวระบุเยาวชนสตรีมุสลิมผ่านการฝึกตปท.

 จากกรณีที่แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์     โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม     ออกมาระบุว่าคนร้ายที่โจมตีฐานปฎิบัติการ ร้อย ร. 15121   ฉก.นราธิวาส   38   ที่ผ่านมา ว่า พยานหลักฐานที่ได้จากจุดเกิดเหตุ หลังจากได้ทำงานร่วมกันทั้งฝ่ายตำรวจและทหารในพื้นที่ ก็ได้ข้อมูลที่ออกมาตรงกันก็คือ กระสุนปืนที่ใช้ในการก่อเหตุ รวมทั้งที่ จนท.เก็บดีเอ็นเอ จากวัตถุพยานในที่เกิดเหตุทั้งหมด ขณะนี้ได้วัตถุพยานมากกว่า   50-60   คน ประเด็นสำคัญพบว่าดีเอ็นเอ ของคนร้ายที่ก่อเหตุ เป็นแนวร่วมรุ่นใหม่ เนื่องจากเป็นดีเอนเอ ที่ไม่ตรงกับข้อมูลเดิมที่มีอยู่

 ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อวันที่   18   ก.พ. 2554   เวลา   10.00   น. หน่วยข่าวที่เกาะติดสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้นำภาพเยาวชนสตรีมุสลิมอายุประมาณ   17-20   ปี ที่มีการฝึกใช้อาวุธปืนสงครามในท่าเตรียมพร้อมแจกจ่ายตามหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อตรวจสอบว่ามีเยาวชนสตรีมุสลิมในพื้นที่ใดบ้างของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีการฝึกใช้อาวุธปืนสงคราม ตามภาพบ้างหรือไม่

 เนื่องจากหน่วยข่าวในพื้นที่ พบเบาะแสความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้ปลุกระดมเยาวชนสตรีมุสลิมในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะกลุ่มสตรีมุสลิมที่มีความรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเหตุความไม่สงบในพื้นที่ เช่นญาติพี่น้องเสียชีวิตจากเหตุความไม่สงบ โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุไปบิดเบือนข้อมูลว่าเป็นการกระทำของฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ โดยให้กลุ่มสตรีเหล่านี้เข้ามาร่วมขบวนการ เพื่อส่งไปฝึกการใช้อาวุธปืนสงครามให้ ในต่างประเทศ เพื่อกลับมาก่อเหตุซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ ซึ่งที่ผ่านมามีรายงานว่ามีการส่งไปฝึกเยาวชนสตรีมุสลิมแล้วจำนวนหลายรุ่น

 ประกอบ กับการก่อเหตุซุ่มยิงจุดตรวจในพื้นที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส และพื้นที่ จ.ปัตตานี กลุ่มคนร้ายได้แต่งกายคล้ายสตรีมุสลิมเข้ามาก่อเหตุหลายครั้ง จึงมีความเป็นไปได้สูงว่า กลุ่มที่มาก่อเหตุอาจะเป็นกลุ่มเยาวชนสตรีมุสลิม ที่ผ่านการฝึกมาจากต่างประเทศจริง ขอให้ทุกหน่วยระมัดระวังคนร้ายที่มักแต่งกายคล้ายสตรีมุสลิมเป็นพิเศษ โดยเฉพาะจุดตรวจจุดสกัดเพิ่มความระมัดระวังและเพิ่มความเข้มในการรักษาความ ปลอดภัยด้วย

ตร.ยะลาสนธิกำลังรปภ.เข้มไทยพุทธ8อ.ทำบุญมาฆบูชา

  พล.ต.ต.สายัณห์  กระแสแสน รองผูบัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจชายแดนภาคใต้  เปิดเผยว่า  ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ตลอดจนฝ่ายปกครองทั้ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4  อำเภอจังหวัดสงขลา ได้ร่วมกันปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มรูปแบบ    ทั้งนี้เพื่อเป็นรักษาความปลอดภัยและป้องกันปัญหาความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงที่ชาวไทยพุทธในพื้นที่ออกมาทำบุญวันมาฆบูชา

 เบื้องต้นยอมรับว่ามีการแจ้งเตือนจากหน่วยข่าวความมั่นคงที่อาจจะมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีอาจจะแฝงตัวกับพุทธศาสนิกชนเข้ามาก่อเหตุความวุ่นวาย  แต่ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการกระจายกำลังตามจุดยุทธศาสตร์ทุกจุดเพื่อสกัดความเคลื่อนไหวของกลุ่มดังกล่าว

 “จากความพร้อมของเจ้าหน้าที่ทุกส่วน ตลอดจนการให้ความร่วมมือจากภาคประชาชน  เชื่อว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ต่างๆ ให้อยู่ในภาวะปกติได้  โดยเฉพาะในช่วงที่มีการออกมาทำบุญของพี่น้องชาวไทยพุทธในวันมาฆบูชานี้  และในส่วนของการแจ้งเตือนจากหน่วยข่าวความมั่นคงนับว่าเป็นการแจ้งเตือนที่มีอยู่เป็นระยะๆ อยู่แล้ว  ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เองได้ร่วมกันปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่ และเชื่อว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ต่างๆ ในอยู่ในภาวะปกติได้เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์” พล.ต.ต.สายัณห์  กล่าว

 นอกจากนี้ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา  ยังกล่าวด้วยว่า จากการปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้ชาวไทยพุทธในพื้นที่มีความเชื่อมั่นในความปลอดภัย  จนทำให้บรรยากาศการออกมาทำบุญในวันสำคัญทางพุทธศาสนาวันนี้เป็นไปด้วยความคึกคัก 

ร่วมพิธีเวียนเทียนวันมาฆบูชาที่วัดเวฬุวันจำนวนมาก

 เมื่อเวลา 11.30 น.  ที่วัดเวฬุวัน  อำเภอเมือง จังหวัดยะลา นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้เป็นประธานนำพุทธศาสนิกชนชาวยะลา  ทั้ง ข้าราชการ ตำรวจ ทหาร นักเรียน นักศึกษา  และประชาชน จำนวนกว่า 500 คน ร่วมพิธีเวียนเทียน เนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา “ วันมาฆบูชา ” ซึ่งตรงกับวันเพ็ญ เดือน 3 ของทุกปี ทั้งนี้ เพื่อร่วมกันระลึกถึงพระคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์และระลึกถึงวันสำคัญทางพุทธศาสนา

 สำหรับการจัดกิจกรรมในวันมาฆบูชา จ.ยะลา ได้กำหนดให้ ตามวัดต่างๆ จัดพิธีเวียนเทียน โดยที่วัดเวฬุวัน ได้จัดพิธีเวียนเทียนในช่วงเที่ยงเพื่อความปลอดภัยของพุทธศาสนิกชนที่จะเดินทางมาร่วมทำบุญกันที่วัด ซึ่งนอกจากวัดเวฬุวันแล้ว  ในช่วงเย็นวันนี้ เวลา 16.00 น.จะมีพิธีเวียนเทียนที่วัดเมืองยะลา เวลา 16.30 น.จะมีพิธีเวียนเทียนที่วัดพุทธภูมิ พระอารามหลวงยะลา และที่วัดยะลาธรรมาราม

 วันมาฆบูชา เป็นวันที่มีการประชุมสังฆสันนิบาตครั้งใหญ่ในพุทธศาสนา ที่เรียกว่า "จาตุรงคสันนิบาต" และเป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดง โอวาทปฎิโมกข์ แก่พระสงฆ์สาวกเป็นครั้งแรก ณ เวฬุวันวิหาร กรุงราชคฤห์ เพื่อให้พระสงฆ์นำไปประพฤติปฏิบัติ และนำหลักธรรมคำสอนไปเผยแพร่แก่พุทธศานิกชนเพื่อให้ชาวพุทธได้นำไปประพฤติ ปฎิบัติตนในการกระทำแต่ความดี  งดเว้นการทำชั่ว และทำจิตใจให้ผ่องใส   เพื่อให้เกิดความสุขแก่ตนเอง  สังคม  และเกิดความสันติสุขในพื้นที่และประเทศชาติ ต่อไป

มทภ.4ผู้ว่าฯ นำพุทธศาสนิกชนชาวยะลา ร่วมทำบุญ

 เมื่อเวลา 07.00 น.ที่วัดเมืองยะลา   พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์  แม่ทัพภาคที่ 4   พร้อมด้วย นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา   พล.ต.ท.ไพฑูรย์  ชูชัยยะ  ผู้บัญชาการศูนย์ปฎิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ พล.ต.ต.โชติ   ชวาลวิวัฒน์  ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พล.ต.ปรีชา  จันทร์โอชา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา พร้อมด้วยบรรดาข้าราชการทหาร ตำรวจ และพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดยะลา โดยได้นำข้าวสาร อาหารแห้ง ดอกไม้  มาร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์  พร้อม รับศีล ฟังธรรม  เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับตนเองและครอบครัว เนื่องในวันมาฆาบูชา ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยทั้งด้านนอก ด้านใน ภายในวัดเมือง อย่างเข้มงวด

 โดยกิจกรรมในวันนี้นอกจากจะมีการทำบุญตักบาตร แล้ว จะมีการจัดสำรับคาวหวานไปทำบุญถวายภัตตาหาร รับฟังพระแสดงพระธรรมเทศนา เจริญสมาธิภาวนา และในตอนเย็นจะมีพิธีเวียนเทียนเพื่อระลึกถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

ประชาชนจ.นราธิวาสร่วมทำบุญวันมาฆบูชา

 เมื่อเวลา 07.30 น. ณ สวนกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เมือง จ.นราธิวาส นายธนน เวชกรกานนท์ ผวจ.นราธิวาส พ.อ. สุวิทย์ มหาศักดิ์สุนทร รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส และข้าราชการรวมทั้งประชาชน จำนวนกว่า 300 คน ได้ร่วมกันประกอบพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง แก่พระสงฆ์จากวัดต่างๆรวมทั้งพระสงฆ์โครงการนำชัยคุ้มภัยใต้ จำนวน 50 รูป เนื่องในวันมาฆบูชา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พร้อมทั้งตั้งจิตอธิฐานกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้วายชนม์ อันสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในระยะ 8 ปีที่ผ่านมา

 และช่วงเย็นเวลา 16.00 น.ของวันเดียวกันนี้ ทางจังหวัดนราธิวาสได้จัดพิธีเวียนเทียนที่วัดประชุมชลธารา อ.สุไหงปาดี เพื่อใช้เป็นจุดศูนย์รวมในการแสดงตนเป็นพุทธมามกะ