ข่าว

เขมรยังยันไทยล้ำแดนถกทวิภาคีไร้ผล

เขมรยังยันไทยล้ำแดนถกทวิภาคีไร้ผล

15 ก.พ. 2554

รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา ยังยืนยันว่าไทยเป็นฝ่ายล้ำแดน การเจรจาทวิภาคีไร้ประโยชน์ถ้าไทยยังไม่ยอมรับผิด สื่อนอกเผยทั้งไทย-กัมพูชาอ้างชัยชนะในการชี้แจงต่อ UNSC

(15ก.พ.) หนังสือพิมพ์เกาะสันติภาพ ของกัมพูชา รายงานว่า นายฮอร์ นัมฮง รัฐมนตรีต่างประเทศของกัมพูชา ได้กล่าวโจมตีไทยระหว่างให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ CTN ว่า สิ่งที่เขาชี้แจงต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ UNSC ก็คือ ความต้องการที่จะให้สหประชาติ ส่งผู้สังเกตการณ์เข้าไปหาข้อเท็จจริง กรณีไทยบุกรุกดินแดนของกัมพูชา ส่วนการปะทะกันด้วยอาวุธนั้น ไม่ได้เกิดจากความเข้าใจผิด แต่เป็นสงครามจากการรุกล้ำดินแดนของไทยเข้าไปในพื้นที่ของกัมพูชา เช่น การเรียกร้องเอาปราสาทพระวิหารของกัมพูชา การผลักดันประชาชนของกัมพูชา ให้ออกจากพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร การเรียกร้องให้กัมพูชารื้อธงชาติที่ซุ้มประตูของวัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ หรือ ในเขตพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร

นายฮอร์ ยังได้ตั้งคำถามว่า ถ้าเป็นความเข้าใจผิดในสถานการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งของไทยที่มีต่อกัมพูชา เหตุใดจึงไม่เลือกใช้แนวทางแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นแบบทวิภาคีหรือไตรภาคีเหตุใดจึงใช้เล่ห์เหลี่ยม ไม่ยอมรับคำตัดสินที่ไทยและกัมพูชา ได้ลงนามยอมรับไปแล้ว และหลายครั้งที่ไทยเหยียบย่ำการเจรจาแบบทวิภาคีต่อกัมพูชา ทำให้ตัวเองไม่มีคุณค่าต่อการเจรจาแบบทวิภาคีอีกต่อไป การที่ไทยอยากจะขอแก้ตัวในการเจรจาแบบทวิภาคกับกัมพูชาหลังจากนี้ จะมีประโยชน์อันใด ถ้าไทยไม่ยอมรับความผิดเหล่านี้

นายฮอร์ กล่าวด้วยว่า เขาต้องการได้รับคำตอบจาก UNSC ว่า นับแต่นี้ต่อไป จะต้องให้กัมพูชาและไทยทำอย่างไร จึงจะสามารถยุติการปะทะกันด้วยอาวุธสงครามได้ เขาอ้างว่า สงครามที่ไทยเป็นฝ่ายเริ่มก่อน เช่น การยิงปืนใหญ่ขนาด 105 ม.ม. , 120 ม.ม. และ 155 ม.ม. ลึกเข้าไปในกัมพูชาประมาณ 20 กิโลเมตร สร้างความเสียหายต่อปราสาทพระวิหาร วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ นอกจากนี้ ยังยิงเข้าไปในพื้นที่สำบอกคะมุม ที่อยู่ห่างจากตัวปราสาท 500 กิโลเมตร , พื้นที่เวียลอินตรี และพนมทรัพย์ ที่อยู่ห่างจากตัวปราสาท 1,200 กิโลเมตร รวมถึงพื้นที่ตาซึมและที่อื่น ๆ อีกด้วย

นายฮอร์ ยังบอกด้วยว่า เขาต้องการให้ศาลโลกอธิบายคำตัดสินเมื่อปี 2505  เพื้อให้ไทยได้ตาสว่างจากความบ้าบิ่นที่จะฝ่าฝืนสนธิสัญญาเขตแดน เมื่อปี 2447 และ 2450

ทั้งนี้ สนธิสัญญาเขตแดนที่นายฮอร์อ้างถึง คือ ข้อตกลงที่ไทยลงนามกับฝรั่งเศส เมื่อปี 2447 ที่ให้สันปันน้ำเป็นเกณฑ์ในดินแดนที่มีปัญหา และแผนที่ผนวก เมื่อปี 2450 ที่ฝรั่งเศสลากเส้นแบ่งพรมแดนที่เอาเขาพระวิหารที่อยู่ในความครอบครองของไทย ไปอยู่ในดินแดนของกัมพูชา

สื่อนอกเผยทั้งไทย-กัมพูชาอ้างชัยชนะ

สำนักข่าวดีพีเอ รายงานว่า ทั้งไทยและกัมพูชาต่างอ้างชัยชนะในการชี้แจงต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ UNSC ที่นครนิวยอร์กของสหรัฐเกี่ยวกับเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาเมื่อต้นเดือนนี้ โดยระบุว่า นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีต่างประเทศ ได้ให้สัมภาษณ์ว่าประสบความสำเร็จในการชี้แจงต่อ UNSC

แต่นายกอย เกือง โฆษกกระทรวงต่างประเทศกัมพูชา แถลงว่า การชี้แจงครั้งนี้เป็นความสำเร็จของฝ่ายกัมพูชา เพราะคณะมนตรีความมั่นคงจัดการประชุมตามคำเรียกร้องของนายกรัฐมนตรีฮุนเซน

และจากเนื้อหาในแถลงการณ์ของ UNSC ก็ไม่เห็นมีจุดไหนที่เรียกร้องให้สองฝ่ายใช้กลไกการแก้ไขปัญหาในระดับทวิภาคี จึงไม่เข้าใจว่าคำแถลงของนายกษิตหมายความว่าอย่างไรที่บอกว่าประสบความสำเร็จในการชี้แจงต่อ UNSC

นายกอย เกือง ยังบอกด้วยว่า คำแถลงของ UNSC ได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ปะทะกันบริเวณชายแดนกัมพูชาและไทย และเรียกร้องให้สองฝ่ายแสดงความอดกลั้นอย่างที่สุด