
จี้ทน.แหลมฉบังแก้ที่สาธารณะ อ้างเอกชนปิดทางชาวบ้าน-นัดถกหาทางออก1-2มี.ค.
ชลบุรี - เทศบาลนครแหลมฉบัง อ.ศรีราชา เร่งแก้ปัญหาที่ดินสาธารณประโยชน์ หลังประชาชนเข้าร้องเรียนสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินว่าบริษัทเอกชนบุกรุกปิดทางสัญจรผ่านไปมาของชาวบ้าน นัดผู้เกี่ยวข้องเจรจาอีกครั้ง 1-2 มีนาคมนี้
นางจินดา ถนอมรอด นายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เป็นประธานการประชุมแก้ปัญหากรณีชาวบ้านหมู่ 6 บ้านนา และหมู่ 8 บ้านทุ่งกราด ต.บางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เข้าร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีบริษัท สหพนาสรรค์ จำกัด เข้าถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินสาธารณประโยชน์ และปิดเส้นทางสัญจรไปมา ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน โดยมีตัวแทนเทศบาลนครแหลมฉบัง, บริษัทสหพนาสรรค์ จำกัด, ประชาชนที่เดือดร้อน, เจ้าหน้าที่ที่ดินอำเภอบางละมุง และ พ.ท.เทพจิต วีณะคุปห์ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เข้าร่วมประชุม เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ที่เทศบาลนครแหลมฉบัง
นายบุญเรือน มุ่งหามณี อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 กล่าวว่า เดิมที่ดินบริเวณดังกล่าวมีลำรางสาธารณะและทางเกวียน ประชาชนสัญจรผ่านไปมา ต่อมามีการซื้อขายที่ดินดังกล่าวให้แก่บริษัท สหพนาสรรค์ จำกัด ทางบริษัทจึงถมที่ดินปิดลำรางสาธารณะและทางเกวียน ชาวบ้านสัญจรผ่านไปมาไม่ได้ จึงร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้เข้ามาดำเนินการช่วยเหลือแก้ปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น ซึ่งที่ดินดังกล่าวยังไม่ทราบว่าอยู่ในเอกสารสิทธิของบริษัทถูกต้องหรือไม่
ด้านนายเจริญ ฝอยทอง นายช่างรังวัดสำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี สาขาบางละมุง กล่าวว่า ที่ดินดังกล่าวมีเอกสารสิทธิโฉนดสมัยรัชกาล 5 แต่การเปลี่ยนแปลงเส้นทางการไหลของน้ำ หรือทางสาธารณะนั้น ตนไม่ทราบ หากจะทราบใช้ชัดเจนต้องมีการรังวัดตรวจสอบที่ดินดังกล่าวใหม่ ถึงจะทราบชัดเจน ชาวบ้านก็อ้างเคยใช้เส้นทางดังกล่าวสัญจรผ่านไปมา ดังนั้นควรจะต้องมีการตรวจสอบกันต่อไป
พ.ท.เทพจิต วีณะคุปห์ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ กล่าวว่า จากการสอบถามคนเก่าแก่ทราบว่ามีลำรางสาธารณประโยชน์และทางเกวียน ให้ประชาชนใช้สัญจรผ่านไปมาจริง แต่การออกโฉนดที่ดินไม่ทราบมีการสอบถามรายละเอียดหรือไม่ จึงมีการรังวัดออกเอกสารสิทธิที่ดินแปลงดังกล่าวคร่อมทางสาธารณะ ดังนั้นหากจะทราบความชัดเจนต้องมีการตรวจสอบกันใหม่ ซึ่งตัวแทนบริษัทไม่สามารถชี้แจงหรือตอบข้อซักถามจากหน่วยงานต่างๆ ได้
ดังนั้น จะมีการพูดคุยกันใหม่อีกครั้ง วันที่ 1-2 มีนาคมนี้ โดยเน้นเพียง 1.ให้บริษัทดำเนินการตามที่ประชาชนเรียกร้องคือเปิดพื้นที่สาธารณประโยชน์ให้แก่ประชาชน และ 2.ให้บริษัทยินยอมมอบพื้นที่สาธารณประโยชน์ให้ประชาชน แต่ยังมีสิทธิ์ในการดูแลที่ดินบริเวณดังกล่าว เพราะหากไม่ดำเนินการเช่นนี้ อาจมีการฟ้องร้องบังคับต่อไป



