
พรทิวาชงนายกฯตั้งกองทุนน้ำมันปาล์ม
พรทิวา ชง มาร์ค ตั้งกองทุนน้ำมันปาล์ม บ่นทำได้แค่ร้อง แบ๊ะๆ ดีเอสไอเรียกประชุมด่วน จัดชุดสืบสวนคดีกักตุนน้ำมันปาล์ม แทรกแซงกลไกตลาด ชาวไทย- ชาวพม่าแห่ซื้อน้ำมันปาล์มราคาถูก จากกรมการค้าภายใน หลังขาดตลาดมานาน แฉนายทุนแม่สอดตุนน้ำมันส่งออกพม่า
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 17 ก.พ. ที่รัฐสภา นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ มีแนวคิดให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้ามาตรวจสอบการกักตุนน้ำมันปาล์มว่า ตนยินดีและต้องกราบขอบพระคุณ เพราะลำพังกระทรวงพาณิชย์ไม่มีแขนขาที่ยาวพอจะเข้าไปตรวจสอบการกักตุนน้ำมันปาล์มรายใหญ่ได้ แต่ส่วนตัวแล้วเชื่อว่า ใครทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนคนนั้นก็ต้องรับโทษ กระทรวงพาณิชย์ไม่ต้องการให้ราคาน้ำมันปาล์มส่งผลกระทบต่อประชาชนจึงจำเป็นต้องควบคุมราคาน้ำมันปาล์ม เพราะถ้ากระทรวงพาณิชย์เลือกใช้วิธีการลอยตัวปัญหาก็จะแก้ได้ตั้งแต่ต้น แต่วิธีนี้อาจทำให้ราคาน้ำมันปาล์มสูงถึงราคา 67 บาทได้ ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์เตรียมเสนอนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้ตั้งกองทุนน้ำมันปาล์มงบประมาณ 1 พันล้านบาทขึ้นมาเหมือนกับการตั้งกองทุนเชื้อเพลิงของกระทรวงพลังงานเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นด้วย รวมทั้งจะชี้แจงต่อที่ประชุมครม.ในสัปดาห์หน้าด้วย
ผู้สื่อข่าว ถามถึงกรณีที่นายสุเทพระบุว่า หากกระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้จะให้ภาคเอกชนเข้ามาช่วยดำเนินการในล็อตที่ 2 ของการนำเข้าน้ำมันปาล์ม นางพรทิวา กล่าวว่า หากทำอย่างนั้นจะมีข้อครหาว่ามีการเอื้อผลประโยชน์ต่อภาคเอกชน ต้องคำนึงถึงประชาชนด้วย ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยออกมาระบุว่ามีนักการเมือง “ส.” เข้ามาเกี่ยวข้องกับราคาน้ำมันปาล์มนั้น ตนไม่ทราบว่าเป็นใคร ต้องไปถามพรรคเพื่อไทยเอง แต่หากพุ่งเป้าไปที่นายสุเทพ ตนเห็นว่านายสุเทพก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์เป็นเหมือนกระทรวงปลายน้ำที่ต้องคอยรับน้ำเน่าเสียจากต้นทาง ทั้งๆ ที่ต้นทางมีหลายกระทรวงด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายก็ต้องมานั่งแก้ไขปัญหาอยู่กระทรวงเดียว ซึ่งไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้มาก ทุกวันนี้ตนก็ได้แต่ร้อง แบ๊ะๆ
ดีเอสไอเรียกถกด่วนจัดชุดสืบสวนคดีกักตุนน้ำมันปาล์ม
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยว่า ดีเอสไอได้รับทราบข้อสั่งการของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้ดีเอสไอเข้าไปตรวจสอบเรื่องการกักตุนน้ำมันปาล์ม ซึ่งที่ผ่านมมาดีเอสไอไม่ได้นิ่งนอนใจ เนื่องจากความผิดเรื่องการกักตุนและแทรกแซงตลาด ทำให้ประชาชนได้รับความเสียหายในวงกว้าง เป็นความผิดตามกฎหมายในบัญชีแนบท้ายพ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ แต่เมื่อรัฐบาลมีข้อสั่งการอย่างเป็นทางการ ดังนั้นในเวลา 16.00 น. ตนจะเรียกประชุมคณะพนักงานสอสวนเพื่อแต่งตั้งพ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ รองอธิบดีดีเอสไอ เป็นหัวหน้าชุดสืบสวนและวางแผนการทำงานเพื่อสนธิกำลังกับหน่วยงานอื่น เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมการกักตุนและผูกขาดน้ำมันปาล์ม
ชาวไทย-ชาวพม่าแห่ซื้อน้ำมันปาล์มราคาถูก
ที่บริเวณแยกที่ว่าการอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ชาวไทยและชาวพม่าที่อาศัยอยู่ในอำเภอแม่สอด ต่างต่อคิวไปซื้อน้ำมันปาล์ม ที่กรมการค้าภายใน กับจังหวัดตาก นำมาจำหน่ายในราคา ขวดละ 47 บาท และมีข้อแม้ว่าจะต้องซื้อครอบครัวละ 2 ขวด แต่ไม่มีผลใดๆ เพราะมีคนเปลี่ยนกันไปซื้อ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง สินค้าก็หมด สำหรับราคาน้ำมันปาล์มในท้องตลาดแม่สอด กำลังขาดแคลนอย่างหนัก และเวลามีจำหน่ายตามห้างร้านค้าใหญ่ๆ มักจะจำหน่ายขวดละ 60 บาท
แม่ค้าจำหน่ายอาหารในอำเภอแม่สอด รายหนึ่ง แจ้งว่า นายทุนในอำเภอแม่สอดมีการตุนน้ำมันปาล์ม ทำให้ขาดตลาด โดยนายทุนดังกล่าว ต้องการรอจังหวะให้ราคาน้ำมันขึ้นแล้ว จึงจะนำออกมาวางจำหน่าย ขณะที่น้ำมันปาล์มในอำเภอแม่สอด เป็นที่นิยมของชาวพม่า โดยมีพ่อค้าพม่ามาซื้อ และนำออกนอกประเทศ



