ข่าว

ประสานเสียงหยุดยิง!ต้องให้2ชาติคุย

ประสานเสียงหยุดยิง!ต้องให้2ชาติคุย

16 ก.พ. 2554

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังมีกระแสข่าวว่าคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ "ยูเอ็นเอสซี" ต้องการให้ รมว.กลาโหมของไทย และกัมพูชา

มีการลงนามในสัญญาเพื่อให้กองกำลังทหารของไทย-กัมพูชาหยุดยิงว่า ขณะนี้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติไม่ได้บอกแบบนั้น และยังไม่ได้มีการกำหนดในเรื่องดังกล่าว เพราะขั้นตอนการดำเนินการต่อไปจะต้องมีการตกลงกันระหว่างไทย-กัมพูชา ถึงช่องทางในการเจรจาเพื่อหาทางออกในเรื่องนี้

 ทั้งนี้ ช่องทางดังกล่าวจะต้องผ่านในรูปการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) ในระดับรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย-กัมพูชา

 ส่วนการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (จีบีซี) จะเป็นระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทย-กัมพูชา นอกจากนี้ ยังมีการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย-กัมพูชา (อาร์บีซี) ซึ่งเป็นการประชุมในระดับเจ้าหน้าที่กองทัพ

 พล.อ.ประวิตร ย้ำว่า เรามีหลายช่องทางในการพูดคุยกัน เช่น ในการประชุมจีบีซี ครั้งที่ 8 ที่กัมพูชาจะเป็นเจ้าภาพ ส่วนจะมีการประชุมได้เมื่อใดนั้นขณะนี้ยังไม่ทราบ โดยจะต้องรอดูสัญญาณของกัมพูชาก่อนว่าจะแจ้งให้กระทรวงกลาโหมทราบเมื่อใด

 "กระทรวงกลาโหมและกองทัพพร้อมที่จะพูดคุยกันเพื่อหาทางออก หากปล่อยเนิ่นนานไปจะไม่เป็นผลดีต่อใครเลย เพราะไทย-กัมพูชาก็เหมือนมิตรประเทศกัน ดังนั้น ไม่มีวิธีไหนดีที่สุดนอกจากการพูดคุยเจรจากัน แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับทางกัมพูชาว่าจะดำเนินการอย่างไร ตอนนี้สถานการณ์เริ่มดีขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ของทั้งสองกองทัพที่มีมานาน"

 ส่วนท่าทีของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่มีต่อกองทัพนั้น รมว.กลาโหม กล่าวว่า นายกฯ ไม่ได้มอบหมายอะไรแก่กระทรวงกลาโหมหรือกองทัพเป็นพิเศษ โดยการดูแลพื้นที่ตามแนวชายแดน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ก็ดูแลอย่างเต็มที่อยู่แล้ว ทั้งนี้ ยืนยันว่าประเทศไทยยึดมั่นใจในเรื่องกฎบัตรสหประชาชาติ และสนธิสัญญาระหว่างประเทศอยู่แล้ว

 สำหรับจุดยืนของสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ที่ต้องการเป็นตัวกลางให้ทั้ง 2 ประเทศเจรจาแบบทวิภาคี พล.อ.ประวิตร กล่าวสนับสนุนว่า เราก็อยากให้มีการเจรจาในระดับทวิภาคี ไม่อยากให้เรื่องขึ้นไปเหนือกว่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าจะพูดจากันได้ระหว่าง 2 ประเทศ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของ 2 ประเทศ เมื่อเราเป็นประเทศเพื่อนบ้าน หนีออกจากกันไม่ได้ ก็ต้องพูดจากัน

 ขณะที่การเสริมกำลังอย่างผิดปกติของกองทัพเรือบริเวณแนวชายแดนด้าน จ.จันทบุรี-ตราด รมว.กลาโหม กล่าวว่า การเสริมกำลังบริเวณดังกล่าวก็เพื่อให้มีความพร้อมในการดูแลอธิปไตยของไทย ส่วนการที่กัมพูชาเคลื่อนกำลังเข้ามาก่อนนั้นก็เป็นเรื่องของกัมพูชา แต่ในพื้นที่ของประเทศไทยไม่ต้องห่วง กองทัพสามารถดูแลพื้นที่อธิปไตยได้ ยืนยันว่า รัฐบาล และกองทัพ จะดูแลรักษาอธิปไตยให้ดีที่สุด

 แม้ว่า พล.อ.เตีย บัน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา พยายามบอกว่า ที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มาตลอด เพราะถือเป็นเรื่องธรรมดาที่เราดูแลงานด้านความมั่นคง ก็จำเป็นจะต้องมีการพูดคุยกันตลอด แต่อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ทางทหารของทั้งสองประเทศยังดีอยู่เหมือนเดิม และยังสามารถพูดจากันได้ไม่มีอะไร

 ส่วนการหาทางออกเพื่อยุติปัญหาความขัดแย้ง เรื่องพวกนี้คงจะต้องมีการพูดคุยกันในเหตุในผล และความเหมาะสม ก็สามารถทำได้ แต่จะต้องคุยกันในช่วงเวลาที่เหมาะสม จะร่วมแบบไหนก็จะต้องว่ากัน

 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. กล่าวถึงเหตุปะทะที่ภูมะเขือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเช้าวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ทั้งที่ยูเอ็นเอสซีแถลงการณ์เรียกร้องให้มีการหยุดยิงทั้ง 2 ฝ่ายว่า กองทัพภาคที่ 2 รายงานว่ามีทหารได้รับบาดเจ็บ 1 นาย หลังจากการลาดตระเวนของทหารไทย และทหารกัมพูชา มาเจอกัน ซึ่งไม่ได้เรียกว่าการปะทะกัน

 "เมื่อกำลังทหารกัมพูชาลาดตระเวนมาเจอทหารไทยที่กำลังลาดตระเวนอยู่ในพื้นที่ก็ได้โยนระเบิดเข้ามา และทหารไทยก็มีการตอบโต้กันนิดหน่อย ไม่มีอะไร ส่วนทางทหารกัมพูชาไม่ทราบรายละเอียดว่ามีผู้บาดเจ็บหรือไม่ สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่เริ่มผ่อนคลายแล้ว ตอนนี้ถือว่าต่างคนต่างอยู่ และต่างปฏิบัติหน้าที่ของตัวเอง ทหารด้วยกันก็เข้าใจปัญหากัน แต่อาจมีทหารบางหมู่ไม่มีระเบียบวินัยจึงได้ก่อเหตุ แต่ทหารของเราได้มีการควบคุมให้ดีที่สุด และจะต้องระมัดระวังตัวเองด้วย"

 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้ำว่า ไม่อยากให้สถานการณ์ในพื้นที่บานปลายอีก เพราะการเจรจาในระดับต่างๆ มีแนวโน้มไปในทางที่ดี และยังเชื่อว่าความสัมพันธ์ทางด้านทหารของทั้งสองกองทัพจะทำให้มีการประชุมจีบีซีในระดับ รมว.กลาโหม ของทั้งสองประเทศเกิดขึ้น

 ส่วนกระแสข่าวว่ายูเอ็นเอสซีต้องการให้ รมว.กลาโหมไทย-กัมพูชา ลงนามหยุดยิงต่อกัน ผบ.ทบ. กล่าวว่า ก็จะต้องว่ากันต่อไป หากมีเรื่องแบบนี้จริง ทั้งนี้ วิธีการต่างๆ จะต้องมาหารือกันใครจะเป็นคนยกประเด็นนี้ขึ้นมา และมีคณะกรรมการประกอบด้วยใครบ้างที่มาตกลง

 "ไม่ใช่มาบอกว่าจะต้องหยุดยิง และทำเลยโดยอัตโนมัติ คงไม่ได้ ต้องมีใครเป็นตัวต้นเรื่องมา หรือให้รัฐบาลพูดคุยกัน หรือจะมีใครเป็นตัวแทนตรวจสอบการหยุดยิง จะดำเนินการทางทวิภาคีดีกว่าหรือไม่ เท่าที่ทราบผลการประชุมบอกว่าให้ไทย-กัมพูชาพูดจากันในระดับทวิภาคี ให้อาเซียนเข้ามาช่วย ส่วนจะเป็นไปได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะดำเนินการอย่างไร"

 สำหรับในมุมด้านการทหาร ผบ.ทบ.กำชับว่า จะต้องระมัดระวังเหตุการปะทะกันของทหารไทย-กัมพูชา เพราะกำลังทหารที่มีจำนวนมากตามแนวชายแดนอาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดขึ้นได้ ดังนั้น เวลากลางคืนต่างฝ่ายต่างก็จะต้องระมัดระวังให้ดีที่สุด

ทีมข่าวความมั่นคง