ข่าว

พระเขมรชี้คนเขมรมองไทยเหมือนพี่น้อง

พระเขมรชี้คนเขมรมองไทยเหมือนพี่น้อง

15 ก.พ. 2554

สถาบันศาสนา วัฒนธรรม และสันติภาพ ม.พายัพ เปิดเวทีอภิปราย”ปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยกับเขมร และการสร้างสันติภาพ” พระเขมรชี้คนเขมรมองคนไทยเหมือนพี่น้อง แต่ปัญหาเกิดจากความไม่รู้ เผยคนเขมรไม่ต้องการสงคราม แนะใช้ศีล 5 สร้างสันติภาพ มจร.จัดเสวนาบทบาทพระสงฆ์ต่

(15ก.พ.) รศ.ดร.มาร์ค ตามไท ผู้อำนวยการสถาบันศาสนา วัฒนธรรม และสันติภาพ มหาวิทยาลัยพายัพ กล่าวในการอภิปรายเรื่อง”ปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทย กับ เขมรและการสร้างสันติภาพ” จัดขึ้นที่ห้องสัมมนาคณะนิเทศศาสตร์ อาคารปกาศก มหาวิทยาลัยพายัพ บ่ายวันนี้ ( 15 ก.พ.) ว่า หลังเกิดเหตุการณ์สถานทูตไทยในเขมรถูกเผาเมื่อ 8 ปีก่อน มีโอกาสเดินทางไปเขมรและสอบถามถึงความรู้สึกของคนเขมร ส่วนใหญ่พบว่าไม่ชอบประเทศไทย ซึ่งมีเหตุผลอะไรบางอย่างที่ทำให้คนเขมรไม่ชอบประเทศไทย ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและเขมรเราได้วางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านไว้บนฐานของอะไร บนผลประโยชน์ของชาติ หรือ ประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นมิตร

 ทั้งนี้จากการตั้งคำถามถึงพื้นฐานความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เรามักวางความสัมพันธ์ไว้บนพื้นฐานของผลประโยชน์ของชาติ เมื่อมีปัญหาความขัดแย้งเกิดขึ้นก็นำจุดนี้มาใช้ จึงอยากเสนอวิธีของการวางรากฐานความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะนโยบายระหว่างประเทศสามารถวางอยู่บนพื้นฐานของหลักธรรมกัลยาณมิตร 7 ข้อได้หรือไม่

 พระเหลียง อุน พระภิกษุชาวเขมร ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยนานกว่า 8 ปี และร่วมในเวทีอภิปรายฯครั้งนี้ กล่าวว่า มุมของของคนกัมพูชาที่มีต่อคนไทย คือ มองคนไทยเป็นเหมือนพี่น้อง เพราะเรามีสัมพันธ์อันลึกส่วนหนึ่งเพราะอาจมีสายเลือดเดียวกัน แต่เพราะชีวิตเราเต็มไปด้วยปัญหาและปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากความไม่รู้ในสิ่งที่เกิด ก่อนที่จะเกิดปัญหาสถานทูตไทยถูกเผาเมื่อ 8 ปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์และหว่างเขมรและไทยดีมาก

 สำหรับปัญหาที่ทำให้คนเขมรไม่พอใจคนไทยเพราะมีข่าวว่าดาราไทยคนหนึ่งพูดจาดูถูกคนเขมร ขณะเดียวกันก็มีคนบางกลุ่มซึ่งไม่ใช่คนเขมรทั้งประเทศไม่เข้าใจปัญหาใช้แต่อารมณ์เพียงอย่างเดียว และยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่แสวงหาผลประโยชน์จากปัญหาขยายผลนำไปสู่ประเด็นที่ใหญ่ขึ้นจนเกิดการกระทำที่ยอมรับไม่ได้ทำให้เกิดปัญหาลุกลามมากขึ้นในช่วงเวลานั้น

 พระเหลียง กล่าวอีกว่า ประชาชนในชนบทของเขมรส่วนใหญ่ไม่รับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะไม่มีทีวีหรือสื่ออินเตอร์เนต คนบางกลุ่มจึงแสวงหาประโยชน์จากเรื่องนี้เพื่อสนองอำนาจกิเลสของตนเอง แต่คนเขมรส่วนใหญ่ยังรู้สึกรักคนไทยเหมือนพี่น้องและไม่ได้คิดว่าคนไทยเป็นคนชั่วทั้งหมด

 “สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นสงครามทางธุรกิจที่มีผลประโยชน์แอบแฝง อยากให้ญาติโยมคนไทยเข้าใจว่า สิ่งที่ชาวบ้านเขมรต้องการไม่ใช่สงคราม แต่เราต้องการความรู้ อาหาร ที่อยู่ และชีวิตที่ดีขึ้น แต่ที่ผ่านมารัฐบาลไม่เคยพูดหรือถามประชาชนว่าต้องการอะไร เอาแต่ความรู้สึกแสวงหาผลประโยชน์เพื่อตนเอง ซึ่งทางพุทธศาสนาเรียกว่า ตัณหา อยากได้ชื่อเสียงและอำนาจ”พระเหลียงกล่าว

 พระเหลียง กล่าวว่า คนเขมรมีความรักวัฒนธรรมและบรรพบุรุษในอดีตเรามีพระมหากษัตริย์ที่ให้ความเคารพนับถือมาก คือพระเจ้าวรมันต์ที่ 1 - 7 ซึ่งทรงเป็นกษัตริย์ที่ทรงมีเมตตาอย่างมาก เราจึงอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข สิ่งที่คนเขมรต้องการคือการมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เราไม่ต้องการสงครามเพราะเราเคยผ่านสงครามมาแล้วจึงเรียนรู้ว่าสงครามไม่เคยนำความสุขมาให้

 ทั้งนี้หากพูดถึงสันติภาพในทางพุทธศาสนา รัชตะสันติ คือ สันติภาพด้านนอก และมหิตะสันติ คือสันติภาพภายใน เราจะสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นแท้จริงได้อย่างไร และทั้งเขมรและไทยมองเรื่องนี้อย่างไรในฐานะที่เราเป็นประเทศเพื่อนบ้านกัน การทำให้เกิดสันติภาพที่แท้จริงในทางพุทธศาสนา คือ การมุ่งรักษาศีลทั้ง 5 ข้อ ซึ่งเป็นบรรทัดฐานนำไปสู่การเกิดสันติภาพขึ้นในโลก

มจร.จัดเสวนาบทบาทพระสงฆ์ต่อสังคมและการเมืองไทย

ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ได้จัดการเสวนาเรื่อง "บทบาทและสิทธิของพระสงฆ์ต่อสังคมและการเมืองไทย"  โดยมีพระราชธรรมนิเทศ หรือพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว จ.นนทบุรี ,ผศ.ดร.สุรพล สุยะพรหม รองอธิการฝ่ายกิจการทั่วไป มจร. ,ผศ.ดร ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์,ดร.ปรอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย