ข่าว

ภาพวงจรปิดนาทีคาร์บอมบ์เมืองยะลา

ภาพวงจรปิดนาทีคาร์บอมบ์เมืองยะลา

14 ก.พ. 2554

เผยภาพวงจรปิดนาทีบึ้มกลางเมืองยะลา กล้องสามารถบันทึกภาพของคนร้ายได้ก่อนเกิดเหตุ ผกก.สภ.เมืองยะลา เผยตรวจสอบรถยนต์คันที่บรรจุระเบิดสวมทะเบียนปลอม ถูกขโมยจากพื้นที่ อ.เทพา จ.สงขลา ผวจ.ยะลาจี้จัดระเบียบรปภ.ชุมชนเมืองเน้นสแกนบุคคล-วัตถุต้องสงสัยดึงความเชื่อม

จากกรณีเกิดเหตุคนร้ายนำรถยนต์ซุกซ่อนวัตถุระเบิด มาจอดที่หน้าร้านเฮนเบเกอรี่ ถนน ณ นคร เขตเทศบาลนครยะลา แล้วจุดชนวนระเบิดขึ้นในขณะที่มีรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ทหารวิ่งผ่านมา เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ทหารและประชาชนได้รับบาดเจ็บจำนวน 18 ราย นอกจากนั้นยังทำให้บ้านเรือนที่เป็นร้านค้าถูกเพลิงไหม้นับสิบคูหา เหตุเกิดเมื่อเวลา 09.50 น.วันที่ 13 กพ. 54 ที่ผ่านมา ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น

 เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 14 ก.พ. ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา พ.ต.อ.กฤษฏา แก้วจันดี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา เปิดเผยความคืบหน้าด้านคดีว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ของธนาคารนครหลวงไทย จำกัด สาขายะลา ซึ่งกล้องสามารถบันทึกภาพ คนร้ายเป็นชายหนึ่งคน รูปร่างสูง ผอม การแต่งตามที่ปรากฏในภาพ คือสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีน้ำเงินยีนส์ กางเกงขายาว และสวมหมวกแก๊ปปิดบังใบหน้า ขับรถยนกระบะยี่ห้ออีซูซู โกลด์ซีรี่ สีดำ ที่กระบะท้ายมีหลังคาแครี่บอย มาจอดที่หน้าบ้านเลขที่ 33 ถนน ณ นคร ซึ่งเป็นโกดังเก็บอะไหล่ รถจยย. อยู่ติดกับร้านเฮนเบเกอรี่ ตรงข้ามกับธนาคารนครหลวงไทย จากนั้นคนร้ายได้ลงจากรถแล้วเดินไปเดินมา ผ่านกล้องวงจรปิด รอจนถึงเวลา 09.45 นาที มีรถทหารของ ฉก.ยะลา 14 วิ่งผ่านเข้ามา เมื่อวิ่งผ่านไปถึงรถที่ประกอบระเบิด คนร้ายจึงได้จุดระเบิดด้วยวิทยุสื่อสารขึ้น นอกจากนั้นคนร้ายยังได้บรรจุถังบรรจุน้ำมันไว้ ขนาด 5 ลิตร ไว้ 3 ถัง ทำให้เพลิงลุกไหม้ร้านค้า ได้รับความเสียหายทั้งหมด 11 คูหา และรถยนต์ที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุเสียหายอีก 7 คัน รถ จยย. อีก 12 คัน

 “ส่วนการตรวจสอบรถคันดังกล่าวพบว่า รถยนต์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุเป็นรถรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซู โกลด์ซีรี่ สีดำ แครีบอย หมายเลขทะเบียน ผก 383 สงขลา ซึ่งถูกขโมย เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 53 ในพื้นที่ สภ. เทพา จ.สงขลา รับแจ้งไว้ โดยคนร้ายได้นำป้ายทะเบียนปลอมหมายเลข ผก 9253 ปัตตานี มาเปลี่ยน ซึ่งในขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบ เชื้อปะทุ อีกลูกที่ยังไม่ระเบิด โดยให้เจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา ตรวจสอบ ส่งตรวจหาดีเอ็นเอจาก สายไฟที่ประกอบเป็นวงจรระเบิด ซึ่งหากเกิดว่า ดีเอ็นเอ ที่พบไปตรงกับคนร้ายกลุ่มใด ก็จะดำเนินการติดตามจับกุมต่อไป ” ผกก.สภ.เมืองยะลา กล่าว

ผวจ.ยะลาจี้จัดระเบียบรปภ.ชุมชนเมืองเน้นสแกนบุคคล

 นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เปิดเผยความคืบหน้าหลังเกิดเหตุคนร้ายนำรถยนต์ซุกซ่อนวัตถุระเบิดมาจอดที่หน้าร้านเฮนเบเกอรี่ ถนน ณ นคร เขตเทศบาลนครยะลา แล้วจุดชนวนระเบิดขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารและประชาชน ได้รับบาดเจ็บจำนวน 18 ราย และบ้านเรือนและร้านค้าถูกเพลิงไหม้นับสิบคูหา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 ก.พ.54 ที่ผ่านมา ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยอมรับว่าได้สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับประชาชนในพื้นที่

 โดยเฉพาะผลกระทบด้านความรู้สึกที่ประชาชนตลอดจนพ่อค้า แม่ค้า เริ่มเกิดความรู้สึกไม่มั่นใจในระบบการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่เขตเมือง ซึ่งล่าสุดได้ประสานความร่วมมือเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่มีส่วนรับผิดชอบการดูแลความปลอดภัยทบทวนแผนมาตรการต่างๆเพื่อสร้างความมั่นใจและดึงความเชื่อมั่นให้กับคืนมาอีกครั้ง โดยเฉพาะการจัดระเบียบมาตรการดูแลความปลอดภัยที่รัดกุมมากขึ้นทั้งในส่วนของพื้นที่รอบนอกเพื่อสแกนบุคคลและวัตถุต้องสงสัยไม่ให้เข้ามาในพื้นที่ชั้นในหรือเขตเมือง

 ขณะที่ในส่วนของพื้นที่ชั้นใน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแหล่งชุมชนได้เร่งทำความเข้าใจและขอความร่วมมือให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยและให้ความสำคัญในการร่วมมือกันดูแลความปลอดภัยให้มีความเข้มแข็งขึ้น ทั้งการตั้งด่านตรวจและจุดสกัดตามเส้นทางหลักและเส้นทางสายรอง ตลอดจนการดูแลพื้นที่จอดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยเฉพาะในส่วนของชุมชนย่านการค้า เช่น ตลาดสด ตลาดนัดที่ต้องขอความร่วมมือให้ทุกฝ่ายใส่ใจในการดูแลความปลอดภัยมากขึ้น

ทหารภาคใต้ปรับแผนดึงชาวบ้านรปภ.เขตเมือง

 พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกอ.รมน.ภาค.4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุคนร้ายนำรถยนต์ซุกซ่อนวัตถุระเบิดมาจอดที่หน้าร้านเฮนเบเกอรี่ ถนน ณ นคร เขตเทศบาลนครยะลา แล้วจุดชนวนระเบิดขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารและประชาชน ได้รับบาดเจ็บจำนวน 18 ราย และบ้านเรือนและร้านค้าถูกเพลิงไหม้นับสิบคูหา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 ก.พ. ที่ผ่านมา ในส่วนของการติดตามตัวคนร้ายทั้งจากการเกาะรอยจากภาพวงจรปิดที่บันทึกภาพเอาไว้ได้ รวมถึงการตรวจสอบหาแหล่งที่มาของรถที่นำมาซุกซ่อนระเบิดทำให้ได้ความคืบหน้าระดับหนึ่งแต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้
 
 ขณะที่การติดตามตัวคนร้ายนั้นเป็นไปอย่างต่อเนื่องทั้งการตรวจค้นในพื้นที่เป้าหมายในพื้นที่ต่างๆมากกว่า 10 จุด ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวผู้ต้องสงสัยหลายรายมาให้ปากคำและตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด  โดยสำหรับผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเจ้าหน้าที่ได้ทยอยปล่อยตัวกลับบ้านตามปกติ ส่วนการให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบนั้นเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนได้ร่วมมือกันช่วยเหลิลืออย่างเต็มที่ทั้งในส่วนของการเยียวยาและการปรับมาตรการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ชุมชน โดยเฉพาะในพื้นที่เขตชุมชนเมืองที่ขณะนี้ได้มีการปรับแผนการดูแลความปลอดภัยทุกจุดอย่างเงวด โดยอาศัยการขอความร่วมมือภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมตลอด24 ชั่วโมง

 "การเชิญตัวผู้ต้องสงสัยสอบปากคำในทุกขั้นตอนจะเน้นการให้ความเป็นธรรมกับทุกฝายหากไม่พบความเชื่อมโยงก็จะปล่อยตัวทันที ส่วนการติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุเจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าฎิบัติการกดดันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการแกะรอยจากภาพกล้องวงจรปิดที่สามารถเป็นเบาะแสสำคัญได้ระดับหนึ่ง   ส่วนการปรับแผนมาตรการดูแลความปลอดภัยนั้น ได้เน้นการดึงความร่วมมือของภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุดในทุกขั้นตอนเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนนั้นๆเป็นการสร้างความมั่นใจและดึงความเชื่อมั่นให้กับคนในพื้นที่ได้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติอีกครั้ง" พ.อ.บรรพต กล่าว