ข่าว

รายงาน-กองทัพสั่ง"สแกนหน้า”มือป่วนเมือง

รายงาน-กองทัพสั่ง"สแกนหน้า”มือป่วนเมือง

09 เม.ย. 2552

กองทัพเตรียมความพร้อมก่อนวันแดงเดือด การตั้งวอร์รูมของ ผบ.เหล่าทัพ พร้อมกับสั่งกำลังพลให้ติดตามสถานการณ์การเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงตลอด 24 ชม. พร้อมกับให้กรมยุทธการทหารบก ติดตามและประเมินสถานการณ์แบบชั่วโมงต่อชั่วโมง

ในการหารือ พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ และ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสนาธิการทหารบก

 มีการประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ไปปักหลักชุมนุมอยู่ที่หน้าบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ

 แม้ว่า พล.อ.อนุพงษ์ แสดงความคิดเห็นว่า ถ้าเราออกอาการกังวลมากๆ เขาจะได้ใจ สู้ปล่อยให้เขาทำ อยากทำอะไรก็ทำไป เพราะมีคนของเราปะปนคอยดูเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด  แต่ละคนพกพากล้องดิจิทัลเพื่อถ่ายทอดออกมา แล้วค่อยนำมาดำเนินคดีทีหลังเป็นรายๆ ไป

 "วันนี้ไม่น่าเป็นห่วง เพราะเชื่อว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะไม่ก่อเหตุวุ่นวาย"

 แม้ว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะใช้ยุทธศาสตร์ “ดาวกระจาย” ด้วยการปิดล้อมบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม เพื่อกดดันให้ “ลาออก” จากตำแหน่งนั้น รวมทั้งเป้าหมายหลักคือการโค่นล้ม “ระบอบอำมาตยาธิปไตย” ก็ตามที

 การ “เก็บตัวเงียบ” อยู่ภายในบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ โดยไม่หวั่นเกรงภัยที่จะมาถึงตัว โดยยึดคำเดิมคือ “จะไม่หนีไปไหน” และพร้อมที่จะ “ต่อสู้” กับแนวทางประชาธิปไตย ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประกาศปลุกกระแสให้ “กลุ่มคนเสื้อแดง” ชนกับ “รัฐบาล-กองทัพ-องคมนตรี” 

 รัฐบาลของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี อยู่ได้ทุกวันนี้ ไม่ต้องระวังหลังเหมือนยุครัฐบาลที่ผ่านมา

 เพราะมี "กองทัพ" เป็น "แบ็ก" และ “เสาหลัก” ในยุคของ “3 ป.” อาทิ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร "บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ และ “ป.สุดท้าย” คือ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ผนึกกำลังในการดูแลความปลอดภัยให้ "ป๋าเปรม"

 ภารกิจสำคัญของกองทัพคือ “ติดกล้องวงจรปิด” รอบทิศของบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ ได้เตรียมการตั้งแต่ “กลุ่มคนเสื้อแดง” ประกาศบุกบ้าน พล.อ.เปรม โดยกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่รอบทิศ ถูกเชื่อมโยงมายังศูนย์ปฏิบัติการพิเศษกองทัพบก (ศปก.)

 การที่ “กลุ่มคนเสื้อแดง” ปักหลักชุมนุมประท้วงขับไล่ พล.อ.เปรม ด้วยการด่าทอด้วยถ้อยคำที่รุนแรง และอาจจะนำไปสู่การหมิ่นเหม่ต่อสถาบัน ได้ถูกสแกน “ใบหน้า” และบันทึกผ่านไปยังกองบัญชาการกองทัพบกเรียบร้อยหมดแล้ว แต่ละคนเห็นได้อย่างชัดเจน เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีในอนาคต

 กองทัพอยู่ในภาวการณ์ "นิ่ง-เก็บอาการ" ใช้ความ “อดทน-อดกลั้น” ต่อสถานการณ์การเมือง

 ทำให้สื่อต่างชาติมองว่า นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ จะไม่ใช้ความรุนแรง และปล่อยให้ผู้ประท้วงชุมนุมต่อไป ทำให้ถูกมองว่ารัฐบาลอ่อนแอ จนทำให้ผู้ประท้วงฮึกเหิม หากกองทัพเห็นว่าการใช้ไม้อ่อนไม่ได้ผล และไม่สามารถรักษาความสงบเรียบร้อยได้ กองทัพอาจตัดสินใจยึดอำนาจได้

  ถึงสื่อต่างชาติจะมองกองทัพในแง่ลบ แต่ถึงอย่างไรรัฐบาลของอภิสิทธิ์ ก็กลับมาเหมือนเดิม

 พร้อมสั่งอารักขาคณะองคมนตรีอย่างเข้มแข็ง หลังจากมีข่าว “ลอบสังหาร” นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ องคมนตรี และอดีตประธานศาลฎีกา เมื่อวันที่ 6 เมษายน ที่ผ่านมา เพียง 1 วัน เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหารวม 3 คน  แม้ว่า "ผู้จ้างวาน" ที่ถูกซัดทอด เป็น "สีเขียว" คือ พ.ต.เทียนชัย เมืองจันทึก นายทหารสังกัดกองบัญชาการกองทัพบก ช่วยราชการที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะมีความบังเอิญหรือไม่

 มีการขยายผลต่อเพื่อ “ควานหา” ผู้บงการตัวจริงว่าเป็นใคร แต่ข่าวออกมาแว่วว่า มียศถึง "พลเอก" ที่ภายหลังมีความสนิทสนมกับกลุ่มคนเสื้อแดง
 แต่ที่แน่ๆ การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงยังมีไม้ตายที่ “รัฐบาล-กองทัพ” ต้องเตรียมรับมือไว้อย่างดี โดยศูนย์ปฏิบัติการพิเศษกองทัพบก และ ผบ.เหล่าทัพ จะต้องติดตามประเมินสถานการณ์เพื่อ “แก้เกม” กลุ่มคนเสื้อแดงวันต่อวัน

ทีมข่าวความมั่นคง