
จับผู้สงสัยสายลับเขมรเข้าฐานทหารไทย
จับผู้ต้องสงสัยสายลับเขมรพบสอดแนมใกล้ฐานทหารไทย ขณะที่กลุ่มอาชีวศึกษาศรีสะเกษเร่งสร้างบ้านให้กับชาวบ้านที่โดนกระสุนปืนใหญ่เขมร ส่วนชาวบ้านภูมิซรอลยังนอนไม่หลับ ผวาเสียงระเบิดและเสียงปืนใหญ่ตลอดคืน แม่ทัพภาคที่ 2 ระบุพร้อมให้นายกรัฐมนตรีตรวจสอบ ยันจะไม
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 16 ก.พ. พ.ต.ท.ไพบูลย์ วันงาม พงส.ผบ.2 สภ.บึงมะลู อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ร่วมกับ ร.ต.ชาตรี ผลนาค หัวหน้าชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 และกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ได้ร่วมกันจับกุมตัวชายผู้ต้องสงสัย เนื่องจากเข้ามาสอดแนมใกล้กับฐานทหารของไทย ที่บ้านด่าน ต.ภูผาหมอก อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ โดยได้ทำการควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.บึงมะลู ซึ่งจากการตรวจสอบภายในกระเป๋าสีดำที่ชายต้องสงสัยถือมาด้วย พบมีดคัตเตอร์ ขนาดเล็ก 1 อัน มีดพับ 1 อัน ไฟแชกต์ ผงชูรส 1 ซอง และยาเส้น 1 ซอง เงินลาว 5,000 กลีบ 1 ใบ เงินไทยใบละ 20 บาท 1 ใบ
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ชายดังกล่าวอ้างว่าตนเองชื่อ นายก้อง ทองคำพงษ์ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5 หมู่ 4 บ้านไผ่ ต.ทับเบิก อ.พิมาย จ.นครราชสีมา โดยเดินเท้ามาจาก จ.อุบลราชธานี กำลังจะไปที่กรุงเทพฯ และได้ขออาหารชาวบ้านกินไปเรื่อย ๆ ตามทางที่ผ่านไป ซึ่งบริเวณที่ตนเดินมานั้น ไม่ทราบว่าเป็นค่ายทหาร แต่ว่ากำลังตามหาช้างที่ไปรบอยู่ที่พม่า และพลัดหลงเข้ามา ตนจึงได้รีบออกตามหาช้างของตน ซึ่งจากคำให้การดังกล่าว ชายที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นสายลับเขมร ได้พูดจาวกวนไปมา เหมือนกับคนสติไม่สมประกอบ ซึ่งตำรวจได้ควบคุมตัวไว้เพื่อทำการสอบสวน เนื่องจากว่าพบพิรุธหลายอย่างว่าอาจจะแกล้งทำเป็นบ้า เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร เข้ามาหาข่าวในเขตแดนที่ตั้งฐานทหารของฝ่ายไทย
ขณะที่บ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ กลุ่มอาชีวศึกษาศรีสะเกษ นำโดย วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ วิทยาลัยการอาชีพกันทรลักษ์ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศรีสะเกษ กำลังร่วมกันเร่งดำเนินการก่อสร้างบ้านเรือนชาวบ้านที่โดนกระสุนปืนใหญ่และระเบิดของทหารกัมพูชา ซึ่งชาวบ้านได้ใช้เงินที่ได้รับจากการบริจาคมาซื้อดินเพื่อถมที่สร้างบ้านให้พื้นดินสูงขึ้นกว่าเดิม ขณะที่เจ้าหน้าที่ของกลุ่มอาชีวศึกษาศรีสะเกษ กำลังร่วมกันวางแปลนโครงเสา เพื่อเร่งก่อสร้าง ส่วนกองพันทหารช่างที่ 6 กองทัพภาคที่ 2 ได้ดำเนินการรื้อซากบ้านเรือนของชาวบ้าน เพื่อจะได้ปรับพื้นที่เตรียมสร้างบ้าน
นางสัมฤทธิ์ แสนประดับ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 288 หมู่ 13 บ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า บ้านของตนและบ้านของพ่อ คือ นายวันดี แก้วสว่าง อายุ 79 ปี อยู่บ้านเลขที่ 403 หมู่ 13 บ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งอยู่ติดกัน ได้ถูกปืนใหญ่ของทหารกัมพูชายิงถล่มพังเสียหายไฟไหม้ทั้งสองหลัง ซึ่งนายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผวจ.ศรีสะเกษ ได้จัดหางบประมาณมาสร้างให้ โดยจากเดิมได้หลังละ 200,000 บาท ซึ่งจะทำการก่อสร้างเป็นแบบบ้านพระราชทาน แต่ต่อมาปรากฏว่า ได้รับบริจาคเงินช่วยเหลือมากขึ้น ผวจ.ศรีสะเกษ จึงจะได้จัดสรรเงินงบประมาณให้เพิ่มขึ้นเป็นหลังละ 500,000 บาท จะทำให้ได้บ้านหลังใหญ่กว่าเดิมอีก ซึ่งทำให้ตนและครอบครัวดีใจมาก ที่ได้รับความเมตตาจากผู้มีจิตศรัทธาทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และนายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผวจ.ศรีสะเกษ ที่ได้ให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่
นางสมหมาย คำอุ่ม อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 219 หมู่ 12 บ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ในช่วงเวลากลางคืนตนไม่สามารถที่จะนอนหลับได้ เนื่องจากว่าต้องคอยหวาดผวากับเสียงที่ดังคล้ายกับเสียงปืนใหญ่และระเบิดทั้งนี้เนื่องจากว่า เป็นประจำทุกคืนช่วงตั้งแต่ประมาณ 5 ทุ่มขึ้นไป จะต้องมีเสียงดังคล้ายกับเสียงปืนและเสียงระเบิดเป็นประจำอยู่เสมอทุกคืน อีกทั้งขณะนี้ชาวบ้านภูมิซรอลครึ่งหมู่บ้าน ตอนกลางวันจะพากันมาดูแลบ้านของตนเอง ส่วนตอนกลางคืนจะพากันไปนอนพักที่บ้านญาติพี่น้องในเขต อ.กันทรลักษ์ เพื่อให้ห่างไกลจากวิถีกระสุนปืนใหญ่ของฝ่ายกัมพูชา เพื่อความปลอดภัยนั่นเอง
แม่ทัพภ. 2ยันไม่ตอบโต้ที่ถูกกล่าวหาเอี่ยวเขมร
เมื่อเวลา 11.30 น.ที่ศูนย์รับบริจาคและส่งต่อความช่วยเหลือสู่ประชาชนผู้ประสบภัย กองทัพภาคที่ 2 สโมสรร่วมเริงไชย ภายในค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 อ.เมืองฯ จ.นครราชสีมาพล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานรับมอบเงิน 198,877.50 บาท พร้อมข้าวสารอาหารแห้ง ขนมปัง ยารักษาโรค น้ำดื่ม ของใช้ในชีวิตประจำวันจากนายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา และรับมอบสิ่งของจากผู้มีจิตศรัทธาสมทบเพิ่มเติมอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับทหาร และราษฎรที่ประสบความเดือดร้อนตามแนวชายแดน จ.สุรินทร์ , ศรีสะเกษ และ จ.อุบลราชธานี
แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนโดยเฉพาะประชาชนเกิดความเครียดและยังรู้สึกหวาดผวาเสียงปืนดังเกือบทุกวันว่า ปัจจุบันมีทหารเข้าเวรยามที่หมู่บ้านชายแดน จ.ศรีสะเกษกว่า 10 หมู่บ้าน ซึ่งต้องยอมรับว่า ประชาชนไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มานานกว่า30 ปีแล้ว ขณะนี้สถานการณ์ก็น่าจะดีขึ้น แต่ที่มีเหตุการณ์เล็กๆน้อยๆไม่มีเสียงปืนขนาดหนัก
แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ พล.ต.ชวลิต ชุนประสาร ผบ.กองกำลังสุรนารี ซึ่งเป็นหน่วยในพื้นที่ไปเจรจาพยายามพูดคุยกับ ทางทหารภูมิภาคที่ 4 กัมพูชาว่า ทำไมที่คุยกันหลายครั้งแล้วยังมีการโยนไปมา อาจมีอะไรที่ยังแคลงใจกันอยู่หรือไม่ ส่วนตนจะประสานพูดคุยกับระดับสูงในเร็วๆนี้
ต่อข้อถามถึง ปัญหาการเจรจาทางการทูตระหว่างสองประเทศหากยังยืดเยื้อเจรจาไม่ได้ข้อยุติ ในฐานะผู้ปฏิบัติหนักใจอย่างไรบ้างเพราะยังมีการยิงไปมาอยู่อย่างนี้ตลอดทุกวัน พล.ท.ธวัชชัยฯตอบว่า ไม่หนักใจ เพราะเราไม่ได้มีปัญหา การสาดน้ำเข้าหากันก็คงเจ็บบ้าง จ็บมากกว่า แต่เราก็ไม่ได้ไปสนใจเอาละเอียดมากนัก ซึ่งการเจรจาก็อยากให้จบกันทั้งฝ่ายโดยเร็วอยู่แล้ว เพราะตนได้ไปคุยกับผู้บังคับบัญชาเขาทุกครั้งเราก็ยืนยันว่า เราไม่เคยคิดจะไปทำอะไรเขาก่อนแน่นอนตามนโยบาย และที่ทางกระทรวงต่างประเทศไปคุยกับทางยูเอ็นฯเขาก็ให้เป็นเรื่องของอาเซี่ยนด้วยกัน ซึ่งเห็นว่าในวันที่ 22 ก.พ.นี้ก็จะคุยกันต่อ ซึ่งคงจะเป็นลักษณะของนโยบายข้างบน ฉะนั้นทางเขาเองก็ต้องมากำกับข้างล่าง เพียงแต่ว่าปัญหาเรื่องการปักปันเขตแดนก็คงจะมีการหารือหรือพูดคุยตกลงกันยาวในส่วนนั้น
แต่ว่าสภาพรวมตนว่า ถ้าฟังที่นายกรัฐมนตรี สมเด็จฮุนเซ็น ที่เปิดถนนก็ไม่ได้มายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ คงเพียงแต่ไม่อยากให้มันขยายจากจุดนั้น ซึ่งก็คงจะเอาแค่จุดเดียว ซึ่งในส่วนตนเองก็พยายามจะเสนอให้เขาปรับกำลังทหารทั้งสองฝ่ายที่มีปัญหากัน อาจจะแค้นกัน เหมือนกับกลุ่มวัยรุ่นก็เอาทั้งสองฝั่งออกไปอยู่ข้างล่างหรือข้างหลังแล้วเอาพวกใหม่มา กลุ่มใหม่ก็อาจจะไม่มีกินแหนงแคลงใจกัน ตรงนี้เป็นหลักสากลธรรมดา
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีแกนนำกลุ่มพันธมิตรกล่าวโจมตีว่านายทหารระดับสูงของกองทัพภาคที่ 2 ได้รับผลประโยชน์จากฝ่ายกัมพูชาจึงไม่กล้าแก้ปัญหามีความรู้สึกอย่างไร พล.ท.ธวัชชัยฯตอบว่า ไม่เป็นไร ตอนเข้าเตรียมทหารปี 2512 จำได้ พล.ท.ปิยะ สุวรรณพิมพ์ ผบ.โรงเรียนเตรียมทหาร ประชุมครั้งแรกว่า เราต้องทำตัวให้เขาอิจฉา ไม่ต้องทำให้ใครเขาสงสาร เพราะว่าไม่มีใครไปอิจฉาขอทาน ฟังความนี้แล้วตนก็ใช้สติก็เฉยๆไป ใครจะว่าอะไรก็ไม่มีปัญหา เชิญเขาพูดไปเรื่อยๆ เพราะว่าเราไม่ได้เป็นไปตามที่เขาพูดก็ถือว่าเรามีความสุขแล้ว
ส่วนจะดำเนินคดีหรือฟ้องร้องหมิ่นประมาทกับกลุ่มพันธมิตรหรือไม่ พล.ท.ธวัชชัยฯตอบว่า ขี้เกียจขึ้นศาล เพราะขึ้นศาลแล้วเรื่องยาว 4-5 ปี ต่อข้อถามถึง มีข่าวว่านายกรัฐมนตรีจะสั่งตรวจสอบกรณีที่กลุ่มพันธมิตรระบุ พร้อมที่จะให้ตรวจสอบหรือเปล่า พล.ท.ธวัชชัยฯตอบว่า ได้อยู่แล้ว ไม่มีปัญหา ส่วนขวัญกำลังใจทหารชายแดนตอนนี้ก็ไม่มีปัญหา ทหารเราเต็มร้อยทุกอย่าง ทุกเรื่องเราดีหมด
เผยสงฆ์6วัดศรีสะเกษลี้ภัยสงครามชายแดน
นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.)เปิดเผยว่า ที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานการประชุมได้รับทราบ ตามที่สำนักพุทธฯรายงานเกี่ยวกับจำนวนวัดที่ประสบภัยจากเหตุการณ์ปะทะบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จ.ศรีสะเกษ มีจำนวน 6 แห่ง ได้แก่ วัดภูมิซรอล วัดบ้านภูมิซรอล วัดบ้านชำเม็ง วัดเสาธงชัย วัดป่าภูแหลม ต.เสาธงชัย และวัดบ้านตาแท่น ต.บึงมะลู อ.กันทรลักษณ์ ในการนี้ มีพระสงฆ์อยู่จำพรรษา รวม 32 รูป
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้อพยพพระสงฆ์ทุกรูปในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบตามแนวชายแดน ย้ายไปอยู่จำพรรษาในวัดที่อำเภอเมืองและพื้นที่ปลอดภัยแล้ว พร้อมกับได้ขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่ทหารในการดูแลวัดทั้ง 6 แห่ง เพื่อไม่ให้เกิดการบุกรุกและลอบทำลายให้เกิดความเสียหาย พร้อมกันนี้พบที่พักสงฆ์ 1 แห่ง คือ ธุดงคสถานวิหารเพชร ถูกไฟไหม้จากเหตุระเบิด มูลค่าความเสียหายประมาณ 2 แสนบาท ซึ่งสำนักพุทธฯ จะได้เข้าไปให้การบำรุงซ่อมแซมต่อไป



