ข่าว

ไทยเละลุ้นจัดเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18

ไทยเละลุ้นจัดเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18

15 ก.พ. 2554

ไทยลุ้นจัดเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 เละไม่เป็นท่า “รมต.กีฬา” ชุมพล ศิลปอาชา พูดเฉย ไม่ได้เป็นนโยบายรัฐบาล แต่เพราะสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) ทาบทาม

และโอลิมปิกไทยเสนอมาเอง แถมจวกการเดินเรื่องช้า ก่อนเส้นตายเสนอตัว 15 ก.พ. “บิ๊กอ๊อด” พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานโอลิมปิกไทย ลั่นเข้าใจผิด กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นผู้ตัดสินใจ โอลิมปิกไทยแค่ให้ข้อมูล ชี้การเสนอตัวเป็นไปแบบจำใจ เพราะสุดท้ายไทยกินแห้วอยู่ดี
 ความคืบหน้ากรณีประเทศไทยจะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ปี 2019 (พ.ศ.2562) โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยืนยันเสนอตัวเป็นเจ้าภาพตามนโยบายของรัฐบาล แม้ว่า คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยได้ให้ข้อมูลว่า หลายชาติได้ถอนตัว โดยมีเมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ขึ้นมาเป็นเต็ง 1 ที่จะได้รับสิทธิ โดยทุกชาติที่จะเสนอตัว ต้องยืนเอกสารพร้อมคำตอบในแบบสอบถามความพร้อมในหัวข้อต่างๆ ต่อสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) ภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้


 ล่าสุด นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า เรื่องนี้ไม่ได้เป็นนโยบายของกระทรวงตั้งแต่แรก แต่มาจากการทาบทามของโอซีเอ  และคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยได้เสนอเรื่องเข้ามา ตั้งแต่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2553 ระหว่างการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 ที่เมืองกวางโจว ประเทศจีน โดยโอซีเอได้สอบถามว่า ไทยสนใจจะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพหรือไม่ จึงเห็นชอบไปตามนั้น อย่างไรก็ตามก็จะเดินหน้าเสนอตัวจัดต่อไป ไม่อยากให้ถอนตัว
 ส่วนกรณีการลงนามในเอกสาร ซึ่งจะต้องประกอบด้วย 3 ฝ่ายคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประธานกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครนั้น นายชุมพล กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นเอกสารใดๆ ส่วนหนึ่ง ที่เข้าใจกันว่า ดูไบ มีโอกาสได้เจ้าภาพ คงเป็นเพราะไทยนั้นเดินเรื่องช้า ซึ่งสุดท้ายแล้วการเสนอตัวครั้งนี้ หากทันก็ทัน แต่ถ้าไม่ทันก็คือไม่ทัน ซึ่งตนยังมองว่า โอกาสของไทยยังมีอยู่ ในเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 ปี 2023 (พ.ศ.2566)


 ด้าน “บิ๊กอ๊อด” พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยกล่าวว่า เรื่องที่ “รมต.กีฬา” พูดนั้นน่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิด โอลิมปิกไทยเสนอความเห็นเข้าไป แต่การตัดสินใจจะต้องขึ้นอยู่กับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แต่เรื่องมาถึงตอนนี้ การเสนอตัวอาจจะเป็นไปแบบจำใจ ต้องรับว่าเป็นเรื่องยากที่ไทยจะได้เป็นเจ้าภาพ เนื่องจากไม่สามารถสู้ดูไบได้แน่นอน นอกจากนี้ ไทยก็ยังไม่ได้แต่งตั้งคณะอำนวยการจัดการแข่งขันเข้ามารับผิดชอบโดยตรงด้วย ทั้งที่เป็นนโยบายของรัฐบาลที่จะให้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพกีฬานานาชาติให้มากที่สุด โดยในระดับกีฬาเอเชี่ยนเกมส์นั้น รัฐบาลและเอกชนต้องร่วมมือกันอย่างเต็มที่และจริงจัง ถึงจะสู้ได้ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำแบบนี้ ในตอนนี้ไทยจึงยังไม่มีศักยภาพพอในการจะเป็นจ้าภาพเอเชี่ยนเกมส์


 อนึ่งในการเสนอตัวจัดกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ต่อโอซีเอเมื่อชาติใดเสนอตัวจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในเบื้องต้น 1 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3 แสนบาท) และกรณีได้รับเลือกจะต้องจ่ายให้โอซีเอ อีกประมาณ 450 ล้านบาท โดยเอกสารแบบฟอร์มการเสนอตัวขอเป็นเจ้าภาพของไทยนั้น ระบุไว้ว่าจะใช้งบประมาณในการจัด 1 หมื่นล้านบาท ส่วนสนามแข่งขันจะใช้ที่ ศูนย์กีฬา กกท. หัวหมาก และ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ซึ่งจะปรับปรุงใหม่ ขณะที่หมู่บ้านนักกีฬาจะใช้ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตเหมือนเมื่อครั้งเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13