ข่าว

"เสธ.อ้าย"ไม่หวั่นธนา
แย่งเก้าอี้นายกมวย
ชี้ให้สมาชิกตัดสิน

"เสธ.อ้าย"ไม่หวั่นธนา แย่งเก้าอี้นายกมวย ชี้ให้สมาชิกตัดสิน

17 ก.พ. 2554

"เสธ.อ้าย" พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ไม่หวั่นแย่งชิงนายกมวยสากลกับ “บิ๊กต้อม” ธนา ไชยประสิทธิ์ ขอให้สมาชิกเป็นผู้ตัดสินใจว่าใครดีที่สุด ล่าสุดมีสโมสรสมาชิกหนุนถึง 26 เสียงจากทั้งหมด 45 เสียง ระบุเน้นการทำงานที่โปร่งใสและทุกอย่างตรวจสอบได้

 

 เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่สนามราชตฤณมัยสมาคม พ.อ.ศักดา เพชรจินดา เลขาธิการสโมสรมวยสากลสมัครเล่นเหินเวหา ได้เชิญสมาชิกสโมสรร่วมรือถึงความเหมาะสมของบุคคลที่จะมาปฏิบัติหน้าที่นายกสมาคมมวยสากลสมัครเล่นแห่งประเทศไทย แทนที่ “เสธ.วีป” พล.อ.ทวีป จันทรโรจน์ อดีตนายกสมาคม ที่ยื่นหนังสือลาออกไปก่อนหน้านี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังมีความขัดแย้งกับสหพันธ์มวยสากลสมัรเล่นนานาชาติ หรือไอบ้า ตั้งแต่เอเชี่ยนเกมส์เมื่อปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ภายในงานกลับไม่มีนักชกโอลิมปิกเกมส์อย่าง สมรักษ์ คำสิงห์, วิจารณ์ พลฤทธิ์, สมจิตร จงจอหอ ตามที่ได้ประกาศไว้ แต่มีเพียง มนัส บุญจำนง และวิชัย ราชานนท์ เท่านั้นที่มาให้กำลังใจ


 จากนั้นสโมสรสมาชิกทั้ง 26 แห่งจากทั้งหมด 45 แห่งได้มีมติเป็นเอกฉันท์เสนอชื่อ “เสธ.อ้าย” พล.อ.บุญเลิศ แก้วประเสริฐ วัย 70 ปี อดีตเลขาธิการสมาคมมวยสากลสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหาร และเลขาธิการราชตฤณมัยสมาคม ลงชิงชัยตำแหน่งนายกสมาคมกับ “บิ๊กต้อม” ธนา ไชยประสิทธิ์ หัวหน้าคณะนักกีฬาทีมชาติไทย ที่ประกาศรับสมัครเลือกตั้งในตำแหน่งนี้
 พล.อ.บุญเลิศ กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่สโมสรต่างๆ ให้การสนับสนุนเต็มที่ ซึ่งตนตั้งใจจะปรับปรุงการทำงานของสมาคมมวยสากลให้โปร่งใสและยุติธรรมที่สุด โดยเฉพาะเรื่องของรายรับและรายจ่ายที่ได้จากผู้สนับสนุนต่างๆ รวมทั้งประสานงานและทำความเข้าใจกับสหพันธ์มวยสากลสมัครเล่นนานาชาติ (ไอบ้า) ถึงปัญหาความขัดแย้งในอดีตให้ลดน้อยลง เพราะถึงอย่างไรก็ตามเราต้องพึ่งไอบ้าในการประสานงานตางๆ เพื่อพาขุนพลกำปั้นทีมชาติไทยสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี โดยเฉพาะเป้าหมายเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ปี 2012 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ


 สิ่งสำคัญที่อยากเข้ามาทำงานคือ ความโปร่งใสในการบริหาร ทุกอย่างสามารถตรวจสอบได้ชัดเจนถึงที่มาที่ไป เพราะสมาคมมวยสากลสมัครเล่นเป็นสมาคมใหญ่ที่ทุกคนจับตามอง หากเราบริหารงานที่ดีก็จะได้รับการยอมรับจากสังคม แต่ถ้าบริหารงานไม่ดีจะเกิดผลเสียต่อประเทศชาติ โดยเฉพาะนักกีฬาได้ เพราะที่ผ่านมาเท่าที่ติดตามข่าวสาร มีความเห็นว่าวงการกำปั้นไทยเริ่มตกต่ำและคาดว่าหากไม่มีการพัฒนาและตั้งใจทำงานอย่างจริงจังอนาคตเราคงลำบากแน่
 “ส่วนตัวผมไม่รู้สึกกดดันที่จะต้องแย่งชิงเก้าอี้นายกสมาคมมวยสากลสมัครเล่นกับนายธนา ไชยประสิทธิ์  ในทางตรงกันข้ามเป็นการดีเสียอีกที่มีการแข่งขันกัน เพราะสโมสรสมาชิกจะได้มีทางเลือก อย่างไรก็ตาม ถามว่ามีคะแนนเสียงในมือเท่าไร และมั่นใจหรือไม่นั้น ตอนนี้เท่าที่ทราบมี 26 เสียงจากทั้งหมด 45 สโมสร เรื่องมั่นใจต้องบอกว่ายังไม่มีความมั่นใจแม้จะมีเสียงอยู่ก็ตาม ซึ่งผมไม่ได้หนักใจอะไรหากแพ้หรือชนะ เพราะเปิดกว้างร่วมงานกับนายธนาได้ไม่มีปัญหา แต่ผมเองค่อนข้างมีโชคเรื่องการเลือกตั้ง เพราะคนที่เคยผ่านสนามม้า ซึ่งเป็นสนามปราบเซียนมาได้ อะไรก็ผ่านได้”


 ด้าน มนัส บุญจำนง กล่าวว่า ตัวเขาเองเป็นเด็ก ใครจะเป็นนายกสมาคมก็ได้ อยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะเรื่องของสตาฟฟ์โค้ช ซึ่งหลังจากเลือกตั้งเสร็จก็จะกลับมาเข้าค่ายซ้อมอีกครั้งโดยไม่ขอใช้สิทธิพิเศษ ซึ่งตนจะเข้าคัดตัวตามปกติ เพื่อขอชกในรุ่น 75 กก. โดยมีเป้าหมายที่โอลิมปิกเกมส์ 2012 ที่ลอนดอน