
ทรงผม-ชุดเดิม...3วันพฤติกรรม"สาวลักเด็ก"
ไม่มีใครคาดคิดว่า...มิจฉาชีพหรือคนร้ายจะกล้าเข้ามาก่อเหตุในโรงพยาบาล!! "กัลย์สุดา สำแดง" วัย 26 ปี ที่เพิ่งคลอดลูกสาวหน้าตาน่ารัก ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง เพียงแค่ 3 วัน ก็ถูกสาวร่างท้วม ที่ใครๆ ก็ไม่รู้จัก ทำทีมาตีสนิทกับแม่ๆ เกือบทุกคน ที่เพิ่งจะคลอดบุตร
เพียงแค่ กัลย์สุดา ยอมละสายตาจากลูกน้อยเพื่อเข้าห้องน้ำเพียงเสี้ยววินาที ลูกสาวที่แสนหวงก็หายไปในชั่วพริบตา สร้างความเจ็บปวดให้แก่ผู้เป็นแม่อย่างมาก และยังสร้างความหวาดวิตกและขวัญผวาให้แก่แม่อีกหลายคนที่กำลังพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาบาลแห่งนี้
เพียง 4 วันแค่หลังเกิดเหตุอุกฉกรรจ์ขึ้นภายในโรงพยาบาล พล.ต.ต.นิคม อินเฉิดฉาย ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พ.ต.อ.คณิต ดวงหัสดี ผกก. และ พ.ต.ท.ถนอมสิทธิ์ วงษ์วิจารณ์ รอง ผกก.สส. พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนเมืองขอนแก่น พยายามแกะรอยตำหนิรูปพรรณคนร้าย หลังจากที่ได้ภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาล ที่เห็นพฤติกรรมของคนร้ายเป็นหญิงรูปร่างอ้วนท้วม อายุประมาณ 40-45 ปี ก่อเหตุลักเด็กจากโรงพยาบาลโดยใช้เวลาเพียงแค่ 5 นาที
เมื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดย้อนหลัง รวมถึงสอบถามพฤติกรรมของคนร้ายรายนี้ จากคำบอกเล่าของพยานแวดล้อมให้การสอดคล้องกัน ทำให้ชุดสืบสวน สรุปพฤติกรรมการก่อเหตุของคนร้ายรายนี้ได้ค่อนข้างชัดเจน
พฤติกรรมของคนร้ายรายนี้ มีจุดที่น่าสนใจที่ทำให้ชุดสืบสวนตั้งข้อสงสัยถึงเรื่องการเครื่องแต่งกายใส่เสื้อลายดอก สวมกางเกงรัดรูป โดยลักษณะทรงผมโกรกสีน้ำตาล แล้วมัดผมไว้ด้านหลัง โดยคนร้ายรายนี้เข้ามาภายในโรงพยาบาลตั้งแต่เช้าวันที่ 11 กุมภาพันธ์ และอยู่จนถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ซึ่งคนร้ายคนนี้สวมใส่เสื้อกางเกงและจัดทรงผมเหมือนกันทั้ง 3 วัน
ขณะเดียวกันคำบอกเล่าของผู้เสียหาย และพยานแวดล้อมให้ข้อมูลแนวทางการสืบสวนว่า กัลย์สุดา เข้ามาคลอดบุตรสาวที่โรงพยาบาลในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ และในช่วงเช้าวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ได้คลอดบุตรสาวที่มีน้ำหนักตัว 2,870 กรัม สภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง แต่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ
ระหว่างวันที่ 11-12 กุมภาพันธ์ คนร้ายรายนี้เดินทักผู้เป็นแม่ที่เพิ่งคลอดบุตร ที่นอนพักฟื้นอยู่ที่อาคาร 14 ตึกสูติกรรม ตลอดเวลา ทำให้ผู้เป็นแม่หรือนางพยาบาลเข้าใจว่าเป็นญาติของผู้เป็นแม่คนอื่นๆ จึงไม่ได้สนใจ จนกระทั่งวันที่ 13 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 8 โมงเช้า กัลย์สุดา ซึ่งนอนกอดพร้อมพยายามให้นมบุตรสาวทั้งคืนที่ผ่านมา ได้วางบุตรสาวไว้ที่เตียงนอนเพื่อไปเข้าห้องน้ำของผู้ป่วย ซึ่งอยู่ไม่ไกลมากนัก
เมื่อเธอกลับมาที่เตียงนอน หัวใจแทบหยุดเต้นเมื่อลูกน้อยที่เฝ้าฟูมฟักดูแลตลอดทั้งคืนหายไป กัลย์สุดา พยายามสอบถามเพื่อนร่วมห้อง และนางพยาบาล ก็ยิ่งทำให้ใจสลายเพราะทุกคนบอกว่าเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเคยเดินมาพูดคุยกับเธออุ้มบุตรสาวออกไป
และในทันที...โรงพยาบาลก็รีบกระจายข้อมูลตำหนิรูปพรรณและการสวมใส่เสื้อกางเกงของคนร้าย ไปยังวิทยุสื่อสารของพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ที่อยู่ทุกจุดทั่วโรงพยาบาล แต่ก็ไม่อาจสกัดคนร้ายรายนี้ไว้ได้
“ไม่คิดว่าผู้หญิงที่เดินเข้ามาในห้องแล้วทักทายผู้เป็นแม่คนอื่นๆ หลายคน อย่างมีมนุษยสัมพันธ์ บอกว่ามาเยี่ยมญาติเพิ่งคลอดลูกเหมือนกัน จะทำแบบนี้ ตอนนี้อยากเจอลูกสาวมาก อยากให้ตำรวจช่วยติดตามลูกสาวกลับมาคืน“ กัลย์สุดา อ้อนวอน ทั้งนี้ เธอเคยมีลูกกับสามีเก่ามาแล้ว 1 คน แล้วเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ มีสามีใหม่ที่เพิ่งมีลูกด้วยกัน พอใกล้คลอดจึงมาพักอยู่ที่บ้านของปู่ทวดใน จ.ขอนแก่น
พล.ต.ต.นิคมระบุว่า ขณะนี้ชุดสืบสวนทำงานตลอดเวลาในการติดตามช่วยเหลือเด็กเพื่อนำมาคืนอ้อมอกของผู้เป็นแม่ ทางชุดสืบสวนพยายามทำงานอย่างเต็มที่ทุกวัน
ด้าน พ.ต.ท.ถนอมสิทธิ์ยอมรับว่า เรื่องทะเบียนรถกระบะต้องสงสัย ที่เชื่อว่าคนร้ายผู้หญิงรายนี้นั่งรถยนต์พร้อมอุ้มเด็กออกไป ยังไม่มีความชัดเจน ตอนนี้ประเด็นการสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีตั้งไว้ 4-5 ประเด็น แต่ไม่สามารถที่จะเปิดเผยได้เกรงว่ากระทบต่อการสืบสวน
“หลังจากสื่อมวลชนช่วยเผยแพร่ข่าวสาร พร้อมตำหนิรูปพรรณของคนร้าย มีพลเมืองดีแจ้งเบาะแสเข้ามาจำนวนหนึ่ง แต่ยังไม่ใช่ อย่างไรก็ตาม ชุดสืบสวนทุกคนต่างเป็นห่วงเด็กและสงสารแม่เด็ก พยายามช่วยอย่างเต็มที่ ตอนนี้หากพลเมืองดี พบเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมแล้วช่วยเหลือเด็กได้ จะมีเงินสด 1 หมื่นบาทมอบให้“ พ.ต.ท.ถนอมสิทธิ์ระบุ



