
จับ9ผู้ต้องสงสัยพันคาร์บอมเมืองยะลา
รวบ 9 ผู้ต้องสงสัยพันคาร์บอมเมืองยะลา หลังปิดล้อมพื้นที่กว่า 10 จุด หน่วยข่าวระบุเป็นกลุ่มแนวร่วมกลุ่มใหม่ที่ก่อเหตุ ขณะที่ชาวบ้านเหยื่อคาร์บอม วอนคนร้ายหยุดก่อเหตุ ขณะที่จังหวัดยะลาเร่งให้ความช่วยเหลือชาวบ้าน
(14ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้ากรณีคนร้ายนำรถซุกซ่อนวัตถุระเบิด มาจอดที่หน้าร้านเฮนเบเกอรี่ ถนน ณ นคร เขตเทศบาลนครยะลา แล้วจุดชนวนระเบิดขึ้นขณะที่มีรถของเจ้าหน้าที่ทหารวิ่งผ่านมา เป็นเหตุให้มีเจ้าหน้าที่ทหารและประชาชนได้รับบาดเจ็บ 18 ราย นอกจากนั้นยังทำให้บ้านเรือนที่เป็นร้านค้าถูกเพลิงไหม้นับสิบคูหา เหตุเกิดเมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 13 กพ.ที่ผ่านมา ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น
ล่าสุดเวลา 06.00 น.วันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดยะลา ว่า วานนี้(13 กพ) เวลา 16.00 น. พ.ท.ธนุตม์ พิศาลสิทธิวัฒน์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 11 พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 11 หน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 14 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 และ 47 จนท.ตร.ชุดสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ จนท.ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ตำรวจ สภ.เมืองยะลา ตำรวจ สภ.ลำใหม่ ฝ่ายปกครอง รวมกว่า 300 นาย ได้สนธิกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ต้องสงสัยใน ต.ลิดล และ ต.ยะลา อ.เมือง จ.ยะลา จำนวนกว่า 10 จุด หลังมีแหล่งข่าวแจ้งว่าพบการเคลื่อนไหวของกลุ่มของ นายอหมัด ตือง๊ะ แกนนำกลุ่มก่อเหตุความรุนแรง พร้อมพวก เข้ามาเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว
ภายหลังการเข้าปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ต้องสงสัยดังกล่าวนานกว่า 3 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่สามารถคุมตัวบุคคลต้องสงสัยได้ 9 รายโดยเป็นอุสตาสของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามแห่งหนึ่งในพื้นที่ จำนวน 2 คน วัยรุ่นในหมู่บ้าน 6 คน และเยาวชน 1 คน ทั้งหมดยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ใช้กฎอัยการศึกในการคุมตัวไปซักถามที่หน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 11 หลังจากมีหลักฐานที่เชื่อว่า บุคคลทั้ง 9 ราย น่าจะมีส่วนเกี่ยวพันกับการก่อเหตุลอบวางระเบิดคาร์บอม ใจกลางเมืองยะลา
หน่วยข่าวด้านความมั่นคงในพื้นที่ เปิดเผยว่า สำหรับกลุ่มคนร้ายที่เข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ ส่วนใหญ่จะเป็นแนวร่วมกลุ่มใหม่ ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป และกำลังศึกษาอยู่ในสถาบันสอนศาสนาเอกชนในพื้นที่ เป็นเยาวชนที่ถูกฝึก ถูกปลูกฝังแนวความคิดการก่อเหตุร้ายมาตั้งแต่ปี 2550 และ พยายามก่อเหตุตอบโต้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ลอบยิงลอบวางระเบิด และก่อเหตุความวุ่นวายในพื้นที่
“ สำหรับกลุ่มบุคคลทั้ง 9 ราย ที่ทางเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวมานั้น ในเบื้องต้นมีหลักฐานว่าเป็นแนวร่วมกลุ่มใหม่ กลุ่มของนายอหมัด ตือง๊ะ ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีความมั่นคงในพื้นที่ จ.ยะลา และทางการข่าวกลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้มีส่วนเชื่อมโยงไปยังคดีลอบวางระเบิดรถยนต์ของพรานป่า 9 ศพ ที่ อ.ยะหา และลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารชุดรบพิเศษ ที่ ต.ลำใหม่ และเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้มีการเชื่อมโยงกับการลอบวางระเบิดคาร์บอมใจกลางเมืองยะลา เมื่อวานนี้ด้วย แต่อย่างไรก็ตามหากซักถามบุคคลทั้ง 9 แล้วไม่พบว่าเกี่ยวข้อง ก็จะดำเนินการปล่อยตัว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ ได้เชิญตัวทั้งหมดมาทำประวัติ และเก็บดีเอ็นเอ เพื่อนำไปเป็นหลักฐานในการขยายผลการสอบสวนสืบสวนด้านคดีต่อไป ” หน่วยข่าว ระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการตั้งศูนย์เฉพาะกิจ เยียวยาผู้ประสบภัย ที่บริเวณถนน ณ นคร เทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อช่วงเย็นวานนี้( 13 ก.พ 54) มีเจ้าหน้าที่จากศูนย์เยียวยา จ.ยะลา และเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.เมืองยะลา มาคอยให้บริการรับแจ้งขอความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเสียหาย จากเหตุการณ์ระเบิดที่ผ่านมา
นายสะแปอิง บือแน อายุ 69 ปี และนางสุนีย์ บือแน อายุ 65 ปี สองสามีภรรยาเจ้าของบ้านเช่าที่ได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้ทั้งหลัง กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้รุนแรงมาก ตนเองและภรรยาไม่ได้อยู่ที่บ้าน มีเพียงลูกสาวที่ไม่สามารถนำสิ่งของอะไรออกมาจากบ้านได้เลย ไม่ว่าจะเป็นของมีค่าต่างๆ ก็สูญเสียไปพร้อมกับบ้านหลังนี้ทั้งหมด ตนเองอยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือฟื้นฟูบ้าน รวมทั้งขจัดกลุ่มก่อเหตุให้หมดไปสักที และอยากขอฝากบอกผู้ที่ก่อเหตุว่า ขอให้หยุดและยุติเพื่อความอยู่เป็นเป็นสุขของชาวยะลา แต่อย่างไรก็ตามถึงจะเกิดเหตุกับตนเองและครอบครัวในครั้งนี้ ก็ยังยืนยันว่าจะอยู่ในพื้นที่ต่อไป เนื่องจากที่นี่เป็นบ้านเกิดของตนเอง และครอบครัวก็ไม่ทราบจะไปอยู่ที่ไหน ก็ต้องต่อสู้อยู่ที่นี่ต่อไป
ด้านนายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ รองผู้ว่าราชการ จ.ยะลา เปิดเผยว่า ในส่วนของการช่วยเหลือนั้น ทางผู้ว่าราชการ จ.ยะลา นายกฤษฎา บุญราช ได้สั่งการให้ศูนย์เยียวยา จ.ยะลามาตั้งโต๊ะรับคำร้องซึ่งมีการปฎิบัติการร่วมกันกับทาง สภ.เมืองยะลา โดยจะรับแจ้งความ ทำบัญชีความเสียหาย และสำรวจความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือเยียวยา ส่วนรายละเอียดด้านทรัพย์สินยังไม่สามารถตรวจสอบได้ในขณะนี้ ซึ่งหลังตั้งโต๊ะช่วยเหลือเยียวยา มีประชาชนมาแจ้งความให้ดำเนินการสำรวจความเสียหายแล้ว 27 ราย คาดว่าจะสามารถแยกความเสียหายเกี่ยวกับยานพาหนะให้แล้วเสร็จได้ในวันนี้ ซึ่งจะส่งข้อมูลไปให้เจ้าหน้าที่ขนส่งประเมินความเสียหาย เพื่อแจ้งมายังศูนย์เยียวยา ต่อไป
“ ในส่วนของทรัพย์สิน ภายในบ้าน และตัวอาคารจะตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง โดยจะให้ทางโยธาธิการ กองช่างมาสำรวจตรวจสอบตามตารางเมตร ซึ่งคาดว่าบ้าน 2 ชั้นจะอยู่ประมาณ หนึ่งล้านสามแสนบาท ถึงหนึ่งล้านสี่แสนบาท ส่วนทรัพย์สินภายในบ้านจะมีการประเมินอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งหลังจากได้พูดคุยกับชาวบ้าน แล้วทางงศูนย์เยียวยา จ.ยะลาจะให้ยืมเงินไปใช้จ่ายล่วงหน้าก่อน ซึ่งจะใช้การอนุมัติของศูนย์เยียวยายะลาในสัดส่วน 25 เปอร์เซ็นต์ เพื่อจะได้บรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ส่วนบ้านที่ได้รับความเสียหาย มีจำนวน 8 หลังใหญ่ และแบ่งเป็นห้องเช่าอีก 6 ห้อง ซึ่งเจ้าของที่ทำห้องไว้ให้เช่า นอกจากนั้นยังมีบ้านที่เสียหายที่หลังคาและบริเวณชั้นสองอีก 2 หลัง ” รอง ผวจ.ยะลา กล่าว
ส่วนความคืบหน้าด้านคดี พ.ต.อ.กฤษฏา แก้วจันดี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ยะลา 11 เข้าปิดล้อมบุคคลต้องสงสัย ซึ่งได้จากการสอบถามจากลุ่มคนร้ายที่เราควบคุมตัวไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งทางคนร้ายได้ให้เบาแสในการเข้ามาก่อเหตุ แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ส่วนการรวบรวมพยานหลักฐานนั้น เบื้องต้นได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และรอการตรวจสอบกล้องวงจรปิดจาธนาคารนครหลวงไทยยะลา ที่คาดว่าสามารถตรวจสอบภาพได้ ส่วนการตรวจสอบรถยนต์ที่เกิดเหตุระเบิดนั้นได้รหัสที่ตัวรถและได้ประสานไปยัง บ.อีซูซุ ยะลา และ ปัตตานี แล้ว ซึ่งคาดว่าจะตรวจสอบได้ว่าเป็นของใครถูกโจรกรรมไปเมื่อใด
“ ส่วนการป้องกันหลังจากนี้ ในการปิดเส้นทางเข้า-ออกเจ้าหน้าที่สามารถทำได้ระดับหนึ่ง ส่วนตัวเมืองจะต้องมีการพูดคุย กับประชาชนในเรื่องของการจอดรถ การให้ความร่วมมือเพื่อป้องกันเหตุ การชี้เบาแสในการระงับเหตุของคนร้าย อย่างทันท่วงที เพราะจากการซักถามพยาน ที่เห็นเหตุการณ์แจ้งว่า มีคนขับรถยนต์มาจอดไว้ จากนั้นก็มีรถจักรยานยนต์มารับไป ซึ่งถ้าประชาชนเห็นพฤติกรรมลักษณะนี้ก็ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปกครองที่อยู่ใกล้ได้ทันที เพื่อจะได้ป้องกันและตรวจสอบเพื่อลดความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น ส่วนเส้นทางของคนร้ายที่เข้ามาก่อเหตุนั้น ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนกำลังรวบรวมข้อมูลหลักฐาน ซึ่งขณะนี้ ทางท่านแม่ทัพภาคที่ 4 ผบก.ภจ.ว.ยะลา และท่านผู้ว่ายะลา ได้ให้แนวทางไว้แล้ว ” ผกก.สภ.เมืองยะลา กล่าว



