
จริยธรรมฟองสบู่ ?
อย่างน้อยในห้วงระยะเวลา 2 ปีนี้อาจเป็นปีของสารตั้งต้นสำหรับสื่อออนไลน์ ที่กำลังก้าวกระโดดเข้าสู่ความเป็นสื่อกระแสหลัก (mainstream media) อย่างรุนแรงและรวดเร็วยิ่ง เนื่องเพราะอิทธิพลที่มีอยู่เหนือสื่อทางการ โดยเฉพาะการมีบทบาทนำในประเด็นต่างๆ
นับจากเหตุการณ์ความขัดแย้งเมื่อราวเดือนเมษา-พฤษภา มหาอุทกภัยใหญ่ทั่วประเทศ ประเด็นร้อนแรงเรื่องสาวซีวิค ผู้สร้างโศกนาฏกรรมหมู่ในช่วงปลายปี จนกระทั่งข้อพิพาทไทย-กัมพูชา คำประกาศสงครามของฮุน เซน ที่ถูกถ่ายทอดผ่านโซเชียลมีเดีย การชุมนุมของกลุ่มอำนาจและผลประโยชน์ต่างๆ สื่อสังคมออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นทวิตเตอร์ หรือเฟซบุ๊ก ได้ทำหน้าที่อย่างแข็งขันในการส่งข่าว ความเห็น ความเคลื่อนไหวต่างๆ อีกทั้งมีส่วนสำคัญในการประกอบสร้าง หลายเรื่องราวที่สื่อกระแสหลักกลับมีบทบาทเป็นเพียงผู้ตาม พร้อมๆ กับจำนวนผู้รับสารที่ทรงและลดลงอย่างต่อเนื่อง
วันนี้ มีผู้ใช้ทวิตเตอร์และเฟซบุ๊กในประเทศไทยทะลุ 4 ล้านรายแล้ว ทั้งผู้ใช้ที่เป็นประชาชนทั่วไป เป็นนักการเมือง กลุ่มผลประโยชน์และกลุ่มสังคมต่างๆ ตลอดจนผู้ใช้ที่อยู่ในอาชีพสื่อสารมวลชน มี "สื่อสังคมออนไลน์” เป็นอุปกรณ์เสริม
ภาพความเป็นสื่อหลักของสื่อสังคมออนไลน์ชัดมากขึ้น ด้วยปรากฏการณ์ต่างๆ ที่ต่อเนื่องมาจนปีนี้ ภาพและข่าวของแพรวา สาวน้อยซีวิค เปิดประเด็นใหม่ๆ ที่น่าสนใจยิ่งกว่าสื่อกระแสหลัก โดยเฉพาะเรื่องที่โฟกัสไปที่แพรวา ภาพถ่ายแพรวาในนาทีแรกหลังเกิดเหตุ ข่าวชิ้นนี้ยังมีกรณีศึกษาที่เกี่ยวข้องกับข่าวลือ ข่าวที่ไม่ปรากฏที่มา ข่าวที่สร้างความสับสนมากมาย นับตั้งแต่ภาพและชื่อจริงของเธอ อายุ จนกระทั่งการศึกษา ที่มีการเล่าลือกันในโซเชียลมีเดีย ว่าแพรวาเป็นนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ไล่เรียงไปจนถึงความไม่ชัดเจนว่า การดำเนินคดีอาญาของเธอจะมีหรือไม่ อย่างไร
ปรากฏการณ์เหล่านี้ ไม่เพียงเป็นความแปลกใหม่ ตื่นเต้น เร้าใจของวงการสื่อสารมวลชนเท่านั้น หากยังมีคำถามในเชิงจริยธรรม ถึงความรับผิดชอบ การตระหนักรู้ของผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ด้วย
ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ นักวิชาการด้านนิเทศศาสตร์ และผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายและเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้ร่วมกันยกร่างและรับฟังความคิดเห็น เพื่อวางหลักปฏิบัติในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ นับเป็นแนวปฏิบัติการใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรฉบับแรกของประเทศไทย เช่นเดียวกับกลุ่มเนชั่นที่ตราหลักปฏิบัติในการใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นองค์กรแรก
จุดบันดาลใจ อาจเริ่มจากวิกฤติการณ์ความขัดแย้งของคนไทย คนในสังคมเมืองจำนวนมาก โดยเฉพาะสื่อสารมวลชนอาชีพจำนวนไม่น้อย ที่ได้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ หรือโซเชียลมีเดีย เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการส่งสารไปยังผู้บริโภค
แต่กระบวนการในการส่งสารนั้นผิดแผกจากการส่งข่าวตามปกติ ซึ่งจะต้องผ่านการกลั่นกรองจากกองบรรณาธิการ ผ่านการประเมินคุณค่าข่าวก่อนที่จะตีพิมพ์ หรือแพร่ภาพและเสียงออกอากาศ
ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ เป็นช่องทางที่ผู้สื่อข่าวสามารถส่งสารได้โดยตรง ซึ่งอาจมีข้อผิดพลาด หรือทำให้เกิดภาวะสับสน ประเด็นคำถามมีทั้งการใช้ประโยชน์ระดับองค์กร ตัวบุคคล ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องไม่สามารถแยกแยะได้ชัดเจน อันอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายได้
โลกการสื่อสารหมุนเวียนเปลี่ยนไปรวดเร็ว วันนี้ใครก็ได้ในสังคมนี้ ก็สามารถเป็นนักข่าวได้ จริยธรรมของคนใช้สื่อดิจิทัล จึงเป็นจริยธรรมที่มิได้ฟูฟ่อง ล่องลอยอยู่ในอากาศ แต่เป็นจริยธรรมที่ต้องปฏิบัติเคร่งครัด และยึดมั่นในมาตรฐานเดียวกับจริยธรรมคนสื่อยุคอนาล็อก
จักร์กฤษ เพิ่มพูล



