ข่าว

เฉลิมไม่ร่วมซักฟอกปล่อยมิ่งขวัญโชว์

เฉลิมไม่ร่วมซักฟอกปล่อยมิ่งขวัญโชว์

16 ก.พ. 2554

“เฉลิม”ยันไม่ร่วมศึกซักฟอกรัฐบาล แขวะ“มิ่งขวัญ”อยากเป็นนายกฯต้องโชว์ ย้อน“กอร์ปศักดิ์”ใจแคบ โวลูกเหมือนตัวเองตรงที่ไม่โกงกิน ขู่แฉรัฐจัดทำงบกลางปีแบบหมกเม็ด เชื่อรัฐเก็บภาษีไม่ได้ตามเป้า "นายกฯ" นั่งฟัง "เฉลิม" สับงบฯ มอบ จุรินทร์ ประชุมสสส.แทน

(16ก.พ.) เมื่อเวลา 12.45  น. ที่รัฐสภา ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะหัวหน้าทีมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลระบุ ว่า ต้องรอให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่งสัญญาณเรื่องวันยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ตนไม่อยากแสดงความเห็น แต่เมื่อครั้งที่ตนได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าทีมอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีอำนาจเต็มในการตัดสินใจ

ส่วนนายมิ่งขวัญจะมีเหตุผลอย่างไรนั้นไม่ขอก้าวล่วง แต่ยืนยันว่าตนจะไม่เข้าร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลครั้งนี้แน่นอน จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนายมิ่งขวัญ เพราะอยากจะโชว์เป็นหัวหน้าพรรค อยากเป็นนายกรัฐมนตรีก็ต้องแสดงความสามารถให้เห็น สำหรับตนไม่อยากเป็นนายกรัฐมนตรีแต่ที่ผ่านมาก็แสดงเข้าตามาแล้ว ส่วนกรณีที่กังวลว่าหากยื่นญัตติช้าอาจจะไม่ทันการเพราะรัฐบาลอาจจะชิงยุบสภาก่อนนั้น ร.ต.อ. เฉลิมกล่าวว่า    ตนไม่กล้าพูด เดี๋ยวนายมิ่งขวัญจะดุเอา แต่ในฐานะที่มีประสบการณ์เห็นว่า ในอดีตการเขียนญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้นไม่ง่ายเหมือนก่อน ไม่ง่ายอย่างที่คิด ต้องใช้สติปัญญา แต่ก็เชื่อว่านายมิ่งขวัญคงจะทำได้

 สำหรับกรณีที่นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาโจมตีแคมเปญ   “ 5 ล้มเหลว  10  จำทน”ที่พรรคเพื่อไทยเตรียมใช้เป็นนโยบายหาเสียงในการเลือกตั้งครั้งหน้าว่า เป็นนโยบาย  5 เหลวไหล  10  จำอวดมากกว่านั้น ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ตนไปเล่นจำอวดที่ไหน เข้าใจผิดแล้ว และตนก็คงจะไม่ฟ้องกลับเพราะชอบพอกัน ตนสนิทสนมกับครอบครัวภรรยาของนายเทพไทดี ปล่อยเขาไว้คนหนึ่ง

ย้อนกอร์ปศักดิ์”ใจแคบ

 ร.ต.อ. เฉลิม กล่าวถึงกรณีที่นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวพาดพิงบุตรชายว่าไม่เหมือนกับร.ต.อ.เฉลิม ว่า ต้องชี้แจงว่าเรื่องที่ตนพูดถึงบิดาของนายกอร์ปศักดิ์นั้นไม่ได้มีเจตนาดูหมิ่นนายกอร์ปศักดิ์ว่าไม่เหมือนคุณพ่อของท่าน แต่หมายถึงว่านายประมวลเป็นบุคคลที่มีบุคลิกนักเลง เอาพรรคพวก มีเหตุผล แต่ไม่ใช่เกเร แต่ปรากฏว่านายกอร์ปศักดิ์ตอบกลับว่าตนกับบุตรชายก็ไม่เหมือนกัน ขอยืนยันว่าเหมือนทั้งหน้าตาและนิสัย โดยเฉพาะที่เหมือนกับตนคือไม่ทุจริตโกงกิน แต่ที่ไม่เหมือนเพราะลูกชายตนจบปริญญาโทแต่ตนจบปริญญาเอก   การมาแขวะเช่นนี้คือใจแคบ ไม่เหมือนกับบางคนที่ลาออกจากประธานโครงการชุมชนพอเพียง ทำไมไม่อยู่รอการอภิปรายไม่ไว้วางใจก่อน

ขู่แฉรัฐจัดทำงบกลางปีแบบหมกเม็ด

 ที่รัฐสภา ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ  2554  ว่า เท่าที่ฟังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เห็นว่านายกฯ มาผิดฟอร์มที่ต้องอ่านเอกสารรายละเอียด แสดงว่าไม่มั่นใจ ส่วนที่ระบุว่าจะนำเงินไปใช้หนี้เงินคงคลังนั้น ก็ยังมีส่วนต่างกว่า  1  หมื่นล้านบาทที่จัดสรรให้กับ  5  กระทรวง   ซึ่งตนจะอภิปรายนโยบายของรัฐบาลให้ประชาชนเห็นภาพว่า สิ่งที่นายกฯ พูดประมาณการณ์ว่าจะจัดเก็บภาษีได้เพิ่มถึง  1.2  แสนล้านบาทนั้นไม่เป็นความจริงและบิดเบือนอย่างไร รวมทั้งเอื้อประโยชน์ให้กับใครอย่างไรหรือไม่ เนื่องจากมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการนำงบมาเป็นเงื่อนไขเมื่อครั้งผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของพรรคประชาธิปัตย์ ที่สำคัญคือมีข้อสังเกตว่า การจัดสรรงบประมาณครั้งนี้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงคมนาคมซึ่งมีรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยดูแลนั้นได้เงินเป็นจำนวนมาก

 ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า ที่น่าสังเกตคือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงศึกษาธิการในกรณีการประมูลงาน ที่พิจารณาให้เพียงบริษัทเดียวและมูลค่าประมูลไม่ถึง  10  ล้านบาทนั้นทำให้ไม่ต้องเปิดประมูล ทำให้มีมิสเตอร์ต่างๆ ได้ 25-30  เปอร์เซ็นต์ สรุปคืองบประมาณ  1.6  หมื่นล้านบาทเอาไปแบ่งกัน  3.2  พันล้านบาท เตรียมไว้สำหรับการเลือกตั้ง หากเกิดอุบติเหตุเลือกตั้งเร็วขึ้นโดยไม่ได้จัดทำงบประมาณปี  2555 ทำไมนายกฯ ไม่บอกว่ารัฐบาลมีหนี้  4.5  ล้านล้านบาท ของแพงขึ้น  17  เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะเก็บภาษีให้ได้ตามเป้าที่กำหนด

อัดตั้งงบกลางปีผิดหลักเศรษฐศาสตร์

 จากนั้นเวลา 14.00 น. ร.ต.อ.เฉลิม ลุกขึ้นอภิปรายว่า จากเอกสาร 4 เล่ม และนายกฯแถลงกับที่ประชุมนั้น ข้อบกพร่องงบกลางปีมีดังนี้ 1.รัฐบาลบิดเบือนข้อเท็จจริงการเก็บภาษี 2.ไม่เป็นไปตามหลักเศรษฐศาสตร์ เพราะทำงบในช่วงที่บ้านเมืองมีเงินเฟ้อ 3.5 เปอร์เซ็นต์ 3.นำเงินในอนาคตมาใช้และขาดรายละเอียดของโครงการ   4.โครงการที่เน้นแก้ปัญหาภัยพิบัติไม่กระตุ้นเศรษฐกิจส่วนอื่น ทั้งๆที่งบส่วนอื่นๆเกลี่ยได้แต่ไม่ทำ จึงนำเค้ก1.6 หมื่นล้านบาทมาแบ่งในช่วงใกล้เลือกตั้ง และ 5.แบ่งงบของพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อรองรับการเลือกตั้ง หาเสียงล่วงหน้าโดยข้อนี้ตนเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่ง รัฐบาลชุดนี้ประสบความสำเร็จเพียงสองเรื่องคือเบี้ยยังชีพคนชราและเบี้ยคนพิการ แต่สงสัยว่าทำไมจึงนำงบไปให้กระทรวงมหาดไทย ไม่ให้งบนี้กับกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ทำแบบนี้เพราะเอาใจพรรคร่วมรัฐบาล ซื้อพรรคการเมืองล่วงหน้า จึงมีเงินไปใช้จ่ายกัน 60 ล้าน 200 ล้าน   

 ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า นายกฯเคยพูดว่าจะทำประเทศไทยเป็นรัฐสวัสดิการใน 7 ปีข้างหน้า การจะเป็นรัฐสวัสดิการนั้น รัฐบาลต้องเก็บภาษีคนไทยให้ได้ขั้นต่ำร้อยละ 55 แต่ความจริงวันนี้เก็บภาษีคนไทยได้ 2.3 ล้านคน จาก 64 ล้านคนเท่านั้น อยากถามว่าจะทำได้อย่างไร   รัฐบาลนี้ทำการทุจริต เบียดบังงบประมาณเพื่อนำไปซื้อส.ส. ตัวอย่างคือ โครงการ 3 จีของกระทรวงไอซีทีที่มีการประมูลแบบผิดปกติ กระทรวงคมนาคมที่ได้ชื่อแชมป์แห่งการโกง กรมทางหลวงชนบทมีการชักเปอร์เซนต์ 25-30เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้ท่องคำว่าต้องทำให้นาย   เพราะใกล้เลือกตั้ง      รถไฟฟ้าสายสีม่วงที่คาราคาซัง   สายสีน้ำเงินก็จะกินกันอีกแล้ว   

 ส่วนกระทรวงพาณิชย์ทุจริตเรื่องพืชผลหลายชนิด จนนายกฯปลดผู้ช่วยรัฐมนตรีพาณิชย์แต่ก็ไม่มีอะไร    น้ำมันปาล์มนั้นมีบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ของคนในรัฐบาลนี้ได้ประโยชน์  รมว.มหาดไทยคนนี้ตนขอสาบแช่งให้เป็นคนสุดท้ายในเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการทุระดับ ตนไม่รู้ว่าแต่งตั้งภารโรงที่กระทรวงนั้นจะมีปัญหาหรือไม่     นายกฯจะปฏิเสธว่าไม่รู้ไม่ได้ เพราะกระทรวงนี้ทุจริตการเช่าซื้อคอมพิวเตอร์ 3,400 ล้านบาท ที่ปปช.รับเรื่องไปแล้ว     กระทรวงนี้ก็ย้ายคนที่รู้เรื่องไปอยู่ภาคใต้ แล้วเอาปลัดจ.บุรีรัมย์มาเป็นปลัดกระทรวง      หากอยู่ในสมัยนายชวน หลีกภัย เป็นนายกฯนั้นก็คงปลดกันไปแล้ว    แต่นายกฯคนนี้รู้ร้อนรู้หนาวหรือไม่   หรือเป็นเพราะต้องการเป็นนายกฯต่อจึงต้องเอาใจพรรคร่วมรัฐบาล   ส่วนงบเข้าท้องที่ต่างๆนั้น ใครที่ไม่ยอมย้ายมาอยู่ด้วยก็ไม่เซ็นสัญญา รวมทั้งบีบและกระทืบ   รัฐบาลนี้ปั่นหุ้นกันสนุกและคนในรัฐบาลก็รวยกันไป เมื่อมีข่าวออกมาก็บอกว่าไม่เกี่ยว   กินกันแบบนกกระจิบ นกกระจอก พญาหงส์ อินทรี กินมังสาหารเหมือนสัตว์ทุกชนิด

 “รัฐบาลบิดเบือนตัวเลขและข้อเท็จจริง   งบกระทรวงเกษตรฯ1.7เปอร์เซ็นต์ก็มอบให้กรมชลประทานหมด   จัดทำงบแบบทุจริตง่ายๆ ตั้งงบไม่ถึง10ล้านบาทก็ไม่ต้องประมูล   ผู้รับเหมามีรายเดียว ผมเชื่อว่านายกฯไม่โกง แต่ไม่เชื่อว่านายกฯจะไม่รู้ว่ามีการโกง   การทุจริตเงินช่วยเหลือเกษตรกรยากไร้เหมือนรีดเลือดจากปู   ทุจริตแบบมหาโจร” ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่าและว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯได้งบ 900 กว่าล้านบาทไม่รู้ว่าแลกกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่   กระทรวงมหาดไทยได้ไป 8,000 กว่าล้านบาท ทั้งๆที่รู้กันดีว่าทุจริตหลายเรื่อง ไม่รู้ว่ากลัวไม่เชื่องหรือกลัวจะกลับบ้านเก่า   กระทรวงที่พรรคประชาธิปัตย์ดูแลก็เช่นกัน คือกรมอาชีวะศึกษา กระทรวงศึกษาธิการนั้นมีรูปแบบการโกงเหมือนกระทรวงเกษตรฯ         

 ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า   รัฐบาลนำงบกลางปีไปผลาญเพราะทุจริต มีการนำเงินในอนาคตมาใช้และทึกทักเองว่าจะเก็บภาษีได้     เมื่อเก็บภาษีไม่ได้ต้องไปกู้เงินเพิ่ม   รัฐบาลนี้กู้เบ็ดเสร็จ1.27ล้านล้านบาท เก่งแต่บริหารจนหนี้ท่วมหัว   บริหารจนนานาชาติข้องใจความโปร่งใส   และบอกว่ารัฐบาลนี้คอรัปชั่น      เมื่อมีหนี้เพิ่มก็ขูดรีดประชาชนเพิ่ม    เช่นภาษีสรรพสามิตน้ำมันที่ขึ้นลิตรละ3บาท   เป็นวิธีสกปรกและรังแกประชาชน    สมัยรัฐบาลพลังประชาชนไม่เก็บภาษีนี้แต่นำเงินกองทุนน้ำมันมาอุ้ม      ขอสรุปว่าในทางเศรษฐศาสตร์ เมื่อมีเงิน 1.2 แสนล้านบาทเข้าระบบ นักลงทุนตาวาว เพราะจะปรับขึ้นราคาสินค้า     ประชาชนเดือดร้อนและไม่มีงานทำ   อาชญากรรมเพิ่มขึ้น    ขอถามนายกฯว่า งบไทยเข้มแข็ง 4 หมื่นล้านบาททำไมไม่นำมาใช้     การตั้งงบกลางปี 1.2 แสนล้านบาทไปช่วยแก้ปัญหาภัยพิบัตินั้นผิดหลักเศรษฐศาสตร์       อีกทั้งมีการทุจริต 30 เปอร์เซ็นต์    เพราะที่ผ่านมานั้นชุมชนพอเพียงทุจริต ต้นกล้าอาชีพล้มเหลว   เช็กช่วยชาติ 2,000 บาทไม่ได้ช่วยอะไร   การจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ทำไมโดนต่อต้าน

 “วันเลือกตั้งจะเป็นวันตัดสินของการบริหารรัฐบาลว่าผมทำนายผิดหรือไม่” ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว  

"นายกฯ"นั่งฟัง"เฉลิม"สับงบฯ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเดิมทีในเวลา 14.00 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ครั้งที่ 2/2554 ที่ห้องประชุม 3401 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา 3 แต่ปรากฏว่าเวลาดังกล่าวเป็นเวลาเดียวกันกับเวลาที่ ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย กำลังอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณกลางปี2554 แบบไม่จำกัดเวลาพอดี จึงทำให้นายกรัฐมนตรีต้องนั่งฟังร.ต.อ.เฉลิมอภิปราย ดังนั้นนายกฯจึงได้มอบหมายให้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข ดำเนินการประชุมสสส.ไปก่อน