ข่าว

ทม.ป่าตองจี้รัฐแก้ขายตรงห้องพัก              
หวั่นต่างชาติถูกหลอก-กระทบท่องเที่ยวเมือง

ทม.ป่าตองจี้รัฐแก้ขายตรงห้องพัก หวั่นต่างชาติถูกหลอก-กระทบท่องเที่ยวเมือง

17 ก.พ. 2554

ภูเก็ต - สมาชิกสภาเทศบาลเมืองป่าตอง จ.ภูเก็ต วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาไทม์แชริ่ง หรือธุรกิจขายตรงห้องพัก ห้องชุด บ้านพัก หวั่นทำภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเมืองเสียหาย หลังได้รับร้องเรียนชาวต่างชาติถูกหลอก

  นายวีรวิทย์ เครือสมบัติ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองป่าตอง จ.ภูเก็ต เปิดเผยว่าปัญหาธุรกิจไทม์แชริ่ง หรือธุรกิจนำห้องพัก ห้องชุด หรือบ้านพักเพื่อการจัดสรรวันพักผ่อนให้แก่นักท่องเที่ยวในปัจจุบันได้สร้างความเสียหายให้การท่องเที่ยวของป่าตองอย่างมาก หากปล่อยไว้ก็จะทำให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของป่าตองเสียหายแน่นอน เนื่องจากขณะนี้มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหลายรายเข้าร้องเรียนว่าถูกหลอกและชักจูงให้ซื้อห้องพักของโรงแรมต่างๆ ในรูปแบบของไทม์แชริ่ง แต่เมื่อต้องการเข้าพักกลับไม่มีห้องพักให้ทั้งๆ ที่จ่ายเงินล่วงหน้าไปแล้ว

 “การให้บริการไทม์แชริ่งจะเป็นลักษณะที่ผู้ประกอบการนำห้องพักหรือห้องชุดหรือบ้านพัก โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมาจัดสรรช่วงเวลาในการใช้ห้องพักให้สมาชิก ซึ่งผู้ที่ต้องการห้องพักจะต้องสมัครเป็นสมาชิกระยะยาว 5-10 ปี และเสียค่าใช้จ่ายล่วงหน้า โดยมีสิทธิเข้าพักปีละ 7 วัน ช่วงเวลาใดก็ได้ โดยผู้ประกอบการซึ่งเป็นบริษัทที่บอกรับสมาชิกส่วนใหญ่จะไม่มีโรงแรมเป็นของตัวเอง แต่ใช้วิธีเช่าห้องพักโรงแรมต่างๆ โรงแรมละ 20-30 ห้องในระยะยาว” นายวีรวิทย์  กล่าว

 นายวีรวิทย์ กล่าวว่า ธุรกิจไทม์แชริ่งเป็นลักษณะการบริการไม่ใช่สินค้าที่จับต้องได้เหมือนสินค้าทั่วๆ ไป ใช้วิธีการขายตรงโดยให้พนักงานซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติใช้จักรยานยนต์เข้าชักชวนลูกค้า หรือการตั้งบูธในห้างสรรพสินค้า เมื่อขายได้พนักงานจะได้ค่าตอบแทนจากการขายราว 30% ของมูลค่าสัญญาซึ่งเป็นค่าตอบแทนที่สูงจึงเป็นเหตุจูงใจในการขาย โดยมีการกล่าวอ้างสิทธิประโยชน์เกินความเป็นจริง มีการปกปิดข้อเท็จจริงที่ลูกค้าควรทราบ เช่น บอกว่าสามารถพักช่วงเวลาใดก็ได้ เป็นโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว เป็นต้น แต่เมื่อเป็นสมาชิกแล้วกลับไม่ได้ตามที่นำเสนอ โดยหาข้ออ้างต่างๆ ขึ้นมาประกอบ ซึ่งก่อนจะมีการเสนอขายก็จะมีวิธีการชักจูงเหยื่อให้เข้ามายังสำนักงานผู้ขาย เช่น เสนอห้องพักตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในราคาถูก ให้บัตรซึ่งเมื่อขูดแล้วจะได้รับรางวัล เป็นต้น เมื่อมีนักท่องเที่ยวตกเป็นเหยื่อก็หาวิธีการหว่านล้อมต่างๆ นานาจนยอมตอบรับเป็นสมาชิก

 นายวีรวิทย์ กล่าวอีกว่า ธุรกิจไทม์แชริ่งในภูเก็ตมีอยู่ 2-3 รายใหญ่ๆ โดยจัดตั้งรูปแบบบริษัทและมีคนไทยหุ้นส่วนด้วย แต่ผู้ดำเนินการจริงๆเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งแต่ละปีบริษัทเหล่านั้นจะส่งเงินออกไปยังประเทศของเขาปีละ 700-800 ล้านบาท จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง หากปล่อยไว้นานจะทำความเสื่อมเสียให้แก่การท่องเที่ยวของบ้านเรา