
ล็อกเป้า...ตู้"เอทีเอ็ม"รวบ3โจร...เรียกค่าไถ่
"ให้นำเงินสด 3 ล้านบาท โอนเข้าบัญชีสามีให้เร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นสามีจะถูกฆ่ากลายเป็นศพ" หนึ่งในคนร้ายโทรศัพท์มาหา "ศิริกูล แสงมณี" อายุ 30 ปี ภรรยาของ "สมชาย แสงมณี" ในช่วงเย็นวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังจากสามีตกเป็นเหยื่อโจรเรียกค่าไถ่!!
หลังจากวางสาย ศิริกูล รีบไปแจ้งความที่ สภ.คูคต พร้อมเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ระหว่างที่สามีกำลังขับรถเก๋งฮอนด้า แอคคอร์ด สีขาว ทะเบียน ชฟ 6660 กรุงเทพมหานคร มาที่ห้างสรรพสินค้าเซียร์ รังสิต ระหว่างรับคำร้องทุกข์กล่าวโทษ "ลำพอง แสงมณี" อายุ 48 ปี แม่ของนายสมชาย ร้องห่มร้องไห้และอยู่ในอาการหวาดกลัวเข้ามาสมทบที่สถานีตำรวจ พร้อมแจ้งให้ทราบว่า คนร้ายโทรศัพท์มาหา ต้องการให้โอนเงินหลายล้านบาทเข้าบัญชีลูกชาย
พ.ต.อ.นราเดช ทิพย์รัตน์ ผกก.สภ.คูคต ร่วมสอบปากคำญาติผู้เสียหายทันที พร้อมเรียกฝ่ายสืบสวนไปยังจุดที่เกิดเหตุ เพื่อขอดูกล้องวงจรปิดของห้างสรรพสินค้า พร้อมกันนี้มีการสอบประวัติสมชายอย่างละเอียด ไม่พบว่ามีปัญหาขัดแย้งธุรกิจหรือชู้สาว ระะหว่างสอบปากคำคนร้ายยังโทรศัพท์เข้ามาที่มือถือของภรรยาสมชาย แล้วบอกว่า "อย่าลืมไปรับลูก รถยนต์จอดไว้ที่ลานจอดรถละแวกวัดลาดสนุ่น แล้วกุญแจรถยนต์ซ่อนไว้ให้อยู่ตรงขอบในของล้อแม็กซ์ด้านหน้าขวา"
พ.ต.อ.นราเดช ตรวจสอบข้อเท็จจริงก็พบกุญแจรถยนต์ซุกซ่อนอยู่ในตำแหน่งที่คนร้ายบอกจริง ที่สำคัญรถยนต์ของสมชายคันนี้ตกแต่งอย่างสวยงาม คาดว่าใช้เงินตกแต่งกว่า 4 แสนบาท ก่อนรายงานเหตุด่วนให้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา (สบ 10) รรท.ผบช.ภ.1, พล.ต.ต.วัฒนา เขตร์สมุทร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี, พ.ต.อ.วิสูตร ฉัตรชัยเดช, พ.ต.อ.อำนาจ จันทร์เจริญ รองผบก.ภ.จว.ปทุมธานี รับทราบ เพื่อร่วมกันวางแผนปฏิบัติการช่วยเหลือเหยื่อแล้วจับคนร้าย
ปฏิบัติการครั้งนี้...กระทำกันอย่างรอบคอบและระมัดระวังมากที่สุด ชุดสืบสวนประสานงานไปยังธนาคารแห่งหนึ่ง เพื่อขอให้ประวิงเวลาและช่วยตรวจสอบการโอนเงินและการกดเงินทั้งหมด หลังจากที่ชุดสืบสวนให้ลำพอง โอนเงินเบื้องต้นเข้าบัญชีครั้งแรก 2 หมื่นบาท ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ เพื่อประสานดูความเคลื่อนไหว
ต่อมาเวลาบ่ายโมงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ชุดสืบสวนให้ลำพองโอนเงินเข้าบัญชีลูกชายอีก 1 ล้านบาท จนกระทั่งทางธนาคารพบว่ามีการกดเงินและโอนเงินไปยังหลายบัญชีปลายทาง โดยคนร้ายกดเงินที่ร้านวีช็อป พื้นที่อ.ปลวกแดง จ.ระยอง 7 ครั้ง และกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มที่หน้า รพ.ปิยะเวชช์ อ.บ่อวิน จ.ชลบุรี
ใกล้เวลาเที่ยงคืนวันที่ 11กุมภาพันธ์ ชุดสืบสวนประสานขอความร่วมมือจากธนาคาร ขอตำแหน่งตู้เอทีเอ็มของธนาคารทั้งหมดในพื้นที่ จ.ปทุมธานี และให้ชุดสืบสวนเฝ้าทุกตู้เอทีเอ็มของธนาคาร จนกระทั่งเวลาตีหนึ่งครึ่ง วันที่ 12 กุมภาพันธ์ คนร้ายกดเงินจากตู้เอทีเอ็มย่านเซียงกง รังสิต และย่าน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ชุดสืบสวนจึงชาร์จจับกุมคนร้าย 3 คน คือ นายธวัชชัย ช้างต่อ อายุ 30 ปี นายสุนทร ลาภโสภา อายุ 37 ปี น.ส.สายพิณ ลื่นกลาง อายุ 28 ปี พร้อมเงินสดกว่า 3 แสนบาท
แต่การจับกุมครั้งนี้ ไม่พบตัวเหยื่อหรือตัวประกัน!! และตรวจสอบพบว่าคนร้ายอีก 2 คนยังหลบหนี จังหวะนี้คนร้ายโทรศัพท์มือถือมาที่เครื่องของลำพอง บอกว่า ได้ปล่อยตัวลูกชายแถวๆ ย่าน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ชุดสืบสวนจึงไปรับตัวกลับมา
สมชาย บอก "คม ชัด ลึก" ว่า หลังถูกจับก็ถูกสวมกุญแจมือ ผ้าปิดตาตลอดเวลา แล้วถูกทำร้ายร่างกายให้บอกแค่เบอร์โทรศัพท์ของแม่และภรรยา นอกนั้นคนร้ายเป็นคนพูดคุยทั้งหมด คนร้ายพาไปหลายที แต่จำไม่ได้เพราะถูกปิดตา ก่อนได้รับการปล่อยตัว มีผู้หญิงอีกคนขับรถยนต์มาส่งทิ้งไว้ โดยก่อนลงจากรถยนต์คนร้ายได้ปลดกุญแจมือ ผ้าปิดตา แล้วบอกให้ก้มหน้าลง ไม่ต้องมองหน้า แล้วคนร้ายก็ขับรถยนต์หนีไป
แหล่งข่าวในชุดสืบสวนมั่นใจว่า แก๊งคนร้ายทำงานกันเป็นทีมในการเลือกเหยื่อ สะกดรอยตาม ติดตามการใช้ชีวิจ จนแน่ใจว่ามีฐานะจึงลงมือ และที่สำคัญ นายวิเชียร สวัสดี อายุ 35 ปี หัวหน้าแก๊งยังไม่ถูกจับ ซึ่งนายวิเชียร ยังมีลูกน้องในทีมอีก 4 คน คือ นายอี๊ด, นายเอส, นายติ๊ก และนายดำ ซึ่งคอยก่อเหตุในลักษณะทำนองนี้ ยังหลบหนีอยู่
พล.ต.อ.อัศวิน ระบุว่า คนร้ายกลุ่มนี้เคยก่อคดีในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง เบื้องต้นทราบว่า คนร้ายมีทั้งหมดเกือบ 10 คน โดยคนร้ายกลุ่มนี้จะมีพฤติกรรมจะแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีเสื้อ วิทยุสื่อสาร และอ้างตัวเป็นตำรวจ ขณะนี้คงต้องใช้เวลาในการสอบสวนผู้ต้องหา เพื่อขยายผลติดตามตัวคนร้ายทั้งหมดมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วนต่อไป



