
"แลนซ์ อาร์มสตรอง"โบมือลาจักรยานอาชีพ
แลนซ์ อาร์มสตรอง นักปั่นจักรยานเจ้าของแชมป์รายการตูร์ เดอ ฟรองซ์ 7 สมัย แถลงเมื่อวาน ประกาศอำลาวงการการแข่งขันจักรยานอาชีพแล้ว โดยเขาเรียกว่า "การเกษียณ 2.0" เพราะ เขาเคยประกาศอำลาวงการครั้งหนึ่งเมื่อปี 2548 แต่กลับเข้าแข่งขันอีกครั้งในปี 2552
การอำลาวงการของเขาครั้งล่าสุดนี้ถือเป็นการสิ้นสุดความพยายามที่จะกลับมาคว้าแชมป์สมัย
ที่ 8 ที่ไม่ประสบความสำเร็จ และยุติกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องที่เขาใช้สารกระตุ้น ทั้งนี้เขาได้
อันดับ 3 ในการแข่งขันตูร์ เดอ ฟรองซ์เมื่อปี 2552 และคว้าอันดับ 67 ในการแข่งขันทัวร์ ดาวน์
อันเดอร์ ที่ออสเตรเลียเมื่อเดือนที่แล้ว
เขาให้เหตุผลในการปิดฉากอาชีพนักปั่นจักรยานว่า เวลาของการอำลาวงการครั้งนี้เป็นเรื่อง
เหมาะสมแล้ว เพราะเขามีหน้าที่รับผิดชอบมากขึ้น และยังมีครอบครัวและลูก 5 คนที่ต้องดูแล
บวกกับข้อจำกัดทางกายภาพด้วย นอกจากนี้เขาต้องการดำเนินกิจการของมูลนิธิ ลีฟสตรอง
ที่เขาก่อตั้งขึ้นอย่างเต็มที่ และรณรงค์ต่อสู้กับโรคมะเร็ง
อาร์มสตรองเป็นหนึ่งในบุคคลที่รณรงค์ต่อต้านการใช้สารกระตุ้นในวงการกีฬา ขณะเดียวกันก็
เป็นนักกีฬาที่ถูกจับทดสอบหาสารกระตุ้นมากที่สุดตลอดอาชีพนักปั่นจักรยาน แต่ผลตรวจทุก
ครั้งไม่พบอะไร ถึงอย่างนั้นปัจจุบันเขายังอยู่ในกระบวนการสอบสวนโดยสหพันธ์จักรยานแห่ง
สหรัฐอเมริกา เนื่องจากฟลอยด์ แลนดิส นักปั่นเพื่อนร่วมชาติเจ้าของแชมป์ตูร์ เดอ ฟรองซ์ปี
2549 กล่าวหาว่า อาร์มสตรองใช้สาร กระตุ้นและสอนให้นักแข่งจักรยานคนอื่นๆหลบเลี่ยงผล
ตรวจได้อย่างไร
ในปี 2549 อาร์มสตรองถูกตรวจพบว่าเป็นโรคมะเร็ง และในอีกปีถัดมาเขาได้ตั้งมูลนิธิ ลีฟสตรอง
เพื่อระดมเงินบริจาคช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็ง และโครงการที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก คือ การจัดจำหน่าย
สายรัดข้อมือ หรือ ริสต์แบนด์ สีเหลือง เพื่อระดมเงินบริช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็ง และในเดือนกันยายน
ที่จะถึงนี้ เขาจะได้กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมว่าด้วยโรคไม่ติดต่อในที่ประชุมสมัชชาใหญ่
สหประชาชาติ



