
หนุนแท็กซี่เปลี่ยนใช้เอ็นจีวีรอบ2ปตท.เพิ่มผลิตเร่งขยายปั๊มรองรับ
พลังงานเปิดโครงการหนุนแท็กซี่เปลี่ยนใช้เอ็นจีวีรอบ 2 อีก 1.5 หมื่นคัน หลังรอบแรกครบจำนวนสิ้นเดือนมีนาคมนี้ หวังลดใช้แอลพีจีเดือนละ 3 หมื่นตัน ด้าน ปตท.เพิ่มกำลังการผลิตพร้อมเร่งขยายปั๊ม
นายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงจะเปิดโครงการเปลี่ยนเครื่องยนต์ในรถแท็กซี่ จากที่ใช้เชื้อเพลิงแอลพีจีมาเป็นเชื้อเพลิงเอ็นจีวีรอบสองอีก 1.5 หมื่นคันในเร็วๆ นี้ หลังจากโครงการแรกได้รับความสนใจอย่างมาก มั่นใจจะมีรถแท็กซี่เข้าร่วมโครงการตามเป้าหมาย 1.5 หมื่นคัน รอบแรกภายในเดือนมีนาคมนี้ ส่งผลให้มีการลดใช้แอลพีจีได้เดือนละ 1.5 พันตัน และลดภาระกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการชดเชยการนำเข้าแอลพีจีได้เดือนละ 237 ล้านบาท แต่หากดำเนินการได้ครบทั้ง 3 หมื่นคัน จะลดการใช้แอลพีจีได้เดือนละ 3 หมื่นตัน และลดภาระกองทุนฯ ได้เดือนละ 474 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในส่วนของถังก๊าซและอุปกรณ์ส่วนควบ จำนวน 1.5 หมื่นชุด บริษัทออโต้แพลนเป็นผู้ชนะโดยเสนอราคามา 1.6 หมื่นบาท ต่ำกว่าราคากลางที่กำหนดไว้ 3.5 หมื่นบาท
ด้านนายปุณณชัย ฟูตระกูล ผู้จัดการฝ่ายการตลาดก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปริมาณความต้องการใช้เอ็นจีวียังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีปริมาณการใช้วันละ 5,900 ตัน เพิ่มขึ้น 40% เพราะมีรถยนต์เปลี่ยนมาใช้เอ็นจีวีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยมียอดติดตั้งเฉลี่ยวันละ 250 คัน ส่งผลปัจจุบันมีแล้วกว่า 2.34 แสนคัน เป็นรถบรรทุกขนาดใหญ่ 16% แต่มียอดการใช้เอ็นจีวีสูงถึง 60% และคาดว่ายอดใช้เอ็นจีวีปีนี้จะเติบโตไม่น้อยกว่าปีก่อนที่ 40%
อย่างไรก็ตาม จากความต้องการใช้เอ็นจีวีที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลจากแนวท่อก๊าซ ปตท.จึงมีแผนขยายกำลังการผลิตของสถานีแม่หลายแห่ง ส่วนการขยายสถานีบริการเอ็นจีวีนั้น ปตท.ยังคงตั้งเป้าหมายไว้ 500 แห่งภายในสิ้นปีนี้ จากปัจจุบันที่มีอยู่ 433 แห่ง



