
'กษิต'ลั่น'ฮุนเซน'ต้องทำตามมติUNSC
ไทยเฮ ยูเอ็นโยนลูกกลับให้ ไทย-กัมพูชา เจรจาทวิภาคีหาทางออกข้อพิพาท "กษิต" ระบุ ผู้นำกัมพูชาต้องตัดสินใจทำตามข้อเสนอของประชาคมโลก ขณะที่ วันนี้"กษิต" นัด "ฮอร์ นัม ฮง" ถกนอกรอบหาข้อสรุปวันจัดประชุมเจบีซี หลังได้เสนอวันที่ 27 ก.พ. ที่กรุงเทพ
(15ก.พ.) เวลา 10.00 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์จากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ถึงผลการชี้แจงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) กรณีข้อพิพาทไทย - กัมพูชา ว่า ในการประชุมดังกล่าว ยูเอ็นได้ทบทวนความเป็นมา และขอให้นายฮอร์ นัม ฮง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาได้ให้ข้อมูล ต่อด้วยฝ่ายไทย และตามด้วยนายมาร์ตี้ นาตาเลกาวา รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย ในฐานะประธานอาเซียน จากนั้นก็เปิดให้ประเทศคณะมนตรีความมั่นคง ทั้งที่เป็นสมาชิกถาวรและไม่ถาวรร่วมแสดงความเห็น จนได้ข้อสรุปว่า กลไกทวิภาคีเป็นสิ่งจำเป็นทั้งกลไกการเจรจาสำรวจและการปักปันเขตแดน และการที่ทั้ง 2 ฝ่ายยุติการสู้รบอย่างถาวร ทั้งนี้การเจรจายุติการสู้รบต้องได้รับการสนับสนุนจากอาเซียน
นายกษิต กล่าวว่า ในการประชุมที่มีขึ้น 3 ช.ม. คิดว่า ทางฝ่ายกัมพูชาไม่บรรลุความตั้งใจที่จะให้ยูเอ็นเข้ามามีบทบาทและแทรกแซง โดยยูเอ็นได้เรียกร้องให้กัมพูชาหันกลับมาเจรจาทวิภาคีกับฝ่ายไทย มีทั้งกรอบการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย - กัมพูชา (เจบีซี) จีบีซี อาร์บีซี เราได้บอกว่า พร้อมจะเจรจา 2 ฝ่าย โดยได้เสนอให้จัดประชุมเจบีซี ในวันที่ 27 ก.พ.นี้ ที่กรุงเทพ ขณะที่ฝ่ายทหาร และพล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รมว.กลาโหมก็ได้แสดงความพร้อมเช่นกัน
“ตอนนี้ ภาระอยู่ในมือกัมพูชา ซึ่งจะต้องตอบสนอง ไม่ใช่เฉพาะไทยหรืออาเซียน แต่นี่เป็นมติของยูเอ็น โดยในวันพรุ่งนี้ (15 ก.พ.) ตามเวลาท้องถิ่น ผมได้นัดพบรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา เพื่อย้ำว่า ต้องหันหน้ามาพูดคุยกัน” นายกษิต กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า แนวโน้มที่รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาจะตอบรับการหารือนอกรอบที่นิวยอร์กหรือไม่ นายกษิตตอบว่า ขณะนี้ยังรอคำตอบอยู่ ถ้าไม่ยอมพบก็เหมือนกับไม่ตอบสนองมติของยูเอ็นเอสซีและคงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะปฏิเสธการพบปะดังกล่าว ผู้นำกัมพูชาต้องตัดสินใจว่าจะทำตามมติของประชาคมโลกหรือไม่ โดยฝ่ายไทยได้เสนอให้มีการจัดประชุมเจบีซีในวันที่ 27 ก.พ.นี้ กัมพูชาก็น่าจะมา หากยังดื้อหรืออยากกลับไปเวทีสหประชาชาติ ก็คงไม่มีใครเล่นด้วย เราเป็นมิตรประเทศกันอยู่ เรายังมีพันธกรณีในการเสริมสร้างประชาคมอาเซียน การทำมาค้าขายและยังมีอะไรที่ต้องร่วมมือกันอีกมาก
เมื่อถามว่า โอกาสที่ฝ่ายกัมพูชาจะปฏิเสธการเจรจาในประเด็นปัญหาขัดแย้งนี้ ในกรอบประชุมอาเซียน ในวันที่ 22 ก.พ. หรือไม่ นายกษิต กล่าวว่า ทั้งไทยและกัมพูชา ต่างตอบรับการประชุมไปแล้ว และโลกรออยู่ว่า ผลจะออกมาอย่างไร โดยกฎบัตรอาเซียนจะได้มีส่วนร่วมเสริมให้การเจรจาดังกล่าวอีกด้วย
เมื่อถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ ที่การประชุมเจบีซีจะล้มเลิก นายกษิต กล่าวว่า ไม่มีล้ม ผู้นำกัมพูชาจะดื้อรั้นต่อข้อเสนอของยูเอ็นต่อไปไม่ได้อีกแล้ว สิ่งที่กัมพูชาเรียกร้องให้เราไปชี้แจงต่อยูเอ็น ฝ่ายไทยก็ไปแล้ว ดังนั้นกัมพูชาต้องตัดสินใจแล้ว
เมื่อถามว่า จะรับประกันได้หรือไม่ว่าจะไม่มีเหตุปะทะกันตามแนวชายแดนในระหว่างนี้ นายกษิต กล่าวว่า มั่นใจในแง่ที่ว่า กัมพูชามีพันธกรณีเช่นเดียวกัน เรารู้ว่ามีพันธกรณีว่าการหยุดยิงจะต้องถาวร เพราะยูเอ็นก็ได้ฟังเราแล้ว ผ่านทางคณะมนตรีความมั่นคงและฝ่ายไทยก็แสดงความพร้อมตลอดเวลา เราไม่ยิงใครก่อน เราป้องกันตนเอง เราไม่ได้ยิงพลเรือนและได้ชี้แจงไปหมดแล้ว ฉะนั้นต้องหันหน้าเข้าหากัน แล้วก็ลดความโกรธความเข้าใจผิดต่างๆ ก็ต้องมั่นใจแน่ในแง่นี้ แต่ไม่ใช่ตบมือข้างเดียว ทั้งหมดนี้เราไม่ได้เริ่ม กัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่ม ก็ต้องกลับไปถามฝ่ายกัมพูชาด้วย
เมื่อถามว่า หากกลไกทวิภาคีใช่ไม่ได้ผล ต้องนำเรื่องเข้าสู่ยูเอ็นเอสซีอีกครั้งหรือไม่ นายกษิตตอบว่า กลไกทวิภาคียังมีอยู่ ขึ้นอยู่กับว่ากัมพูชาต้องกลับมาสู่โต๊ะเจรจา กลไกทวิภาคีไม่ได้ล้มเหลว เจบีซีก็ได้ประชุมมีความคืบหน้า มีบันทึกช่วยจำของการประชุมเจบีซีที่รอสภาให้การรับรอง และยังมีเรื่องอื่นๆ ที่เจบีซีจีจะร่วมมือกันได้ เช่น การเลือกบริษัทถ่ายภาพทางอากาศ การมอบหมายให้เจ้าหน้าที่เทคนิคลงพื้นที่สำรวจเขตแดน ค้นหาหลักเขตแดนที่เหลืออีก 30 จุด สิ่งเหล่านี้เป็นภาระของกัมพูชาอยู่แล้ว เขาไม่อยากมาจึงฟ้องยูเอ็น แต่ไม่มีใครเล่นด้วยจึงกลับมาสู่โต๊ะเจรจาทวิภาคี ขอให้ลดโมหะ โทสะ หันมาใช้เหตุผลกัน
เมื่อถามว่า มติยูเอ็นเอสซีจะมีผลผูกพันต่อองค์กรอื่นๆ หรือไม่ อย่างกรณีที่กัมพูชาจะยื่นเรื่องต่อศาลโลก นายกษิต กล่าวว่า นี้เป็นการประชุมยูเอ็นที่ไม่ได้มีการออกข้อมติ แต่เป็นการเห็นพ้องของที่ประชุมว่า ให้มีการเจรจาของ 2 ฝ่าย ส่วนจะเกี่ยวกับศาลโลกหรือไม่ นายกษิต ระบุว่า ไม่เกี่ยวข้อง เพราะยูเอ็นไม่อยากเข้ามาเกี่ยวข้อง และไม่มีการส่งเรื่องต่อไปที่ไหน อย่างไร แต่หากกัมพูชาจะนำเรื่องไปฟ้องต่อศาลโลก ทางฝ่ายไทยมีความพร้อมและเตรียมการตลอดเวลา เราไม่ได้กลัวที่จะไปศาลโลก แต่คิดว่ากลไกของสองฝ่าย ในการเจรจาเรื่องเขตแดนยังดำเนินไปด้วยตัวเองได้
ด้านนางมาเรีย ลุยซา ริเบโร วิออตติ ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็นเอสซี จากบราซิลกล่าวด้วยว่า สมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ รู้สึกกังวลอย่างยิ่งต่อเหตุปะทะทางทหารเมื่อเร็วๆนี้ พร้อมทั้งแสดงความยินดีและชื่นชมอาเซียนที่มีแผนจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โดยในขั้นนี้ สหประชาชาติสนับสนุนการเจรจาแบบสองฝ่ายโดยมีอาเซียนเป็นผู้สนับสนุน และจะไม่มีการส่งตัวแทนของสหประชาชาติไปร่วมประชุมอาเซียนด้วย ทั้งนี้ กัมพูชาได้หยิบยกเรื่องกองกำลังรักษาสันติภาพของสหประชาชาติในพื้นที่พิพาทขึ้นหารือด้วย แต่สหประชาชาติไม่ได้แสดงปฏิกริยาใดๆ
นายมาร์ตี นาตาเลกาวา รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย ย้ำท่าทีเดิมของอาเซียนว่า สนับสนุนให้ทั้งสองประเทศหาข้อตกลงร่วมกันผ่านการเจรจาระดับทวิภาคี โดยมีอาเซียนเป็นผู้ประสานและให้ความช่วยเหลือ ส่วนประเด็นสำคัญของการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนในวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ ก็คือการหากลไกที่จะนำไปสู่การหยุดยิงอย่างถาวร



