
ปิดฉากมูบารักจากพลังมวลชนอียิปต์
การปักหลักชุมนุมยาวนาน 18 วันของมวลชนชาวอียิปต์ในกรุงไคโรและอีกหลายเมือง บีบบังคับให้ประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัก ยอมลงจากอำนาจที่ยึดกุมมานาน 30 ปีเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่เหตุการณ์คลี่คลายด้วยการที่นายมูบารักส่งมอบอำนาจการบริหารให้แก่กองทัพ ทำให้มีการตั้ง
กองทัพเข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรงตั้งแต่คุมสถานการณ์การชุมนุมแทนตำรวจที่ประชาชนเกลียดชัง และประชาชนต้อนรับเป็นอย่างดี เรื่อยไปจนถึงจุดที่ทำให้ดูเหมือนว่านายมูบารักยอมสละอำนาจ
จังหวะก้าวของผู้นำกองทัพเป็นอย่างไประมัดระวังค่อยเป็นค่อยไป วันแรกๆ ออกแถลงการณ์ระบุว่าข้อเรียกร้องของผู้ประท้วงเป็นสิ่งชอบธรรม ต่อมากลับประกาศขอให้ผู้ชุมนุมกลับบ้าน คืนชีวิตปกติ แต่กลับกลายเป็นว่าผู้ชุมนุมกลับออกมากันมากกว่าเดิม และไม่ยอมรับการอ่อนข้อใดๆ ของนายมูบารัก นอกจากพ้นจากอำนาจสถานเดียว
ชัดเจนว่ากองทัพตกที่นั่งลำบากในการต้องเลือกระหว่างความภักดีต่อนายมูบารัก อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศและวีรบุรุษสงคราม กับประชาชนหลายล้าน เมื่อประธานาธิบดียังคงฝืนเจตนารมณ์ของฝูงชนที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ และยื้ออำนาจไว้ กองทัพจำต้องตัดสินใจเด็ดขาดในการก้าวเข้ามายึดอำนาจเป็นครั้งแรกในรอบ 60 ปี
เริ่มจากสถานีโทรทัศน์ทางการได้แพร่ภาพการประชุมสภาสูงสุดของกองทัพ เมื่อวันพฤหัสบดี โดยมีจอมพลฮุสเซน ตันตาวี รัฐมนตรีกลาโหม เป็นประธาน พร้อมเหล่านายพลหน้าตาขึงขัง 24 คน ไร้วี่แววของผบ.สส.อย่างนายมูบารัก และรองประธานาธิบดีโอมาร์ สุไลมาน ชี้ชัดถึงรอยร้าวระหว่างผู้นำทหารกับพลเรือน
แถลงการณ์ ที่ถูกเรียกขานว่า ประกาศฉบับที่ 1 คำที่รู้กันดีในโลกอาหรับว่า นี่คือการรัฐประหารนั้น ก็ไม่ได้เอ่ยถึงชื่อมูบารัก หรือสุไลมานเลย ตลอดจนเนื้อหาที่บอกว่า สภาได้ประชุม เพื่อหารือถึงมาตรการปกป้องมาตุภูมิและความปรารถนาของประชาชนอียิปต์
แปลความได้ว่า กองทัพเข้าคุมสถานการณ์แล้ว ไม่ใช่มูบารัก สุไลมาน หรือคณะรัฐมนตรี
ประกาศฉบับที่ 1 จุดความหวังของฝูงชนที่จะได้ยินการแถลงลาออกของนายมูบารัก แต่แล้ว นายมูบารักกลับออกมาประกาศอยู่ในตำแหน่งต่อไป และส่งมอบอำนาจให้แก่รองประธานาธิบดี แถมบอกให้ผู้ประท้วงกลับบ้านและเลิกดูช่องข่าวต่างประเทศ ยังความโกรธแค้นให้แก่ผู้ประท้วงอย่างมาก รวมถึงเหล่านายพลด้วย
พล.ต.ซาฟวัต เอล ซายัต อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงสำนักข่าวกรองอียิปต์ มองว่า ถ้อยแถลงของ มูบารักและสุไลมาน ขัดความประสงค์ของกองทัพ และบรรดาผู้นำประท้วงก็ต้องการให้ทหารเข้ามาดูแลสถานการณ์หลังนายมูบารักแถลงครั้งสุดท้ายก่อนที่ประเทศจะเข้าสู่กลียุค เพราะการส่งมอบอำนาจบางส่วนให้รองประธานาธิบดีสุไลมาน ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ประท้วงต้องการ
ถึงจุดนั้น การยึดอำนาจดูเหมือนเป็นทางเลือกดีที่สุด เพื่อปิดฉากระบอบที่ผู้ประท้วงเกลียดชัง และเปิดกว้างสำหรับทางเลือกใหม่ๆ เช่นการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ช่วยค้ำบัลลังก์มูบารัก และยุบสภาที่มาจากการเลือกตั้งฉ้อฉล
กระนั้น ดูเหมือนกองทัพก็ไม่อยากให้ภาพขัดแย้งปรากฏออกไปมาก จากประกาศฉบับที่ 2 ที่ออกมาในวันศุกร์ ยอมรับวิธีคลี่คลายวิกฤติของมูบารักแบบครึ่งๆ กลางๆ และรับประกันว่ากองทัพจะปกป้องคุ้มครองผลประโยชน์ประเทศชาติอย่างสูงสุด
ในที่สุด นายมูบารักได้ยอมลงจากตำแหน่งหลังฝูงชนชาวอียิปต์ออกมาชุมนุมหลายล้านคนอีกครั้ง โดยนายสุไลมานเป็นผู้ที่ออกมาแถลงลาออกให้แทน เป็นไปได้ว่านายมูบารักอาจไม่ได้รับโอกาสให้แถลงลาออกด้วยตนเอง ไม่ได้อำลาประชาชนที่เขาปกครองนานเกือบ 30 ปี หรืออาจเป็นเพราะนายมูบารักเองที่ไม่ต้องการออกมาพูดผ่านทีวีว่าจะก้าวลงจากตำแหน่ง หลังจากไม่ถึง 24 ชม.ก่อนหน้านั้น เพิ่งยืนยันว่าจะอยู่ในตำแหน่งจนครบวาระ
ขณะที่กองทัพออกประกาศฉบับที่ 3 ยกย่องนายมูบารักว่าได้ทำคุณประโยชน์แก่ชาติอย่างมหาศาล ทั้งรับประกันว่ากองทัพจะไม่เป็นแทนที่รัฐบาลที่ชอบธรรม แต่ก็ยังไม่ได้บอกว่าแผนการหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่า แม้แต่นายทหาร ณ จุดบนสุดของโครงสร้างอำนาจปัจจุบัน ก็ยังไม่มีภาพชัดเจนว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป คงต้องใช้เวลาอีกหลายวันกว่าจะเห็นภาพการเปลี่ยนผ่านอำนาจในอียิปต์ว่าจะออกมาในรูปใด ใครจะอยู่ ใครจะไป และผลลัพธ์ที่ออกมาจะหมายถึงเสถียรภาพของอียิปต์หรือไม่



