
"สุวัจน์"ฟันธงเลือกตั้งปีนี้แน่นอน
"สุวัจน์"ฟันธงเลือกตั้งแน่ปีนี้ แต่ปัญหาความขัดแย้งต่างๆ ทั้งใน และนอกประเทศไม่จบ ปัญหาก็จะบานปลาย การย้ายพรรคคือนิยายน้ำเน่า วอนทุกพรรคสร้างศรัทธาให้ประชาชนเชื่อถือ แนะชูนโยบายสร้างความปรองดองในการหาเสียง
นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึง ความคิดเห็นต่อสถานการณ์การเมือง และการเลือกตั้งที่จะมาถึงใน ปี 2554 ว่า ขณะนี้เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ได้ผ่านมาแล้ว เรื่องเศรษฐกิจก็ดีขึ้นมาในระดับหนึ่ง การเลือกตั้งก็น่าจะดำเนินการไปด้วยความเรียบร้อย เนื่องจากสถานการณ์ขณะนี้ถือว่ามีความเหมาะสม จากการที่ได้มีการพูดคุยกันมาโดยตลอดว่าถ้าสถานการณ์ต่างๆ มีความพร้อม แต่จะกำหนดวันเวลาให้มีการจัดการเลือกตั้งเมื่อใดนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี
ส่วนสถานการณ์ความขัดแย้งภายในประเทศ และยังมีความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้านอีกนั้น จะส่งผลให้เกิดอุปสรรคกับการเลือกตั้งหรือไม่ นายสุวัจน์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่เราจะต้องติดตามสถานการณ์ และช่วยกันประคับประคองกันไป และหวังว่าเหตุการณ์จะพัฒนาไปในทิศทางที่ดีหรือไม่ ซึ่งยังพอที่จะมีเวลาในการแก้ไข และทางออกของปัญหาอยู่
ส่วนความรู้สึกเกี่ยวกับการโยกย้ายพรรคการเมือง รวมทั้งมีการใช้เงินซื้อตัว หรือแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันของบรรดานักการเมือง ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งนั้น นายสุวัจน์ กล่าวทันทีว่า บรรยากาศในลักษณะนี้มักจะเกิดขึ้นทุกครั้ง หากไม่เชื่อเราสามารถกลับไปดูหนังม้วนเก่าๆ ได้เลย ซึ่งเป็นรูปแบบเดิมๆ ที่ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไปมากนัก เรื่องการย้ายพรรคถือว่าเป็นเรื่องปกติ เมื่อนโยบายพรรคเปลี่ยนแปลง ตัวคนเปลี่ยน แต่สำหรับเรื่องการใช้เงินเข้ามาเกี่ยวข้องนั้น เป็นหน้าที่ของทุกพรรค ไม่ใช่พรรคหนึ่งพรรคใด ควรต้องช่วยกันสอดส่องดูแล และระมัดระวังในเรื่องการใช้จ่ายเงินไปในทางที่ไม่ถูกต้อง มันจะส่งผลให้เกิดความไม่น่าเชื่อถือในระบบการเมืองไทย รวมทั้งระบบการเลือกตั้ง การยอมรับในผลการเลือกตั้งจากประชาชน ก็จะลดลง และอาจจะก่อให้เกิดปัญหาการเมืองระยะยาว ดังนั้นควรตระหนักว่าจะทำเช่นไรที่จะขจัดการซื้อเสียงออกไปจากระบบการเลือกตั้งไทย เพื่อให้การเมืองได้รับการยอมรับว่า ผลการเลือกตั้งออกมาแล้วทุกฝ่ายต้องยอมรับอย่างไม่มีข้อกังขา เมื่อถึงเวลานั้นบ้านเมือง จะกลับมาสงบสุขเรียบร้อยอีกครั้ง สำหรับความพร้อมของบรรดาพรรคการเมืองทุกพรรคนั้น ก็เชื่อว่าน่าจะมีการพัฒนา หากลยุทธ์ต่างๆ หานโยบายใหม่ๆ และแสวงหาแนวร่วมกันแล้ว ส่วนพรรครวมชาติพัฒนา นั้นตนก็คงไม่สามารถยื่นมือเข้าไปตัดสินใจต่างๆ แทนได้
"ขณะนี้ ต้องการเห็นทุกฝ่ายหันมาแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศคือร่วมกันสร้างความปรองดอง ทำให้บ้านเมืองเกิดความเข้าใจซึ่งกัน และกันไม่เกิดความแตกแยก หากผ่านพ้นการเลือกตั้งไปแล้ว สถานการณ์ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เชื่อว่าปัญหาก็จะไม่มีวันจบสิ้น ดังนั้นในฐานะที่เราเป็นนักการเมือง หรือคณะผู้บริหารประเทศ ต้องให้ความเชื่อมั่น ความศรัทธา และความหวังแก่ประชาชน เพื่อให้ประเทศชาติก้าวต่อไปข้างหน้า โดยไม่ต้องวิตกกังวลในปัญหาความขัดแย้งภายในประเทศ จึงอยากเห็นพรรคการเมืองที่เดิมทีต่างพากันชูนโยบายเศรษฐกิจ แต่เราต้องการให้ความสำคัญของนโยบายสร้างความปรองดอง สมานฉันท์แก่คนภายในชาติด้วย"นายสุวัจน์ กล่าว



