
ยูเอ็นวอนชาติอาหรับยุติใช้ความรุนแรงกับม็อบ
เลขาธิการสหประชาชาติบัน คี-มุน เรียกร้องให้รัฐบาลบาห์เรนและอีกหลายชาติทั้งในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ยุติการใช้ความรุนแรงกับผู้ประท้วงที่ชุมนุมอย่างสันติ
และขอให้นำตัวผู้ก่อความรุนแรงมาดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม พร้อมกับเรียกร้องให้ผู้นำชาติต่างๆในภูมิภาคนี้ฟังเสียงประชาชนด้วย
ถ้อยแถลงครั้งนี้มีขึ้นหลังจากปฏิบัติการของตำรวจบาห์เรนที่ใช้กำลังอย่างหนักทั้งยิงแก๊สน้ำตาและใช้กระบองทุบตีสลายกลุ่มผู้ประท้วงออกไปจากจตุรัสใจกลางกรุงมานามาเมื่อวานทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 คนและผู้บาดเจ็บอีกกว่า 200 คน ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตจากการประท้วงตลอด 5 วันเพิ่มขึ้นเป็น 7 คนแล้ว
นอกจากนี้ในเยเมน การชุมนุมประท้วงขับไล่ประธานาธิบดีเริ่มลุกลามไปยังเมืองเอเดน ตำรวจใช้ปืนยิงสลายกลุ่มผู้ประท้วง ทำให้มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บรวม 6 คนเมื่อเย็นวาน ขณะที่ผู้ประท้วงที่ชุมนุมในกรุงซานอะ เมืองหลวง เกิดปะทะกับผู้สนับสนุนรัฐบาลที่มีทั้งกระบองและกริชเป็นอาวุธ และสองฝ่ายยังขว้างปาก้อนหินเข้าใส่กันด้วย ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 25 คน
ส่วนสถานการณ์ประท้วงในวันแห่งความโกรธแค้นของลิเบียเมื่อวาน มีฝูงชนเข้าร่วมชุมนุมใน 5 เมืองรวมถึงเมืองเบนกาซีและกรุงทริโปลีเพื่อเรียกร้องให้พันเอก โมอัมมาร์ กัดดาฟี ที่ปกครองประเทศยาวนานเกือบ 42 ปีลาออก แต่ตำรวจได้ใช้กำลังปราบปรามผู้ประท้วงอย่างรุนแรงโดยใช้ทั้งแก๊สน้ำตาและกระสุนจริง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 คนในเบนกาซี



