ข่าว

ชงเก็บภาษีบุหรี่จากราคาขายปลีก

ชงเก็บภาษีบุหรี่จากราคาขายปลีก

18 ก.พ. 2554

กรมสรรพสามิตชงวิธีเก็บภาษีบุหรี่ใหม่ เก็บจากราคาขายปลีกแทนราคาหน้าโรงงาน หวังสกัดสินค้าคุณภาพต่ำราคาถูกที่ทะลักเข้าตามแนวชายแดน พร้อมรองรับการค้าเสรีอาเซียนในปี 58

 นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตได้เสนอแนวทางการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตบนราคาขายปลีกแทนการจัดเก็บจากราคาหน้าโรงงานให้ระดับนโยบายพิจารณา โดยนอกจากจะเก็บจากราคาขายปลีกแล้ว ยังจะปรับระบบให้การคิดอัตราภาษียุ่งยากน้อยลงด้วย คือจากที่คิดภาษีแบบรวมใน ก็จะเป็นแบบรวมนอกอย่างเดียว ซึ่งสาเหตุที่กรมปรับการเก็บภาษีบุหรี่เป็นสินค้าแรก เนื่องจากพบว่ามีการนำเข้าบุหรี่ราคาถูกผิดกฎหมายจำนวนมาก โดยเฉพาะตามแนวชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้เกิดการบริโภคบุหรี่ราคาถูกและมีคุณภาพต่ำ กระทบต่อสุขภาพโดยรวมของผู้บริโภค

 นอกจากนี้ เพื่อเป็นการรองรับการค้าและการลงทุนที่จะมีขึ้นจากการรวมประชาคมอาเซียนในปี 2558 เนื่องจากแนวทางการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตในปัจจุบัน เก็บบนฐานราคานำเข้าบวกค่าขนส่งและประกันอาจจะไม่เหมาะสม เพราะปัจจุบันอัตราภาษีศุลกากรส่วนใหญ่ได้ปรับลดลงเหลือ 0% ส่งผลให้มีสินค้าราคาถูกคุณภาพต่ำทะลักเข้ามาในไทยมากขึ้น ดังนั้น การเก็บอัตราภาษีในขาปริมาณจะต้องทำงานให้มากขึ้น

 “ปัจจุบันมีบุหรี่ที่ไปตั้งฐานการผลิตในประเทศอาเซียนถูกนำเข้ามาตีตลาดในประเทศ เพราะราคานำเข้าต่ำ ก็เป็นอันตราย เราก็ศึกษาว่า จะทำอย่างไร จึงได้ข้อสรุปว่า จะนำแนวทางการเก็บภาษีตามปริมาณมาใช้ แต่ก็อาจมีประเด็นที่ว่า บริษัทที่นำเข้าบุหรี่อาจปรับตัวขายบุหรี่ในราคาต่ำลง เพื่อให้ได้ประโยชน์จากนโยบายนี้” นายพงษ์ภาณุกล่าว

 อธิบดีกรมสรรพสามิตกล่าวด้วยว่า จากนี้ไปกรมสรรพสามิตมีความสำคัญเชิงการจัดเก็บรายได้มากขึ้น ทำให้ต้องปรับปรุงทั้งโครงการภาษีและการบริการ เพื่อรองรับการลงทุน โดยไทยมีแผนที่จะเสนอตัวเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงอัตราภาษีการขายในกลุ่มประเทศอาเซียนให้เป็นอัตราที่ใกล้เคียงกัน เพื่อให้การแข่งขันมีความเท่าเทียมกัน แต่เรื่องนี้เป็นประเด็นอ่อนไหว เพราะการจัดเก็บภาษีถือเป็นเรื่องภายในของแต่ละประเทศ

 “การปรับโครงสร้างภาษีเป็นหนึ่งในแนวทางที่เราจะต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นหลังการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน ซึ่งการเชื่อมโยงในเรื่องของการจัดเก็บภาษีสินค้าของกลุ่มประเทศอาเซียนที่เป็นหนึ่งเดียวกัน จะช่วยเสริมขีดแข่งขันของอาเซียนได้” นายพงษ์ภาณุกล่าว