ข่าว

"ชัย"ยังไม่ได้รับเรื่องยื่นตีความร่างแก้รธน.

"ชัย"ยังไม่ได้รับเรื่องยื่นตีความร่างแก้รธน.

14 ก.พ. 2554

"ชัย" ยังไม่เห็นเรื่อง ส.ส.ฝ่ายค้าน ยื่นเรื่องให้ส่งศาลรธน.วินิจฉัยร่างแก้รธน.ผิดข้อบังคับ “ประพันธ์”เผยกกต.ยกร่างกม.ลูก เสร็จแล้ว เตรียมเสนอสภา รอคำตอบจำนวนประชากรจาก มท.ก่อนแบ่งเขตเลือกตั้ง 375 เขต คาดเดือนมี.ค. ทุกอย่างเสร็จ เชื่อยังไม่มีเค้าลางยุบ

(14ก.พ.)  กรณีความคืบหน้ากรณีที่ส.ส.พรรคเพื่อไทย เข้าชื่อตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 154 ยื่นเรื่องให้ประธานรัฐสภาเพื่อให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกระบวนการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญเนื่องจากขัดข้อบังคับการประชุมข้อ 86 วรรคสามเนื่องจากไม่ได้ระบุเลขมาตราที่จะแก้ไว้ในหลักการหรือเหตุผล เมื่อบ่ายวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังจากร่างแก้ไขเพิ่มเติมฯทั้ง 2 ฉบับ ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาในวาระ 2  เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์นั้น  ผู้สื่อข่าวพยายามโทรศัพท์สอบถามนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ถึงความคืบหน้าในการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ โดยนายชัย กล่าวสั้นๆว่า “ได้เจอกับส.ส.พรรคเพื่อไทยที่มีข่าวว่า จะมายื่นเรื่องเมื่อบ่ายวันที่ 11 กุมภาพันธ์ แต่เขาก็ไม่เห็นส่งอะไรมาให้ จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีเอกสารอะไรมาถึงผมตามขั้นตอน”  จากนั้นได้ตัดสายโทรศัพท์ทิ้งทันที

 รายงานข่าวจากสภาผู้แทนราษฎรแจ้งว่า กรณีที่ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภาวาระ 3 เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ แต่ส.ส.พรรคเพื่อไทยได้ยื่นเรื่องให้ประธาน ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบด้วยกระบวนการตรานั้นในวันเดียวกัน ขณะนี้เริ่มมีเสียงวิจารณ์ในหมู่ข้าราชการว่า นายชัย ได้สั่งการด้วยวาจา ให้ข้าราชการระดับสูงบางรายไปดำเนินการรีบทำเรื่องส่งไปให้นายกรัฐมนตรีเพื่อส่งเรื่องให้สำนักราชเลขาธิการนำขึ้นทูลเกล้าฯ อย่างไรก็ดีฝ่ายข้าราชการยังไม่กล้าดำเนินการ เพราะติดปัญหาว่า เมื่อมีการเข้าชื่อจากส.ส.ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาอย่างถูกต้องแล้ว ก็ควรต้องรอส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อนเรื่องจะเข้าสู่กระบวนการทูลเกล้าฯ เพราะหากเร่งรีบทำไปจะระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท ทำให้ขณะนี้เรื่องยังคาอยู่ที่สภาผู้แทนราษฎร

กกต.เตรียมชงกฏหมายลูกเข้าสภาหลังรธน.ผ่านวาระ3 

              ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีเตรียมความพร้อมในการแก้ไขพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว.หลังจากที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านการพิจารณาของรัฐสภาในวาระ 3 ว่า ขณะนี้กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้งได้ยกร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว.เสร็จแล้ว ซึ่งเบื้องต้นมี 31 มาตรา โดยใช้การปรับปรุงจากพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และส.ว. ปี 41 เป็นหลักที่เป็นแบบเขตเดียวเบอร์เดียว ในส่วนของส.ส.สัดส่วนตามรัฐธรรมนูญปี 50 ที่มี 8 กลุ่มนั้นก็กลับมาใช้แบบบัญชีรายชื่อเหมือนเดิม ทั้งนี้กกต.เป็นผู้รักษาการตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว. ที่มีอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 139 ( 3 ) สามารถเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวต่อรัฐสภาได้ เพราะฉะนั้นเมื่อรัฐธรรมนูญประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา กกต.ก็จะนำร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว.เข้าที่ประชุมกกต.ลงความเห็นก่อนเสนอต่อรัฐสภา

               เมื่อถามว่าสาระสำคัญของกฎหมายที่มีการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่จะมีปัญหาเกิดขึ้นหรือไม่ นายประพันธ์ กล่าวว่า ในการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่จากเดิม 400 เขตมาเป็น 375 เขตนั้น กกต.ต้องรอประกาศของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยประกาศจำนวนราษฎรปี 53 ก่อน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ประกาศออกมา และกกต.ก็ได้ส่งหนังสือไปสอบถามว่าจะประกาศได้เมื่อใด เพราะหากได้จำนวนของราษฎรแล้วกกต.จะนำตัวเลขมาคำนวณกับเขตเลือกตั้ง 375 เขตต่อไป

   ผู้สื่อข่าวถามว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่จะทำให้ประชาชนเกิดความสับสนหรือไม่ นายประพันธ์ กล่าวว่า ต้องมีการประชาสัมพันธ์เขตในแต่ละจังหวัด เพราะจำนวนของส.ส.ในบางจังหวัดจะลดน้อยลง

              เมื่อถามต่อว่าคาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาในการแบ่งเขตนานแค่ไหนนั้น นายประพันธ์ กล่าวว่า ต้องใช้ระยะเวลาสักระยะหนึ่ง เพราะจะต้องมีการประกาศให้ประชาชนรับทราบ และให้ประชาชนได้แสดงความเห็นข้อเสนอแนะ อย่างไรก็ตามหากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยุบสภาภายหลังจากที่รัฐธรรมนูญบังคับใช้ แต่พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว.นั้นไม่เสร็จไม่ทัน กกต.ก็ต้องออกประกาศข้อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งโดยใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไข ซึ่งปรับปรุงจากร่างกฎหมายที่นำเสนอ ทั้งนี้ตนคิดว่าการทำงานจะเร็วขึ้น เพื่อให้การเลือกตั้งดำเนินการไปได้
   
          ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่อาจจะมีการยุบสภาหลังจากพิจารณางบประมาณประจำปี 54 ผ่าน กกต.ได้กำหนดวันเลือกตั้งแล้วหรือยัง นายประพันธ์ กล่าวว่า หากยุบสภาก่อนรัฐธรรมนูญประกาศบังคับใช้นั้นก็จะเป็นปัญหา เพราะต้องใช้รัฐธรรมนูญปี 50 ที่เป็นแบบเขตเดียว 3 เบอร์แทน ทางที่ดีตนคิดว่าควรจะรอให้รัฐธรรมนูญประกาศราชกิจจานุเบกษาก่อนที่จะมีการยุบสภา เพื่อการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ในส่วนที่มีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ตนคิดว่าต้องใช้เวลา อย่างไรก็ตามคาดว่ากระบวนการทั้งหมดน่าจะเสร็จในช่วงสิ้นเดือนมี.ค.

  เมื่อถามอีกว่า ที่ผ่านมานายกฯได้หารือกับกกต.เรื่องการเลือกตั้งแล้วหรือยัง นายประพันธ์ กล่าวว่า ตนคิดว่ายังไม่มีเคล้าการยุบสภาและนายกฯก็ยังไม่ได้หารือกับกกต.เรื่องการเลือกตั้ง

ประธานวุฒิฯเชื่อแก้ไขรธน.ไม่มีปัญหา

  นายประสพสุข   บุญเดช ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่ส.ส.ฝ่ายค้านยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภาว่ามีการดำเนินการที่ผิดข้อบังคับการประชุมว่า เชื่อคงไม่ผลกระทบกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านการพิจารณาไปแล้ว เป็นเรื่องดีที่จะให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อให้เกิดความถูกต้อง เป็นที่พอใจของทุกฝ่าย และเพื่อไม่ให้เกิดการระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทฯที่นำเอาเรื่องที่อาจจะมีปัญหาไปทูลเกล้าฯ ให้ลงพระปรมาภิไธย

 เมื่อถามว่าส่วนตัวมองว่ารัฐธรรมนูญที่ผ่านการพิจารณามีปัญหาขัดข้อบังคับหรือไม่ นายประสพสุข กล่าวว่า ตนเชื่อว่าไม่มีปัญหา คิดว่าไม่มีปัญหา แต่ทุกอย่างควรให้เป็นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะดีที่สุด

 ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบแล้วการทำกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญควรดำเนินการอย่างไร นายประสพสุข กล่าวว่า ทางที่ดีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญควรออกเป็นกฎหมาย แต่หากต้องการให้มีการเลือกตั้งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สามารถออกระเบียบได้ตามที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจไว้ ส่วนตัวมองว่าปกติต้องทำเป็นกฎหมาย แต่บางทีอาจมีความจำเป็นเร่งด่วนย่อมสามารถออกเป็นกฎหมายได้