ข่าว

เดินตามกาลิเลโอ

เดินตามกาลิเลโอ

16 ก.พ. 2554

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1564 หรือเมื่อ 447 ปีที่แล้ว เป็นวันที่ครอบครัวของ วิเซนโซ กาลิเลอี นักดนตรีชาวเมืองปีซาในอิตาลี ได้ลูกชายคนแรก คือ กาลิเลโอ กาลิเลอี ซึ่งลูกชายคนนี้มีความเลื่อมใสในศาสนาจนคิดที่จะออกบวช

 แต่จำต้องเข้าศึกษาวิชาแพทย์ที่มหาวิทยาลัยปีซาตามความต้องการของบิดา แต่ก็เรียนไม่สำเร็จ และหันไปเรียนคณิตศาสตร์แทน เมื่อเรียนจบก็เป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยปีซา และต่อมาได้ย้ายไปสอนที่มหาวิทยาลัยปาดัว โดยให้ความสนใจด้านดาราศาสตร์ เรขาคณิตและกลศาสตร์ กาลิเลโอได้ทำงานค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ ประดิษฐ์สิ่งประดิษฐ์ต่างๆ และเขียนตำราในศาสตร์ที่เขาสนใจไว้หลายเล่ม

 ในปี ค.ศ.1610 กาลิเลโอได้สนับสนุนแนวคิดของนิโคลัส โคเปอร์นิคัส ว่าดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของจักรวาล ซึ่งขัดแย้งกับความคิดดั้งเดิมของนักปราชญ์สมัยกรีกที่เชื่อว่าโลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล แม้กาลิเลโอจะพิสูจน์ให้เห็นว่าความคิดของเขาเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่ก็ได้รับการต่อต้านจากศาสนจักรและถูกสั่งห้ามเผยแพร่ความคิดดังกล่าว เมื่อเขาตีพิมพ์เอกสารการค้นคว้าและทดลอง จึงถูกวาติกันตั้งข้อหาว่าเป็นพวกนอกรีต และถูกควบคุมตัวอย่างเข้มงวด ตั้งแต่ปี ค.ศ.1634 จนกระทั่งเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจล้มเหลวในปี ค.ศ.1642

 กาลิเลโอได้รับการยกย่องว่าเป็น “บิดาแห่งวิทยาศาสตร์” เพราะใช้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์มาแสดงและพิสูจน์กฎเกณฑ์ทางธรรมชาติ และนิยมใช้การทดลองให้เห็นจริง ซึ่งแตกต่างไปจากนักปราชญ์ในยุคก่อนที่ใช้วิธีอธิบายในเชิงปรัชญา นอกจากนี้ กาลิเลโอยังนำเสนอความคิดที่ล้ำสมัยทั้งในเรื่องคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ และดาราศาสตร์ อย่างกล้าหาญ แม้จะขัดกับความเชื่อเก่าๆ ของผู้มีอำนาจในยุคนั้นก็ตาม

 และข้อหาสำคัญที่ทำให้กาลิเลโอตกเป็นเป้าของการโจมตีก็คือการมีความคิดเห็นที่แตกต่างจากคัมภีร์ไบเบิลเรื่องดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของจักรวาลนั่นเอง โดยในพระคัมภีร์สดุดีว่า “โลกไม่อาจเคลื่อนที่ได้” และ “พระเจ้าสร้างโลกไว้บนแท่น ไม่อาจเคลื่อนไป” รวมทั้ง “แล้วดวงอาทิตย์ก็ขึ้น เคลื่อนไป แล้วหวนคืนสู่ตำแหน่งเดิม” เป็นต้น แต่กาลิเลโอแย้งว่าไม่ควรตีความตามพระคัมภีร์อย่างตรงตัว เพราะสิ่งที่ยกมากล่าวเป็นบันทึกซึ่งมีลักษณะเป็นคำประพันธ์ประเภทบทกวีหรือบทเพลง และอ้างข้อความในพระคัมภีร์บางเล่มที่พูดถึงการที่ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์หยุดการเคลื่อนไหว ซึ่งศาสนจักรมีมติให้กาลิเลโอสนับสนุนความคิดเรื่องโลกเคลื่อนที่ แต่ดวงอาทิตย์หยุดนิ่งอยู่ ณ ศูนย์กลางของจักรวาล แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งการแสดงความเห็นของกาลิเลโอในเรื่องดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของจักรวาลได้ จนเกือบจะถูกตัดสินประหารชีวิต

 การรวมศูนย์ความคิดไว้กับความเชื่อทางศาสนจักร การมีอำนาจอย่างล้นเหลือของศาสนจักรในยุคนั้นก็ดี นับเป็นการปิดกั้นความคิดและความรู้ใหม่ๆ แต่กาลิเลโอก็สามารถทลายกำแพงแห่งความมืดลงได้ด้วยปัญญาและความกล้าหาญ ซึ่งเป็นการแยกวิทยาศาสตร์จากเทวศาสตร์ และเป็นบันไดขั้นแรกให้นักวิทยาศาสตร์รุ่นต่อๆ มา เช่น เซอร์ไอแซค นิวตัน และ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้ก้าวตาม

 พระสันตะปาปาปีอุสที่ 12 ได้กล่าวยกย่องกาลิเลโอว่า “เป็นวีรบุรุษแห่งการค้นคว้าที่กล้าหาญที่สุด ไม่หวั่นเกรงกับการต่อต้านและการเสี่ยงภัยกับการทำงาน ไม่กลัวเกรงต่อความตาย”

 กาลิเลโอสมควรที่จะเป็นแบบอย่างของคนที่เคารพในความคิดที่ถูกต้องเป็นจริง โดยไม่หวั่นไหวต่ออำนาจ กระแสหรือปฏิกิริยาใดๆ ซึ่งกาลเวลาได้พิสูจน์ให้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า ความถูกต้องและเป็นจริงนั้น เป็นสิ่งที่ไม่มีวันตาย