ข่าว

 สถานการณ์ภาคใต้34ปีที่รอคอย

สถานการณ์ภาคใต้34ปีที่รอคอย

16 ก.พ. 2554

16 กุมภาพันธ์ วันนี้ เมื่อปี 2520 ถือได้ว่าเป็นวันที่ประเทศไทยต้องสูญเสียหนึ่งในผู้เสียสละบำเพ็ญตนเป็นคุณประโยชน์ต่อบ้านเมือง หม่อมเจ้าวิภาวดี รังสิต (พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ในเวลาต่อมา)

เมื่อผู้ก่อการร้ายได้ระดมยิงใส่เฮลิคอปเตอร์ที่ประทับ ขณะเสด็จแทนพระองค์นำสิ่งของพระราชทานไปเยี่ยมบำรุงขวัญเจ้าหน้าที่และราษฎรในท้องถิ่นทุรกันดาร และทรงทราบจากวิทยุสื่อสารว่ามีตำรวจตระเวนชายแดน 2 นาย โดนกับระเบิดบาดเจ็บสาหัสนอนรอรับการรักษาอยู่เบื้องล่าง บริเวณพื้นที่ ต.บ้านส้อง อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี จึงมีรับสั่งให้นักบินเอาเครื่องบินลงไปรับเพื่อจะได้รีบนำไปรักษาตัวอย่างทันท่วงที ด้วยจิตใจที่กล้าหาญยิ่ง ทั้งๆ ที่ทราบกันดีว่าพื้นที่แถบนั้นในช่วงเวลานั้นมีอันตรายเพียงใด เพราะเป็นที่เล่าลือว่ามันคือหนึ่งในดินแดนอันเป็นฐานปฏิบัติการใหญ่ของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์

 นอกเหนือจากภารกิจด้านการโดยเสด็จเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆ ทั่วราชอาณาจักรแล้ว ในยามว่างจากภารกิจสำคัญดังกล่าว พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ยังทรงเป็นนักประพันธ์ที่มีชื่อเสียง เจริญรอยตามพระชนกคือพระราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารัชนีแจ่มจรัส กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ หรือ น.ม.ส. กวีเอกของไทย โดยใช้นามปากกาว่า “ว.ณ  ประมวญมารค” ซึ่งมีผลงานพระนิพนธ์เล่มแรกตั้งแต่ชันษาเพียง 14 ปี และมีผลงานเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในเวลาต่อมาอีกจำนวนมาก เช่น ปริศนา ที่ละครโทรทัศน์นำมาเล่นซ้ำๆ หลายครั้ง รวมถึง เจ้าสาวของอานนท์ รัตนาวดี คลั่งเพราะรัก เด็กจอมแก่น และ เล่าเรื่องเมืองพระแสง เป็นต้น 

 ตัวอย่างบางตอนที่ทรงกล่าวถึงอำเภอพระแสง ในพระนิพนธ์เล่าเรื่องเมืองพระแสง มีความน่าสนใจยิ่ง ... "การเดินทางระยะทางเพียง 16 กิโลเมตร จากสถานีบ้านส้องไปพระแสงนั้นทุลักทุเลมาก ตอนแรกข้าพเจ้านั่งรถจี๊ปบุกไปตามที่กว้างพอใช้ แต่ลื่นและเป็นหลุมเป็นบ่อทำให้กระเทือนมาก นั่งรถจี๊ปไปได้ไม่นาน ถนนก็เละและแคบเข้าทุกทีข้าพเจ้าก็เลยต้องลงจากรถจี๊ปเดินลุยโคลนไปพักใหญ่ พอค่อยหายเละก็ไปเกาะท้ายรถจักรยานยนต์ ซึ่งชาวบ้านเรียกว่าฮอนด้า คดเคี้ยวไปตามทุ่งนา ทุ่งหญ้า สวนยาง ป่าไม้ ผ่านบ้านเรือนราษฎร ข้ามขอนไม้ ในที่สุดลงไปแล่นอยู่ในลำธารก็หลายครั้ง ทางบางตอนก็ต้องลงจากรถเดินไป เพราะแคบมาก หนามเกี่ยวเนื้อตัวเป็นริ้วเป็นรอย...” “...ในอำเภอพระแสงมีบ้านไม้ของราชการเพียง 3-4 หลัง คือที่ว่าการอำเภอซึ่งจวนจะพัง...ราษฎรมีฐานะยากจน แทบไม่เคยติดต่อกับคนนอกหมู่บ้าน ข้าราชการไม่มีบ้านพัก ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ไม่เคยไปตรวจงาน...”

 หลังจากเสด็จกลับ ได้ทรงเผยแพร่เรื่องราวความเดือดร้อนทุรกันดาร ความลำบากยากจนข้นแค้นของพระแสงให้เป็นที่รู้กันทั่ว บรรดาความช่วยเหลือต่างๆ จากส่วนกลางจึงเริ่มหลั่งไหลสู่พื้นที่แห่งนี้นับแต่นั้นเป็นต้นมา พระแสงจึงไม่ใช่เมืองปิดอีกต่อไป

 ใช่ครับ พระแสง ที่ซึ่งไม่ไกลนักจากจุดที่เฮลิคอปเตอร์ของพระองค์ถูกยิง และคงจะเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจยิ่ง หากบังเอิญผู้ที่ลั่นไกปืนวันนั้นอาจเคยได้รับความช่วยเหลือด้วยเมตตาธรรมจากน้ำพระทัยของพระองค์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ที่เขียนถึงพระองค์ท่านในวันนี้ก็ด้วยความน้อมรำลึกและเล่าสู่กันฟังให้อนุชนรุ่นหลังได้รับรู้และฉุกคิดว่าแม้กาลเวลาล่วงเลยไปถึง 34 ปีแล้ว แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์บ้านเมืองในภาคใต้ของเรายังคงน่าหวั่นวิตก น่าห่วงใยอย่างที่เคยเป็นมากว่า 3 ทศวรรษ ก็ได้แต่เฝ้ารอว่าเมื่อไหร่หนอเราทุกหมู่เหล่าจะสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติและผาสุกเสียที

บัญญัติ คำนูณวัฒน์