ข่าว

สทท.ปั้นท่องเที่ยวโชว์วิถีชุมชนติวชาวบ้านขายผลิตภัณฑ์-กิจกรรมท้องถิ่น

สทท.ปั้นท่องเที่ยวโชว์วิถีชุมชนติวชาวบ้านขายผลิตภัณฑ์-กิจกรรมท้องถิ่น

18 ก.พ. 2554

สทท.จับมือ 3 หน่วยงาน จัดโครงการ "ไทยเที่ยวไทยสมานใจชุมชน" ผนึกภาคอุตสาหกรรมการผลิตและท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน เดินสายให้ความรู้แก่ชุมชนในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และกิจกรรมในท้องถิ่น นำร่องรูปแบบการอนุรักษ์ธรรมชาติ วิถีชุมชนและท่องเที่ยวเชิงซีเอสอาร์ หวังเพิ่มราย

 นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า สทท.ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมมือกับ 3 หน่วยงานสำคัญ ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. และสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ทิก้า) จัดโครงการ "ไทยเที่ยวไทยสมานใจชุมชน" โดย สอท. และ สทท.จะแลกเปลี่ยนการเรียนรู้และแนวทางการบริหารจัดการระหว่างกัน เพื่อเชื่อมโยงอุตสาหกรรมการผลิตและภาคการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน

 พร้อมกับการให้ความรู้ด้านการท่องเที่ยวแก่ชุมชนให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวทั้งรูปแบบสินค้าและบริการ รวมทั้งกิจกรรมส่งเสริมชุมชนในพื้นที่ ซึ่งเบื้องต้นจะเป็นการท่องเที่ยวในรูปแบบการอนุรักษ์ธรรมชาติ การศึกษาวิถีชุมชนและการท่องเที่ยวเชิงซีเอสอาร์ ก่อนการสร้างโอกาสการท่องเที่ยวให้แต่ละพื้นที่ต่อไป ซึ่งโครงการดังกล่าวจะใช้งบประมาณ 5 ล้านบาท

 ในปีแรกจะมีเส้นทางนำร่อง 6 เส้นทาง เพื่อที่จะคัดเลือกและพาตัวแทนระดับผู้บริหารองค์กร หรือระดับหัวหน้าฝ่ายบุคคลในหลากหลายองค์กรธุรกิจอุตสาหกรรมที่มีคุณภาพ ไปดูชุมชนใน 6 เส้นทางดังกล่าว เพื่อกระตุ้นให้เกิดการจัดการประชุมหรือท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล โดยเส้นทางในปีนี้ประกอบด้วย โคราช-ขอนแก่น ในเดือนมีนาคม, เกาะช้าง เดือนพฤษภาคม, สุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช เดือนมิถุนายน, อุบลราชธานี เดือนกรกฎาคม เชียงใหม่ เดือนกันยายน และหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ เดือนตุลาคม

 "สทท.คาดว่าจะสามารถพาตัวแทนหน่วยงานต่างๆ ไปดูเส้นทางได้ 200-250 ราย และเป็นส่วนสำคัญในการสร้างตัวเลขรายได้จากการท่องเที่ยวและประชุมสัมนา หรือไมซ์ ได้มากกว่า 1 หมื่นล้านบาทในปีนี้ เป็น 1.3-1.4 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มไม่น้อยกว่า 3-4 พันล้านบาทอย่างแน่นอน" นายปิยะมานกล่าว

 สถานการณ์ท่องเที่ยวในขณะนี้นั้น มีปัจจัยลบจากการด้านการชุมนุมทางการเมือง และปัญหาข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เนื่องจากปัจจุบันมีช่องทางในการสื่อสารหลายด้าน ซึ่งหากไม่มีการชี้แจงสถานการณ์ที่ดีก็อาจมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศไทย รวมทั้งความมั่นใจของนักท่องเที่ยวต่างประเทศ