
กาวใจอาเซียน
ถึงแม้ไม่อาจเรียกได้ว่า เป็นชัยชนะ แต่การที่นางมาเรีย ลุยซา ริเบโร วิออตติ ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) เห็นพ้องในแนวทางแก้ปัญหาไทย-กัมพูชา อย่างสันติ ด้วยการสนับสนุนแผนจัดประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ
ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ด้วยการเจรจาสองฝ่าย และจะไม่มีการส่งตัวแทนของยูเอ็นไปร่วมประชุมนั้น แปลว่า ความพยายามของฮุน เซน ที่จะยกระดับความขัดแย้งไปสู่เวทีสากล ให้ยูเอ็นเอสซี เป็นคนตัดสินข้อพิพาท ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง และอาจหมายถึงบรรดาถ้อยคำของฮุน เซน ที่กล่าวหาว่าฝ่ายไทยเป็นผู้รุกรานก่อน ไม่มีผลที่จะโน้มน้าวให้ยูเอ็นเอสซี และประชาคมโลกเชื่อ การไปโต้ตอบฮุน เซนที่แสดงนิสัยความเป็นคนพาลอย่างไม่ลดละ ชนิดตาต่อตา ฟันต่อฟัน จึงไม่จำเป็น เพราะความจริงและเหตุผลย่อมอยู่เหนืออารมณ์ ในขณะเดียวกัน เพื่อนบ้านในอาเซียนก็เข้าใจและแยกแยะได้ระหว่างธรรม กับอธรรม
เสียงของอาเซียนส่วนหนึ่ง ที่สะท้อนผ่านหนังสือพิมพ์ดิ ไอส์แลนด์ แห่งศรีลังกา “สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) มีอุดมคติทางการเมืองว่า ประเทศสมาชิกไม่เคยทำสงครามระหว่างกัน แต่เหตุการณ์เมื่อวันที่ 4-6 กุมภาพันธ์ ทำให้อุดมคติของอาเซียนแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ หลังจากสมเด็จฮุน เซน ประกาศว่า การปะทะในบริเวณชายแดนเป็นสงครามอย่างแท้จริง ซึ่งส่งผลให้ความน่าเชื่อถือของอาเซียน ในเวทีโลกถึงกับสั่นคลอน...” ถ้อยคำในบทความของดิ ไอส์แลนด์ อ้างเพียงถ้อยคำของฮุน เซน ที่เป็นตัวจุดชนวนให้สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้น แต่หากปัญหานี้ถูกดึงไปสู่โต๊ะเจรจา ภายใต้ข้อกำหนดการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทในกฎบัตรอาเซียน ถ้อยคำ ท่าที ความเห็นของฮุน เซนที่เป็นเพียงจินตนาการเสียส่วนใหญ่ ก็จะกลับมาสู่ความจริง และเจรจากันบนพื้นฐานสถานการณ์แท้จริงมากขึ้น
ดูเหมือนว่า บทบาท ท่าทีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต่อปัญหาข้อพิพาทไทย-กัมพูชา นับตั้งแต่กรณีการจับกุมคนไทย 7 คนไปดำเนินคดีในศาลกัมพูชา ฐานรุกล้ำดินแดน ซึ่งขณะนี้คนไทยอีก 2 คนก็ยังถูกควบคุมตัวในฐานะจำเลยในเรือนจำกัมพูชา จนกระทั่งเกิดการปะทะกันระหว่างสองฝ่าย จะไม่ทันใจกลุ่มคนไทยบางส่วน ที่ต้องการให้รัฐบาลและกองทัพไทย แสดงแสนยานุภาพสั่งสอนกัมพูชา ยืนยันแข็งกร้าวในอธิปไตยเหนือดินแดนไทย และในขณะที่ฮุน เซนแสดงท่าที ถ้อยคำ ก้าวร้าว บิดเบือนความเป็นจริงที่เกิดขึ้น นายอภิสิทธิ์ ก็ระมัดระวังอย่างยิ่งในการตอบโต้ ในระนาบเดียวกัน โดยยืนยันจะใช้แนวทางเจรจาเป็นทางออกของปัญหาทั้งหมด จนถึงเวลาที่ปัญหาข้อพิพาทเรื่องนี้ จะเดินไปสู่โต๊ะเจรจาเวทีอาเซียนในวันอังคาร (22 ก.พ.) น่าเชื่อว่าท่าทีที่สุขุม มีวุฒิภาวะที่จะแสวงหาแนวทางแก้ปัญหาโดยสันติวิธี ทำให้ประเทศไทยเป็นต่อในการเจรจา
บทบาทของอาเซียนในการรับรู้ของสังคม ที่เคยมีเพียงการประชุมระดับผู้นำสูงสุดในแต่ละปีนั้น ครั้งนี้ แม้เป็นการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ แต่ก็เป็นครั้งแรก ที่อาเซียนจะใช้พิมพ์เขียวของประชาคมการเมืองและความมั่นคงของประชาคมอาเซียน ซึ่งกำลังเตรียมนำไปใช้ มาเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชา ทุกคนอาจคาดหวังว่า จาการ์ตาโมเดล จะเป็นรูปแบบสำคัญในการคลี่คลายปัญหาทั้งหมด ซึ่งก็อาจไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เพราะนี่ก็เป็นแนวทางหนึ่งที่ฮุน เซนเคยเสนอไว้ในอาเซียน เรื่องที่คาดหวังได้มากที่สุดสำหรับการประชุมอาเซียน วาระพิเศษไทย-กัมพูชา คือการหยุดยิงชั่วคราวอย่างน้อยก็ชั่วระยะเวลาหนึ่ง เปิดช่องให้คนไทยและกัมพูชาที่อยู่อาศัย ทำมาหากินตลอดแนวชายแดน มีเวลาหายใจบ้าง



