
เย้ยพท.ไม่มีผู้นำฝ่ายค้านตรวจสอบอ่อน
"นายกฯ" เย้ย เพื่อไทย ไม่มีผู้นำฝ่ายค้านทำกระบวนการตรวจสอบไม่เดิน แจงงบกลางปี 53 ทำเศรษฐกิจประเทศไม่ทรุดตัว ย้ำไม่มีเงินตกไปอยู่ในมือพรรคการเมือง รับหนักใจยังมีทุจริต โวอันดับความโปร่งใสดีกว่าสมัยรัฐบาลสมัคร-สมชาย ด้านโสภณบ่นน้อยใจนายกฯ-ปชป. อ้างอั
(16ก.พ.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ชี้แจง ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย ว่า ส่วนตัวไม่อยากจะก้าวก่ายพรรคการเมืองอื่น แต่เห็นว่าการที่พรรคเพื่อไทยไม่สามารถหาผู้นำฝ่ายค้านได้ทำให้เกิดปัญหาในการทำงานโดยเฉพาะในเรื่องการตรวจสอบ เพราะขณะนี้ทำให้ไม่สามารถมีกรรมการสรรหาผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินได้ สำหรับเรื่องภาพรวมเศรษฐกิจนั้น 1. การที่ร.ต.อ. เฉลิมตั้งคำถามว่ารัฐบาลจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะเก็บภาษีได้ตามเป้านั้น อยากจะอธิบายว่า เหตุที่รัฐบาลมั่นใจเพราะแม้ว่าช่วงปลายปีการเก็บภาษีจะได้รับผลกระทบจากการเกิดน้ำท่วม แต่การเก็บภาษีเดือนม . ค . สามารถเก็บภาษีได้เกินเป้าประมาณ 20% ทำให้มั่นใจว่ารัฐบาลจะสามารถเก็บภาษีได้ 1.2 แสนล้านบาทตลอดทั้งปี ซึ่งสอดคล้องกับความเป็นจริง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า 2. ส่วนที่มีการระบุว่าการบัญญัติงบประมาณเพิ่มเติมไม่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในยามที่มีเงินเฟ้อนั้น ในขณะนี้มีปัญหาเรื่องต้นทุนและทั่วโลกก็ประสบปัญหาเดียวกัน ซึ่งรัฐบาลเองยอมรับว่าประชาชนยังเดือดร้อนกับปัญหาข้าวของแพง อย่างไรก็ตาม งบกลางปี 1 แสนล้านบาทที่ขออนุมัตินั้น 8 หมื่นล้านบาทเป็นการชดใช้เงินคงคลัง ส่วนอีก 1 หมื่นกว่าล้านบาทนั้นเป็นงบประมาณที่ให้สำหรับเบี้ยยังชีพคนละ 500 บาทกับผู้สูงอายุและผู้พิการ และเป็นเรื่องของการฟื้นฟูโครงการต่างๆ ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ตนไม่คิดว่าการทำนโยบายตรงนี้จะทำให้เงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นเพราะเป็นงบที่ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน ส่วนการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดเรื่องของแพงคือการเพิ่มรายได้ให้ประชาชน ซึ่งรัฐบาลกำลังผลักดันอยู่ สำหรับกรณีที่ระบุว่ารัฐบาลใช้งบกลางปี 2553 ล้มเหลวนั้นก็ไม่เป็นความจริง เพราะงบกลางปี 1.6 แสนล้านบาทในขณะนั้นทำให้เศรษฐกิจภายในประเทศไม่ทรุดตัว และเป็นประเทศแรกๆ ที่ฟื้นตัวขึ้นมาได้ รัฐบาลชุดนี้ไม่ใช่รัฐบาลที่กู้สะสมหนี้สิน เพราะหนี้สาธารณะไทยอยู่ประมาณ 40% ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่มีเสถียรภาพ และประเทศอื่นๆ ก็มีการขาดดุลแบบนี้เช่นเดียวกัน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า สาเหตุที่รัฐบาลต้องจ่ายเบี้ยยังชีพผ่านกระทรวงต่างๆ แทนที่จะเป็นหน่วยงานที่ดูแลโดยตรงนั้น เพราะรัฐบาลยึดแผนงานปีงบประมาณปี 2554 โดยการจัดสรรงบประมาณในส่วนนี้เป็นเงินส่วนกลางไม่ใช่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งจะเริ่มขึ้นในปีงบประมาณ 2555 และ 2556 ท้องถิ่นยังมีบทบาทในการทำงานตรงนี้ต่อไป ดังนั้นที่บอกว่ากระทรวงมหาดไทยได้งบตรงนี้ 8,000 ล้านบาทก็ไม่ใช่ เพราะเงินตรงนี้คือเงิน 500 บาทที่ถึงมือผู้สูงอายุและผู้พิการทันที ไม่ได้ไปอยู่ที่พรรคการเมืองพรรคนั้นพรรคนี้แต่อย่างใด ส่วนเรื่องปัญหาการทุจริตนั้น ที่มีการตั้งคำถามว่าตนเองละเลย รู้แล้วทำเป็นไม่รู้หรือไม่นั้นขอชี้แจงว่า ไม่ได้เป็นแบบนั้น เพราะแต่ละเรื่องตนมีการติดตามตามอำนาจหน้าที่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงก็ปรับลดวงเงินลงไปได้ โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินมีการทักท้วงมาจากคณะกรรมาธิการฯ ตนได้เอาข้อสังเกตส่งให้อัยการและกรมบัญชีกลางไปตรวจสอบเรื่องทั้งหมด กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ก็เข้ามาดูเรื่องโครงการเช่าคอมพิวเตอร์ของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ตนก็รับรู้และใช้ข้อมูลนี้อ้างอิงในการตัดสินใจเรื่องการเสนอชื่อปลัดกระทรวงมหาดไทยที่มีปัญหาอยู่ในขณะนั้น ถึงวันนี้ก็ยังกำชับให้กระทรวงมหาดไทยหาคำตอบในเรื่องนี้ให้ได้จากผลการสอบสวนของดีเอสไอ ไม่มีละเลยอย่างแน่นอน
“ปัญหาเรื่องการทุจริตยังมีอยู่และเป็นเรื่องที่ผมหนักใจ และขอบคุณที่สมาชิกเชื่อว่าผมมีความซื่อสัตย์สุจริต ผมต้องทำงานนี้ต่อโดยกำลังไล่ดูกระบวนการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ราคากลาง การจัดซื้อจัดจ้าง และอีกหลายๆ เรื่องที่หวังว่าสมาชิกจะให้การสนับสนุน ส่วนเรื่องการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่รัฐบาลต้องการงบประมาณ 2 หมื่นล้านบาทนั้นนอกจากการชดเชยเรื่องที่อยู่อาศัยและเรื่องผลิตผลทางการเกษตรแล้ว รัฐบาลต้องดูเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ถนน หนทาง วัดโรงเรียน ซึ่งเสียหายหลายหมื่นล้านบาท แต่รัฐบาลของบประมาณแค่ 9,900 ล้านบาทเท่านั้น เพราะผมได้สั่งให้ไปดูงบประมาณในกระทรวงอย่างละเอียดเพื่อนำมาช่วยตรงนี้ รวมถึงเกลี่ยจากงบโครงการไทยเข้มแข็ง ทั้งๆ ที่รัฐบาลสามารถใช้งบกลางที่เหลือกว่าหมื่นล้านบาทได้ สามารถทำเป็นเช็คเปล่าได้ แต่ผมไม่ทำ เพราะทำแบบนั้นพรรคฝ่ายค้านไม่มีโอกาสตรวจสอบและกลั่นกรองช่วยรัฐบาลเลย นี่คือความจริงใจที่ผมอยากให้โปร่งใสและใช้งบประมาณตามความเสียหายจริง นี่คือการทำงานที่ควรจะเป็นในระบบรัฐสภา”นายกรัฐมนตรีกล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนการตั้งข้อสังเกตว่าทำไมหลายโครงการต่ำกว่า 10 ล้านบาท มีเจตนาที่ไม่ต้องมาแสดงรายการใช่หรือไม่นั้นขอชี้แจงว่า ถ้ามันเสียหายไม่ถึง 10 ล้านบาทแต่ให้ตนตั้งมากกว่า 10 ล้านบาท ทำแบบนั้นก็จะหาว่าตนทุจริต แต่ตนจริงใจ แม้จะไม่มีการแสดงรายการในงบประมาณปกติแต่ก็ได้สั่งให้ทำใส่ซีดีให้กรรมาธิการตรวจสอบได้ ตรงไหนไม่เสียหายจริงตัดไปเลย และเมื่อโครงการกระจายไปต่างจังหวัด เป็นไปไม่ได้ที่จะคิดว่ามีเจ้าเดียวได้โครงการไป เพราะมันเป็นการกระจายไปในแต่ละพื้นที่ให้เขามีการจัดซื้อจัดจ้าง ตนให้ความมั่นใจว่า ตนให้ความสำคัญเต็มที่ แต่ตนยอมรับว่าปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นเป็นปัญหาใหญ่ ทั้งนี้องค์กรเพื่อความโปร่งใสสากลก็จัดอันดับให้รัฐบาลไทยในปี 2553 อยู่ในอันดับที่ดีขึ้นมากกว่าในสมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีด้วยซ้ำ
นายโสภณซารัมย์ รมว.คมนาคม กล่าวชี้แจงว่า ตามที่มีการตั้งข้อสังเกตในส่วนของกระทรวงคมนาคมหลายโครงการ อย่างถนนดีๆ ทำไมต้องไปซ่อมนั้น เป็นการซ่อมตามวงรอบอยู่แล้ว เพราะถนนที่ทำใหม่ 3 ปีจะต้องมีผิวแตก ซึ่งการซ่อมจุดนี้ต่อกิโลเมตรราคา 7 แสนบาท แต่ถ้าเลย 3 ปีไปแล้ว ระยะ 5-10 ปีจะเป็นการซ่อมใหญ่ คิดต่อกิโลเมตร 5 ล้านบาท ดังนั้นเมื่องบประมาณไม่พอก็เลยต้องเลือกซ่อมเป็นจุด แต่ตนได้กำชับไปทุกจังหวัดว่า การจัดซ่อมถนนเส้นไหนจะต้องไปปรึกษากับส.ส.ในพื้นที่ก่อนว่าควรซ่อมหรือไม่ แต่สถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมานั้นมีหลายเส้นที่โดนน้ำเซาะขาดไป แต่การจะพิจารณาซ่อมนั้นต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการจังหวัดก่อน เมื่อสำรวจแล้วมีถนนเสียหายรวมทั่วประเทศเป็นมูลค่า 4.9 พันล้านบาท
ดังนั้นการให้งบกลางปีประมาณ 1.8 พันล้านบาทนั้นก็ยังไม่สามารถบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้หมด เราจึงต้องจัดหางบส่วนอื่นมาอุดด้วย แต่ถ้าส.ส.ฝ่ายค้านคนไหนจะไม่ช่วยกันแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนตนก็จนปัญญา ส่วนการตั้งข้อสังเกตโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินนั้น กระทรวงคมนาคมก็น้อยใจเหมือนกันที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ตรวจสอบแต่งานของกระทรวงคมนาคม แต่ทุกขั้นตอนนั้นอัยการสูงสุดและกรมบัญชีกลางได้ตรวจสอบและการันตีหมดแล้ว วันนี้ถือว่าจบแล้วทุกเรื่องที่ตนทำ ยืนยันว่ารัฐมนตรีคนนี้ไม่เกี่ยวข้องและไม่เคยทำในสิ่งที่ถูกกล่าวหา



