
ได้เค้ามือลักเด็กซื้อของใช้ที่บุรีรัมย์
ตร.ขอนแก่นตั้งค่าหัว 1 หมื่นบาท หญิงอ้วนดำฉกเด็กจาก รพ.ขอนแก่น ออกหมายจับตามภาพในกล้องวงจรปิด ล่าสุดพลเมืองดีแจ้งเบาะแสเจอหญิงตามภาพซื้อยาแก้ไข้เสื้อผ้าของใช้เด็กที่บุรีมย์ ด้านโรงพยาบาลล้อมคอก ต้องแจ้งชื่อญาติก่อนเยี่ยม พร้อมให้เงยหน้ามองกล้องวงจรปิดทุกค
ผ่านไปแล้ว 3 วัน สำหรับชีวิต "น้องแสตมป์" ทารกน้อยเพศหญิงวัย 5 วัน ที่ยังสุ่มเสี่ยงอย่างมากเมื่อตกอยู่ในมือมิจฉาชีพเป็นหญิงรูปร่างอ้วนดำ เข้าไปขโมยอุ้มจากเตียงที่ 24 ห้องพักฟื้นหญิงคลอดบุตร ชั้น 2 ตึกราชนครินทร์ รพ.ขอนแก่น ขณะที่ น.ส.กัลย์สุดา สำแดง อายุ 26 ปี แม่เด็กไปเข้าห้องน้ำโดยวางลูกไว้บนเตียงตามลำพัง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ต.ท.ถนอมสิทธิ์ วงษ์วิจารณ์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า มีพลเมืองดีแจ้งเบาะแสว่า พบผู้ต้องสงสัยรูปร่างคล้ายคนในภาพกล้องวงจรปิดที่เผยแพร่ออกไปตามสื่อต่างๆ มาเยี่ยมญาติในโรงพยาบาลขอนแก่น ตำรวจจึงเข้าตรวจสอบแต่ต้องปล่อยตัวไป เนื่องจากพยานทั้งญาติคนไข้ และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลที่เคยพูดคุยกับหญิงคนร้าย ยืนยันว่าไม่ใช่คนร้าย อย่างไรก็ตาม ได้มีการตั้งรางวัลนำจับ 1 หมื่นบาท เพื่อให้พลเมืองดีช่วยชี้เบาะแส
นอกจากนี้ความคืบหน้าในการติดตามคนร้าย จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดอย่างละเอียด พบว่ามีบางภาพที่คนร้ายเงยหน้าขึ้นมองกล้อง ทำให้เห็นใบหน้าชัดเจน จึงได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับในข้อหาพรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี โดยคนร้ายที่ระบุในหมายจับเป็นหญิงท้วม ดำแดง ผมยาว อายุ 35-40 ปี สูงประมาณ 155-160 ซม. สวมเสื้อลายลูกไม้แขนสั้น ชายเสื้อยาวถึงเข่า ใส่เสื้อคลุมยืดสีขาวแขนยาว มีแถบสีเข้มที่แขนทั้ง 2 ข้าง กางเกงรัดรูป สวมรองเท้าแตะ
"ได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดแจกจ่ายประสานกับโรงพยาบาลชุมชน สถานีอนามัย และคลินิก ในเขต จ.ขอนแก่น เนื่องจากสภาพอากาศหนาวเย็น เด็กอาจไม่สบายได้ จึงขอความร่วมมือว่าหากพบผู้ปกครองรายใดที่นำเด็กเข้ามารักษาแต่ไม่มีเอกสารยืนยันการเกิด และไม่สามารถตอบประวัติซักถามของเจ้าหน้าที่ได้ ให้แจ้งตำรวจทราบทันที" พ.ต.ท.ถนอมสิทธิ์ กล่าว
ล่าสุดแหล่งข่าวในชุดสืบสวนรายหนึ่งระบุว่า มีพลเมืองดีแจ้งเบาะแสว่า พบหญิงรูปร่างคล้ายคนในภาพกล้องวงจรปิดมาซื้อเครื่องใช้เด็กอ่อนและยาในร้านแห่งหนึ่ง เขตตัวเมืองบุรีรัมย์ ซึ่งทีมชุดสืบสวนได้ไปตรวจสอบอย่างเร่งด่วนแล้ว
ด้าน พญ.ฐิติพร สิริวชิรชัย หัวหน้ากลุ่มงานสูตินรีเวชกรรม รพ.ขอนแก่น กล่าวว่า ขณะนี้โรงพยาบาลได้ขอความร่วมมือจากญาติทุกราย หากมีความประสงค์เข้าเยี่ยมคุณแม่ ต้องแสดงตัวว่าเป็นญาติของใคร พร้อมกับต้องเงยหน้ามองกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่หน้าประตูทางเข้า เพื่อป้องกันการก่อเหตุ แต่ยังกังวลเรื่องมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัย เพราะผู้ป่วยแต่ละรายมีญาติเดินทางมาเยี่ยมหลายคน และมีการเข้าออกตลอด



