
ฮุนเซนจี้ไทยลงนามสื่อเขมรเสี้ยมเกลียดไทย
ผู้นำกัมพูชาเรียกร้องให้ไทยลงนามในข้อตกลงหยุดยิงถาวร ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ สื่อกัมพูชายังเสี้ยมชาวเขมรเกลียดไทยไม่หยุด
(17ก.พ.) สำนักข่าวซินหัวของทางการจีน รายงานอ้างถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของกัมพูชา ในระหว่างการแถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาลในกรุงพนมเปญว่า กัมพูชาจะขอให้ไทยลงนามในข้อตกลงหยุดยิงโดยมีรัฐมนตรีต่างประเทศของอาเซียน หรือ ประธานอาเซียน เป็นสักขีพยานและจะเป็นการดียิ่งไปกว่านั้น ถ้าประธานอาเซียน ร่วมลงนามในข้อตกลงหยุดยิงถาวรในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ที่กรุงจาการ์ตา ของอินโดนีเซีย
ด้วย
ด้านเว็บไซท์หนังสือพิมพ์พนมเปญ โพสต์ รายงานว่า กัมพูชาและไทยต่างกล่าวหาซึ่งกันและกันว่าละเมิดข้อเสนอหยุดยิงถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เมื่อวันจันทร์ และต่างก็กล่าวหากันว่า เป็นผู้ริเริ่มการปะทะกันประปรายเมื่อวันอังคารและเมื่อเช้าวันพุธ โดยนายฮอร์ นัมฮง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา ได้กล่าวต่อผู้สื่อข่าวที่สนามบินนานาชาติพนมเปญ หลังเดินทางกลับจากนิวยอร์คว่า ไทยเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีที่มั่นของกัมพูชาด้วยปืน ค. และระเบิด
ในการประชุมเมื่อวันจันทร์ 15 ชาติสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคง ได้เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้ความอดกลั้นอย่างสูงสุด ขณะเดียวกันก็เดินหน้าแก้ปัญหาความขัดแย้งผ่านช่องทางระดับทวิภาคและภูมิภาค แต่ปฏิเสธข้อเรียกร้องของกัมพูชาที่จะให้ส่งกองกำลังรักษาสันติภาพเข้าไปเป็นแนวกันชนบริเวณพื้นที่พิพาทและเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายเคารพการหยุดยิง
กระทรวงต่างประเทศกัมพูชา ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันพุธว่า ทหารไทยใช้ระเบิดและปืน ค.ขนาด 80 ม.ม. ยิงเข้าไปในพื้นที่พนมโตร๊บ ใกล้ปราสาทพระวิหาร เมื่อเวลา 21.00 น. ของวันอังคาร จนถึงเวลา 05.00 น. ของเช้าวันพุธ และการที่ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากระเบิดได้ไปโดนกิ่งไม้และเด้งกลับไปยังที่มั่นของฝ่ายไทย และอ้างว่า ทหารกัมพูชา ไม่ได้ตอบโต้การยั่วยุจากฝั่งไทยแต่อย่างใด
สื่อกัมพูชายังเสี้ยมชาวเขมรเกลียดไทยไม่หยุด
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่บริเวณตลาดปอยเปต อ.โอวจโรว จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา ซึ่งอยู่ตรงข้ามด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ประชาชนชาวกัมพูชา ได้ออกมาหาซื้อหนังสือพิมพ์กัมพูชา ซึ่งถูกส่งมาวางจำหน่ายในตลาดปอยเปต ในเวลา 11.00 น.กันอย่างคึกคักเพื่อหาดูข่าวสารและติดตามสถานการณ์ชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา อย่างใกล้ชิด
หนังสือพิมพ์เกาะสันติภาพ ฉบับประจำวันที่ 17 ก.พ. 2554 ของกัมพูชา ยังคงเสนอข่าวยุยงให้ชาวกัมพูชาเกลียดประเทศไทย อย่างต่อเนื่อง โดยเสนอข่าวคำกล่าวของนายฮอ นัม ฮง รองนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา ว่า ปัญหาและรากเหง้าที่นำไปสู่การรุกรานดินแดนของไทยในครั้งนี้มาจากไทยได้ ละเมิดสนธิสัญญา ฝรั่งเศส-ไทย ปี 1904-1907 และละเมิดคำตัดสินของศาลโลก ปี 1962 ที่ศาลโลกตัดสินให้ปราสาทพระวิหารและพื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหารอยู่ใน อธิปไตยบูรณภาพดินแดนกัมพูชา
นอกจากนี้ นายฮอ นัม ฮง ยังกล่าวอีกว่า การโจมตีของไทยได้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 4 ก.พ. 54 ทำให้เกิดความเสียหายอย่างหนักกับวัดแก้วสิกขาคีรีสะวาระและปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นมรดกโลกของกัมพูชา ทำให้ทหารและพลเรือนกัมพูชา เสียชีวิตรวม 6 คน บาดเจ็บอีก จำนวน 71 คน และในผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บทั้งหมด เหล่านั้นมีผู้เสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บ 8 คน โดนระเบิดแตกอากาศจากทหารไทยที่ยิงเข้ามาซึ่งระเบิดแตกอากาศดังกล่าวเป็นระเบิดที่ทั่วโลกห้ามใช้ และการเสนอข่าวดังกล่าวของสื่อกัมพูชา ทำให้ชาวเขมรในปอยเปต จำนวนมากหลงเชื่อและเริ่มวิจารณ์การกระทำของประเทศไทยที่รุกรานจะยึดดินแดน กัมพูชา



