ข่าว

ไม่ติดกับแต่ก็ต้องเดินหน้า

ไม่ติดกับแต่ก็ต้องเดินหน้า

18 ก.พ. 2554

ท่าทีของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีแห่งกัมพูชา ซึ่งได้แถลงต่อสื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาลในกรุงพนมเปญเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า

 กัมพูชาจะขอให้ไทยลงนามในข้อตกลงหยุดยิงโดยมีรัฐมนตรีต่างประเทศของอาเซียน หรือประธานอาเซียนเป็นสักขีพยาน และถ้าประธานอาเซียนร่วมลงนามในข้อตกลงหยุดยิงถาวรในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ที่กรุงจาการ์ตา ของอินโดนีเซียด้วยก็จะยิ่งดี ถูกปฏิเสธในทันควันโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีของไทย

 นายอภิสิทธิ์ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไกลเกินไปที่จะพูดถึงการไปเซ็นสัญญาหรือข้อตกลงใดๆ ทั้งสิ้น เพราะยังไม่มียกร่างใดๆ และไทยเองก็ยืนยันมาตั้งแต่ต้นว่า ไม่ได้เป็นฝ่ายยิงก่อน แต่ได้ปฏิบัติเหมือนกับทุกประเทศ ที่เมื่อใดก็ตามหากถูกยิงก่อน หรือถูกรุกรานก็ต้องตอบโต้ อีกทั้งสิทธิ์ในการปกป้องอธิปไตยก็ไม่มีใครมาบังคับได้

 ท่าทีของนายกรัฐมนตรีกัมพูชาที่แถลงผ่านทางสื่อมวลชนล่าสุดนี้ อาจมองได้หลายทาง ทางหนึ่งนั้น เป็นการแสดงให้ประชาคมโลกได้เห็นว่า รัฐบาลกัมพูชามีความพยายามที่จะให้เกิดสันติภาพขึ้นในภูมิภาค และเป็นฝ่าย "ทอดไมตรี" ด้วยข้อเสนอหยุดยิงตามมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอสซี ส่วนอีกทางหนึ่งนั้นก็อาจมองได้ว่า สมเด็จฮุน เซนยังคงความกะล่อน หรือเหลี่ยมเชิงทางการทูตอยู่มากทีเดียว โดยเฉพาะข้อเสนอให้ร่วมลงนามหยุดยิงถาวร 3 ฝ่าย ซึ่งฟังดูเหมือนจะดีทั้งสองทาง แต่นายกรัฐมนตรีของไทย ซึ่งแม้จะแสดงท่าทีหลังมติของสหประชาชาติล่าช้ากว่าสมเด็จฮุน เซนไปสักหน่อย แต่ยังถือว่าไม่บุ่มบ่ามตกปากรับคำกับข้อเสนออันเคลือบแคลงแฝงเร้น

 สมเด็จฮุน เซนได้แสดงจุดยืนมาตลอด ที่ต้องการยกระดับความขัดแย้งตามแนวชายแดนของสองประเทศให้เป็นสงครามที่จะต้องเข้าสู่กระบวนการหยุดยิงโดยมีประเทศที่สามหรือนานาชาติเข้ามาแทรกแซง ทั้งที่เป็นที่ประจักษ์ว่าการปะทะตามแนวชายแดนนั้นสามารถเจรจาตกลงกันได้ในระดับทวิภาคี หรือเจรจาในกรอบของคณะกรรมาธิการร่วมปักปันเขตแดน ซึ่งในทางกลับกันถ้าหากฝ่ายไทยยอมรับข้อเสนอของนายกรัฐมนตรีกัมพูชาด้วยการลงนามในสัญญาหยุดยิง ก็เท่ากับว่ายอมรับว่า ความขัดแย้งนั้นอยู่ในระดับของสงครามอย่างที่กัมพูชาต้องการ

 อย่างไรก็ตาม ท่าทีที่ค่อนข้างนิ่งเฉยของฝ่ายไทย หลังจากสหประชาชาติมีมติออกมานั้น ก็อาจไม่เป็นผลดีในสายตาของประชาคมโลก โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งพยายามเดินเกมให้นานาชาติเห็นว่าฝ่ายไทยไม่นำพาต่อการเจรจาหยุดยิง ดังนั้นการแสดงออกของกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหมที่จะต้องรับมติจากสหประชาชาติมาปฏิบัติจะต้องเร่งลงมือให้เห็นเป็นรูปธรรมโดยเฉพาะการเจรจาสองฝ่ายระหว่างรัฐมนตรีกลาโหมของสองประเทศ