
รายงาน-แม่น้ำร้อยสายไหลรวมใต้ธงแดง
การนัดรวมพลครั้งใหญ่ของ "คนเสื้อแดง" เมื่อวานนี้ (8 เม.ย.) มีผู้มาร่วมชุมนุมจำนวนมากมายหลายหมื่นคน แม้ว่าจะไม่เข้าตามเป้าที่วางไว้ก่อนหน้านี้คือ 300,000 คน ก็ตาม
จึงต้องยอมรับว่า "ไม่ธรรมดา"
"คม ชัด ลึก" ตรวจสอบขุมกำลังแล้ว พบว่า แนวร่วมกลุ่มเสื้อแดงที่ออกมารวมพลครั้งนี้มาจาก 3 กลุ่มใหญ่
กลุ่มแรก จัดตั้งมาจากภาคอีสาน ภาคเหนือ และภาคกลาง กลุ่มนี้มียอดรวมกันกว่า 10,000 คน และจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาร่วมชุมนุมชุดละ 3 วัน จากนั้นจะเดินทางกลับบ้าน และจะมีชุดใหม่มาแทนที่ มียอดรวมอยู่ที่ร้อยละ 60 ของทั้งหมด
กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มไม่ชอบรัฐบาล ที่จะเดินทางไปนั่งฟังในเวทีปราศรัยทำเนียบรัฐบาลโดยรถยนต์ส่วนตัวในช่วงเย็นก่อนจะเดินทางกลับไปตอนดึก ส่วนใหญ่เป็นคนกรุงเทพฯ สมุทรปราการ นครปฐม นนทบุรี และปทุมธานี
ส่วนกลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มที่ยังศรัทธาในตัวคุณทักษิณ และชื่นชมอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน ที่ถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมือง 5 ปี จากคดียุบพรรค โดยกลุ่มนี้จะพักอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล และเดินทางไปร่วมชุมนุมแบบเช้าไปเย็นกลับเช่นกัน โดยสองกลุ่มหลังนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบจากทะเบียนรถยนต์ที่นำไปจอดแล้วพบว่า เป็นป้ายทะเบียนกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ มีตัวเลขร้อยละ 40
ทั้งนี้ ในส่วน กทม. และปริมณฑล ยังมี ผู้สมัคร ส.ส., ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย และอดีต ส.ส.พรรคพลังประชาชน นำเสื้อเเดงไปเเจกให้มวลชนในชุมชน
ส่วนชนชั้นกลางบางส่วนและประชาชนที่ไม่เอารัฐบาลชุดนี้ เเละกลุ่มที่ไม่ชอบพันธมิตรจะมาร่วมชุมนุมกันโดยไม่ต้องขอร้อง
ย้อนกลับไปที่ฐานเสียงหลักในต่างจังหวัดที่ภาคเหนือกันอีกครั้ง กลุ่มนี้ต้องยกให้พื้นที่เมืองหลวงของกลุ่มเสื้อแดงอย่างจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีคุณเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล แกนนำกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 เจ้าของโรงแรมแกรนด์วโรรสพาเลซ ที่ทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งมาตลอด ครั้งนี้ได้นัดรวมพลกันที่หน้าศาลากลางจังหวัด และสนามกีฬาสมโภช 700 ปีเชียงใหม่ เพื่อเคลื่อนขบวนโดยรถบัสนับ 100 คันเข้ากรุงเทพฯ
เช่นเดียวกับที่จังหวัดเชียงราย มีกลุ่ม นปช.เชียงราย 52 ระดมพลที่ศาลากลางจังหวัดและจะไปสมทบกับชมรมพะเยาอาร์มี ที่มีคุณวิสุทธิ์ ไชยอรุณ ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทยคอยดูแล ส่วนกลุ่มภาคเหนือตอนล่างไล่ตั้งแต่อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตรและนครสวรรค์ จะส่งตัวแทนเข้ามาชุมนุมจังหวัดละกว่าร้อยคน
ส่วนภาคอีสาน พื้นที่หลักอย่างจังหวัดอุดรธานี ยังคงอยู่ในการดูแลของคุณขวัญชัย ไพรพนา หัวหน้ากลุ่มชมรมคนรักอุดร ที่นัดรวมตัวกันที่วิทยุชุมชน 97.5 ครั้งนี้ตั้งเป้ายกขบวนเข้ากรุงเทพฯ 3,000 คน ส่วนจังหวัดอื่นๆ อย่างขอนแก่นนครราชสีมา และอีสานเหนือ จะส่งตัวแทนหลักพันเข้ามาสบทบ ยกเว้นพื้นที่ยึดครองของกลุ่มเพื่อนเนวินในพื้นที่บุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ ที่จะเข้ามาหลักร้อย
ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่าในส่วนภาคเหนือและภาคอีสาน ได้มีการขอความร่วมมือจาก ส.ส. ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย เเละอดีตส.ส.พรรคไทยรักไทยเเละพรรคพลังประชาชนให้มาร่วมชุมนุมในสามเวที เเละช่วยกันระดมมวลชนเข้ากทม.ให้มากที่สุด โดยมีการจ่ายเงินให้ ส.ส.ต่างจังหวัด เพื่อเป็นเงินค่าเช่ารถในอัตราหกหลักต่อวัน ซึ่งส.ส.ภาคอีสานเเละเหนือนั้น ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากประชาชนที่ต้องการเข้ากทม.มาร่วมชุมนุม
ส่วนภาคกลางที่หนาตามากกว่าที่อื่นเป็นจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี ที่จะเข้ามาหลายพันคน เช่นเดียวกับภาคตะวันออกที่ส่วนใหญ่จะมาจากจันทบุรี และชลบุรี
ส่วนภาคใต้จะมีที่นครศรีธรรมราชจังหวัดเดียว ที่จะนำคนเข้ามาหลักร้อยคนภายใต้การนำของนายสุรชัย แซ่ด่าน
ทั้งนี้ ในวันเเรกของการชุมนุมเเบบเเตกหักนั้น ทางแกนนำกลุ่มเสื้อแดง ประเมินว่า จะมีประชาชนมาชุมนุมราว 1 เเสนคนเเละน่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่มีความเป็นห่วงในเรื่องอาหารเเละน้ำดื่มขาดเเคลน จึงต้องขอบริจาคผ่านดีสเตชั่นเเละวิทยุชุมชนคนเสื้อเเดง
โดยคนใกล้ชิดอดีตนายกฯ ที่ปักหลักสามจุดคือ อาคารชินวัตร 3 อาคารพรรคเพื่อไทย เเละอาคารมูลนิธิ 111 ไทยรักไทย เเละเเกนนำคนเสื้อเเดงได้มอนิเตอร์สถานการณ์เเบบชั่วโมงต่อชั่วโมง เพื่อกำหนดทิศทางความเคลื่อนไหวต่อไป



