ข่าว

ต้องเชื่อหลักเหตุ-ผล

ต้องเชื่อหลักเหตุ-ผล

16 ก.พ. 2554

เป็นเรื่องที่น่าสนับสนุน หากว่าที่สุดแล้วพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยเฉพาะ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง จะเปิดท่าทียอมรับการถกแถลงร่วมกันกับฝ่ายรัฐบาล ที่นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อ้าแขนรับแนวคิด ให้สมาคมนักข่าวเปิดเวทีถกเถียงกัน

 ไม่มีเหตุอะไรที่มหาจำลองจะดื้อดึง หรือยืดยื้อเวลาออกไปด้วยกำลังคนที่มาชุมนุมเพียงเท่านั้น

 ไม่มีเหตุผลอันใดที่จะอ้างถึงเหตุและผลแต่เพียงขอตน แล้วทำตัวประหนึ่งเด็กเกเรลงไปนอนดิ้นขวางการจราจรข้างทำเนียบรัฐบาล

 ขนาด ฮุน เซน ที่มีส่วนได้-เสีย ในเรื่องนี้โดยตรง ยังไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์ข้อเสนอแนะของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

 ถ้าหากพันธมิตร และมหาจำลอง มีข้อมูลหลักฐานที่จะทำให้ไทยสามารถรักษาผลประโยชน์ของประเทศไว้ให้ได้มากที่สุด ก็ยิ่งมองไม่เห็นเหตุผลที่จะไม่เดินขึ้นเวทีเพื่อพูดคุยชี้แนะทางออก และยอมรับเหตุผลของอีกฝ่าย อย่างที่ผู้มีอารยะพึงปฏิบัติ

 การแข็งขืนที่จะปิดถนนต่อไป ในขณะที่ “เนื้อหา” และเหตุผลที่จะเรียกแนวร่วมให้ตัดสินใจเดินออกจากบ้านมาชุมนุมนั้นแผ่วลงทุกที ถ้าตัดสินใจเสียแต่วันนี้ ก็น่าจะเป็นผลดีต่อมหาจำลอง และผองเพื่อน

 ดีกว่าดื้ออยู่จนไปไม่เป็นจะหาบันไดลงก็ยังไม่เจอความเสียหายมันจะหนักไปมากกว่าที่คาดเดา

 ยิ่งมีม็อบเสื้อแดงที่มานัดชุมนุมแข่งเป็นระยะๆ แต่มีปริมาณมากกว่าหลายเท่าตัว มันไม่เพียงเสี่ยงที่จะเกิดสถานการณ์อื่นมาแทรก หากแต่สภาพที่เห็นมันกระทบถึงหน้าตาผู้นำการชุมนุมโดยตรง

 ม็อบเสื้อแดงนัดชุมนุมเวลานั้นเวลานี้ แล้วก็มีกำหนดเลิกสลายการชุมนุมแน่นอนชัดเจน ในขณะที่พันธมิตรบอกไม่คืนพื้นที่ไม่เลิกปิดถนน นานไปมันจะส่งผลเสียมากขึ้น

 มันจะมีคนถามว่า ระหว่าง มหาจำลอง กับ ตู่-จตุพร ใครมีน้ำหนักมากกว่ากัน!

 แล้วจะรอให้ถึงวันนั้นทำไม ในเมื่อวันนี้ มีบันไดพร้อมคนมาเรียกให้ลงดีๆ อยู่แล้ว

 จริงอยู่แนวที่ว่านี้ เคยเกิดขึ้นมาแล้ว และทำให้การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรมีพัฒนาการ แต่เมื่อมาถึงวันนี้ มีประเด็นใหม่ขึ้นมา ก็ควรจะหันมาใช้เครื่องมือที่มีอยู่

 ถ้าชี้ให้เห็นแล้วว่า เอ็มโอยู 43 มันทำให้บ้านเมืองเสียหายจริง แล้วรัฐบาลไม่ยอมแก้ไข หรือไม่มีเหตุผลรองรับเพียงพอ เชื่อเถอะ ที่ราชดำเนินเลยไปจนถึงข้างทำเนียบ ก็น่าจะไม่พอสำหรับคลื่นมหาชนที่จะไปร่วมไล่รัฐบาล

 ศรายุทธ สายคำมี
[email protected]