
ซ่อง
ไม่น่าเชื่อว่าแม้จะมี พ.ร.บ.ค้ามนุษย์ฯ แต่ยังมี "ซ่อง" โหดๆ ในเมืองไทยอยู่อีก
ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) นำโดยพ.ต.ท.ชูศักดิ์ เคทอง รองผกก.2 บก.ปคม.เข้าทลายซ่องที่ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ช่วยเหลือหญิงชาวลาว ที่ถูกนายหน้าหลอกมาบังคับขายตัวได้ 30-40 คน เด็กสุดอายุแค่ 13 ปี ควบคุมเจ้าของร้านอาหารแจ้งข้อหา จัดหาให้มีการค้าประเวณี
ที่สำคัญซ่องแห่งนี้ห่างจากโรงพักด่านช้างเพียง 500 เมตร ตำรวจทั้งโรงพักไม่มีใครระแคะระคายหรือล่วงรู้มาก่อน
ฝ่ายสืบสวน ฝ่ายปราบปราม คงขับรถผ่านไปผ่านมาไม่ได้สงสัยพฤติกรรมของร้านคาราโอเกะแห่งนี้ ในขณะที่หนุ่มๆ กลัดมัน พากันมาเที่ยวจนพูดกันปากต่อปาก ดังไปทั่วเมือง
การจับกุมต้องยกให้นักเที่ยวกลุ่มหนึ่ง แม้จะมาซื้อบริการแต่ยังมีจิตสำนึกที่ดี เพราะพอเข้าไปเที่ยวในร้านก็มีพนักงานปรี่เข้ามาแนะนำ ชวนให้เที่ยวโสเภณี ราคาชั่วคราว 500 ค้างคืน 1,000 บาท เมื่อตกลงก็พากันไปหลังร้าน เปิดเข้าไปก็เจอเด็กสาวอยู่หลายสิบคน
ลักษณะเหมือนซ่องสมัยก่อนมีเด็กนั่งให้เลือก เมื่อตกลงเด็กลาวที่ถูกหนุ่มนักเที่ยวซื้อบริการก็ร้องไห้ ขอร้องให้ช่วยแจ้งตำรวจ เมื่อข้อมูลถึงมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ก็นัดแนะตำรวจ ปคม.มาล่อซื้อ ช่วยเด็กลาวกลับบ้านได้
เรื่อง "ซ่อง" ในต่างจังหวัดคงไม่ต้องบอกว่ามีอิทธิพลหรือจ่ายส่วยหนักขนาดไหน ไม่กี่เดือนก่อน ก็มีจับมาแล้วที่ จ.ลพบุรี มีนายตำรวจผู้ใหญ่เข้าไปเที่ยว
เบื้องหลังซ่องที่นั่นว่ากันว่าเป็นที่รับแขกผู้ใหญ่ ประเภทมาตรวจงาน มาประชุมสัมมนา พวกประจบสอพลอก็พามาบรรณาการนาย
ถามว่าซ่องพวกนี้ลอดหูลอดตาตำรวจไปได้อย่างไร ในขณะที่ชาวบ้านรู้แหล่งสำราญกันทั้งเมือง
กฎหมายการค้ามนุษย์ ก็มีแล้วแถมประเทศไทยยังติดอยู่ในอันดับต้นๆ ของวงจรนี้ด้วย ถ้าไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด อาจมีโศกนาฏกรรมเหมือนยุคไฟไหม้ซ่องที่ จ.ภูเก็ตเมื่อ 20 กว่าปีก่อนที่เด็กสาวถูกลามโซ่หนีออกมาไม่ได้ ไฟเผาดำเป็นตอตะโก
ภาพถูกเผยแพร่สลดไปทั่วโลก
วันนี้ซ่องที่หลอกเด็กสาวมาค้าประเวณีมีอยู่ทุกจังหวัด อยู่ใต้จมูกผู้พิทักษ์สันติราษฎร์นี่แหละ แต่กลับไม่ได้กลิ่น เหลือเชื่อจริงๆ ตำรวจยุคนี้ !!



