ข่าว

ทบ.เผยเขมรปาบึ้มใส่ทหารไทยสาหัส1

ทบ.เผยเขมรปาบึ้มใส่ทหารไทยสาหัส1

15 ก.พ. 2554

"ทบ."เผยเขมรยั่วยุขว้างบึ้มใส่ทหารไทย สาหัส 1 นาย ยันปะทะเล็กไม่กระทบปชช.ชายแดน “ชวนนท์”เชื่อเหตุทหารไทย-เขมรปะทะอีก ไม่กระทบการเจรจากันในเวทีอาเซียน

(15ก.พ.) พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น.ที่บริเวณภูมะเขือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ทางกัมพูชาได้ส่งชุดลาดตระเวนเข้ามาใกล้กับแนวกำลังของทหารไทยที่วางไว้ และทางกัมพูชาได้มีการขว้างระเบิดมือและยิงปืนเล็กเข้ามาทางฝั่งไทย เราจึงใช้ปืนเล็กยาวเอ็ม 16 ตอบโต้กลับไปตามความเหมาะสม ทำให้ทางกัมพูชาล่าถอยกลับไป โดยการตอบโต้ใช้ระยะเวลาไม่นาน จากเหตุดังกล่าวส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 1 นาย คือ ส.ท.รัชพล ยศ ปัญญา จึงถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี โดยเท่าที่ทราบขณะนี้ อาการของส.ท.รัชพล ค่อนข้างสาหัส ทั้งนี้เหตุที่เกิดขึ้นเป็นการปะทะจุดเล็กๆ ที่แนวหน้าเท่านั้น ซึ่งห่างจากพื้นที่ที่ประชาชนอาศัยอยู่จึงไม่มีผลกระทบแต่อย่างใดต่อประชาชนตามแนวชายแดน

 " เราต้องระมัดระวังเรื่องการวางกำลังของเรา และต้องไม่ตกเป็นเครื่องมือในความพยายามยั่วยุให้เกิดการปะทะขึ้นอีก เราต้องกำจัดวงให้แคบที่สุด ตอบโต้ไปให้เหมาะสม และต้องไม่พยายามขยายวงให้การปะทะบานปลายออกไป ทั้งนี้เราดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการใช้การเจรจาในระดับทวิภาคี ระมัดระวังไม่ให้เหตุบานปลาย ด้วยการอดทนอดกลั้นให้ถึงที่สุด และเราจะมีการตอบโต้กลับไปในเฉพาะจุดที่เขาได้โต้มาเท่านั้น”พ.อ.สรรเสริญ กล่าว

ชวนนท์เชื่อไม่กระทบการเจรจาเวทีอาเซียน

 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงการเกิดเหตุปะทะกันขึ้นอีกระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชา ที่ภูมะเขือ บริเวณช่องโดนเอาว์ ต.รุง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ว่า เท่าที่รับรายงานในเบื้องต้น ทราบว่ามีการขว้างระเบิดจากกัมพูชาเข้ามาก่อน แต่รายละเอียดของเรื่องนี้ ตนคิดว่าควรจะตรวจสอบจากฝ่ายทหาร ทั้งนี้ ฝ่ายไทยมีความระมัดระวังอยู่แล้ว และไม่เคยเป็นผู้เริ่มโจมตีก่อน อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ต่างๆเหล่านี้ ถ้ากัมพูชาจะดำเนินการตามคำแนะนำของยูเอ็นเอสซี ก็ควรจะใช้ความระมัดระวัง เพราะพื้นที่นี้ถือว่ามีความเปราะบาง เนื่องจากมีการกระจายกำลังของทหารทั้ง 2 ฝ่าย ไทยและกัมพูชาจึงต้องมีความระมัดระวัง

 เมื่อถามว่าจะส่งผลกระทบต่อการเจรจาระหว่างไทยกับกัมพูชา ที่จะมีขึ้นในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน หรือไม่ นายชวนนท์ กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ส่งผลใดๆ และไทยยังคงเดินในกรอบการเจรจาต่อไป เมื่อถามว่าจากเหตุการณ์นี้ ถือว่ากัมพูชาฝ่าฝืนความเห็นของยูเอ็นเอสซีหรือไม่ นายชวนนท์ กล่าวว่า ตอนนี้ทั้ง 2 ประเทศยังไม่ได้พูดคุยกัน และเรื่องข้อตกลงหยุดยิงก็เป็นเรื่องที่ไทยกับกัมพูชาต้องมาพูดคุยกันก่อน แต่ไม่ว่าจะมีข้อตกลงดังกล่าวหรือไม่ ฝ่ายไทยก็ไม่มีปัญหาเพราะไม่ได้เป็นผู้เริ่มก่อนอยู่แล้ว 

 เมื่อถามต่อว่าคิดว่าการที่ทหารกัมพูชาโจมตีฝ่ายไทย เป็นความพยายามของกัมพูชาที่อยากให้ปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชาขยายวงมากขึ้นหรือไม่ นายชวนนท์ กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ใช่ และคงไม่ถึงขนาดนั้น เพราะมันไม่ใช่เรื่องใหญ่มาก และเชื่อว่าปัญหานี้ยังอยู่ในระดับที่ 2 ประเทศสามารถพูดคุยกันเองได้

"กษิต"ทวิตชี้แจงอีกผลประชุมUNSC
 
 เมื่อเวลา  17.50 น. นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ส่งข้อความผ่าน ทวิตเตอร์ @kasitpirom ถึงผลการชี้แจง UNSC ที่นิวยอร์ก  ว่า ผมยืนยันเจตนารมณ์ของประเทศไทยในการที่จะรักษาสันติภาพ ยุติการสู้รบ และให้กระบวนการที่มีอยู่แล้วเช่น JBC และ JC ดำเนินการต่อไป เรามีกลไก 2ฝ่ายอยู่มากมายที่จะดำเนินการแก้ปัญหาได้ แต่ติดอยู่ที่การตัดสินใจทางการเมืองของผู้นำกัมพูชาว่าจะมาร่วมแก้ปัญหาตามกลไกที่มีนี้หรือไม่ ประเทศไทยไม่มีความปรารถนาร้ายต่อกัมพูชา เพราะเขายังยากจน และเราได้ลงทุนค้าขายกับเขาไปมากมาย ทั้งตามช่วยเหลือในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ การแพทย์ การศึกษาและเราทั้งสองประเทศก็เป็นสมาชิกอาเซียนด้วยกันทั้งคู่ มีภาระที่จะต้องตั้งประชาคมอาเซียน เราจะทำให้การหยุดยิงนั้นถาวรได้อย่างไร ต้องขึ้นอยู่กับผู้นำทั้งสองฝ่าย
 
 ผมยืนยันว่าฝ่ายไทยไม่ได้เป็นฝ่ายยิงก่อน และต้องการพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันต่อไป ในเบื้องต้นนี้ การขึ้นทะเบียนมรดกโลกของประสาทพระวิหารควรระงับไว้ก่อน โดยเฉพาะการทำแผนบริหารจัดการ เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนเรื่องเขตแดน ทำให้มีการปะทะกันหลายครั้ง หากกัมพูชาไม่ยอมรับแนวทางการเจรจาแบบทวิภาคี จะเป็นการขัดต่อมติ UNSC เพราะที่ประชุมบอกให้เจรจากันสองฝ่าย และ รมว.ต่างประเทศอินโดนีเซีย ก็อยากให้เจรจาทั้งสองฝ่าย ประเทศไทยได้เสนอให้มีการประชุม JBC ในวันที่ 27 ก.พ. นี้ ซึ่งประชาคมโลกได้รับทราบหมดแล้วทั้งวาจาและลายลักษณ์อักษร สมาชิก UNSC ได้พูดเป็นเสียงเดียวกันหมดว่าต้องมีการเจรจากันทั้งสองฝ่าย ซึ่งเป็นเรื่องความรับผิดชอบของกัมพูชาต่ออาเซียนและต่อ MOU 43 ในวันที่ 22 ก.พ. นี้ผมจะเรียนที่ประชุมอาเซียนให้ทราบถึงกลไกที่เรามีอยู่ทั้ง MOUและ คณะกรรมการต่างๆ และสิ่งที่ต้องการคือความร่วมมือจากกัมพูชา