ข่าว

จ่อออกหมายเรียก21พธม.ยึดทำเนียบฯ

จ่อออกหมายเรียก21พธม.ยึดทำเนียบฯ

13 ก.พ. 2554

จ่อออกหมายเรียก21“พันธมิตร”ยึดทำเนียบฯไม่มาออกหมายจับ “จำลอง”แอ่นอกรับประกาศไปพบตร. 15 ก.พ. ลั่นไม่หวั่นคุก จับ2วัยรุ่น"การ์ดพธม."ซุกประทัดไข่63ลูกเตรียมขว้างใส่ตำรวจ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 13 ก.พ. พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศอ.รส. เรียกคณะกรมมการ ศอ.รส. เพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ และกลุ่ม นปช. โดยใช้เวลาในการประชุมประมาณ 2 ชั่วโมง

 พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ว่า เจ้าหน้าที่ได้ยึดแนวทางการปฏิบัติตามกฏหมาย จะพยายามเจรจรแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ให้กระทำความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในเรื่องการปิดกั้นเส้นทางจราจร จะต้องเจรจาขอเส้นทางให้ชัดเจน และดำรงไว้ซึ่งสถานที่ที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ ทั้งทำเนียบรัฐบาลและ รัฐสภา เจ้าหน้าที่จะไม่ยอมให้กลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มใด ๆ เข้ามาปิดล้อมยึดสถานที่ราชการ หากมีการฝ่าฝืนจะต้องดำเนินตามกฏหมายทันที

 "วันนี้เจ้าหน้าที่จัดกำลังดูแลกลุ่มผู้ชุมนุม จัดชุดสืบสวนหาข่าวกลุ่มมือที่สามที่เข้ามามาสร้างสถานการณ์ รวมทั้งเพิ่มความเข้มจุดตรวจสกัดอาวุธเพื่อไม่ให้มีเหตุการณ์รุนแรง ขณะนี้มีการนัดชุมนุมประท้วงของพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในหลายพื้นที่ ขอความร่วมมือหน่วยราชการที่มีการเคลื่อนไหวชุมนุมประท้วงช่วยกันแก้ไขปัญหาในพื้นที่เพื่อไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนไหวเข้ามาชุมนุมเรียกร้องในพื้นที่ กทม. โดยขอให้ผู้รับผิดชอบแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน

 ด้านพล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษก ศอ.รส. กล่าวภายหลังการประชุมว่า ผลการประชุมของ ศอ.รส.เรื่องแรก ผอ.ศอ.รส. และคณะกรรมการมีมติให้ขอความร่วมมือไปยังหน่วยราชการทุกกระทรวง ทบวง กรม ที่หน้าที่ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ซึ่งอาจมีการนัดรวมตัวเพื่อชุมนุมเรื่องใดก็ตาม และกำลังจะเดินทางเข้ามาในกทม. เพื่อเข้ามาเรียกร้องตามวัตถุประสงค์ของแต่ละกลุ่ม ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอความร่วมมือและแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อจะได้ไม่ต้องเข้าเรียกร้องขอความเป็นธรรมในส่วนกลาง และให้กระทรวงมหาดไทยเข้าร่วมแก้ไขปัญหาเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางเข้ามาเรียกร้องความต้องการต่างๆ ให้ตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนก่อนจะเดินทางมาเรียกร้องในกทม.

 พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวต่อว่า ในส่วนประเด็นการดำเนินการกลุ่มผู้ชุมนุมและผู้ที่อยู่ในพื้นที่ที่ประกาศเป็นพื้นที่ห้าม ทาง ศอ.รส. มีมติให้ทางพนักงานสอบสวน สังกัด บช.น. มีหมายเรียก เพื่อให้มารับทราบข้อกล่าวหา ในกรณีที่ยังฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานในการให้ออกนอกพื้นที่ จะดำเนินการในวันที่ 15 ก.พ. เป็นต้นไป ถือว่าได้รับทราบข้อห้ามแล้วทราบประกาศห้ามแล้ว ถ้าอยู่ต่อไปก็กระทำผิดตามมาตรา 18 ตามพ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยจะเริ่มที่ระดับแกนนำก่อนส่วนจะเข้าข่ายกี่คนทางพนักงานสอบสวนจะเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งจะมีการออกหมายเรียก 2 ครั้ง ถ้ายังไม่เข้ามาพบพนักงานสอบสวนก็จะอนุมัติจับกุม มาตรการต่างๆเจ้าหน้าที่ทำไปทุกมิติ การเปิดพื้นอยู่ในช่วงการเจรจา ถ้ายังไม่มีการเปิดพื้นที่มาตรการการเปิดพื้นที่ก็จะตามมา เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมที่จะรับทุกสถานการณ์ ส่วนอุปกรณ์เราเตรียมมีความปลอดภัยแน่นอนและไม่มีอาวุธปืนอย่างแน่นอน การใช้แก็สน้ำตาจะเป็นชนิดขวางไม่ส่วนประกอบขอดินระเบิด แก็สน้ำตาจะเป็นระบบฟู่ไม่มีอันตราย อาวุธทุกชนิดจะมีการขึ้นบัญชีของฝ่ายพลาธิการทุกชิ้น

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา (สบ.10) เทียบเท่า รอง ผบ.ตร. ได้มีการสรุปความเห็นพนักงานสอบสวนกรณีที่พันธมิตรฯเคยเข้าปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาแกนนำพันธมิตรฯ ทั้ง 21 คน เข้ามาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา เพื่อสรุปสำนวนสั่งฟ้องต่อพนักงานอัยการภายในสัปดาห์นี้ หากผู้ที่ถูกออกหมายเรียกไม่ยอมเข้าพบพนักงานสอบสวนจะมีการขออนุมัติหมายจับกุมทันที สำหรับรายชื่อแกนนำพันธมิตรฯ ที่พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกได้แก่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายสุริยะใส กตะศิลา นายสำราญ รอดเพชร

“จำลอง”แอ่นอกรับ หมายเรียกศอ.รส.

 พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงถึงกรณีที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(ศอ.รส.) ออกหมายเรียกแกนนำการชุมนุมที่ฝ่าฝืนพ.ร.บ.ความมั่นคงว่า ตนสนับสนุนกระบวนการยุติธรรมทุกขั้นตอน เมื่อมีหมายเรียกมาตนก็จะไปพบตำรวจในวันที่ 15 ก.พ.โดยยืนยันว่าจะดำเนินการตามขั้นตอนทุกประการ แม้จะออกหมายจับหรือต้องติดคุกก็ไม่กลัวเพราะถ้ากลัวก็ไม่ออกมาชุมนุม ก่อนหน้านี้เคยถูกข้อหากบฎและหัวหน้าผู้ก่อการร้ายมาแล้ว แค่นี้ไม่หวั่นไหว และถึงแม้ตนจะถูกจับ การชุมนุมจะไม่เลิกเพราะจะมีการแกนนำรุ่นสองขึ้นมาทำหน้าที่ ส่วนที่มีการจับระเบิดปิงปอง 63 ลูกใกล้ที่ชุมนุมนั้นไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มพันธมิตรฯเพราะเราชุมนุมโดยสงบมา 20 วัน ไม่เคยมีเหตุรุนแรง หลังจากนี้หากมีความรุนแรงเกิดขึ้นก็มาจากการสร้างสถานการณ์ของรัฐบาลเพื่อทำลายความชอบธรรมของกลุ่มพันธมิตรฯ

 พล.ต.จำลอง กล่าวถึงกรณีที่ตำรวจมาขอคืนพื้นที่บางส่วนเพื่อเปิดเป็นช่องทางการจราจรนั้น พล.ต.จำลอง ยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะการย้ายข้าวของเข้าออกนั้นเป็นเรื่องลำบาก เชื่อว่าเป็นความต้องการหาเรื่องจากรัฐบาล เพราะการจราจรไม่ได้เดือดร้อนมากนัก ส่วนการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่อยู่ในบริเวณเดียวกันนั้น ไม่กังวล แต่ได้เตรียมความพร้อมตลอดเวลาในกรณีที่มีการปั่นป่วนเกิดขึ้นโดยไม่ได้ประสานกับตำรวจเพราะไม่เชื่อว่าจะพึ่งพาได้ เรามีสายข่าวอยู่ในกลุ่มเสื้อแดงจึงรู้ความเคลื่อนไหวอยู่ตลอด ส่วนที่ตำรวจอ้างว่าผู้ปราศรัยบนเวทีอภิปรายยั่วยุให้ตำรวจใช้กำลังกับผู้ชุมนุมนั้นยืนยันว่าเป็นเพียงการสร้างสีสันบนเวทีปราศรัยเพื่อให้เกิดความตื่นตัวเท่านั้น ไม่ใช่นโยบายของการชุมนุม

  ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯในช่วงบ่ายเป็นไปอย่างตึงเครียดเนื่องจากกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)ได้ทยอยกันมารวมตัวกันที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จนล้นมาถึงแยกจปร.ทำให้การ์ดพันธมิตรฯต้องมีการเสริมกำลังรักษาปลอดภัยบริเวณหลังเวทีเชิงสะพานมัฆวาน อย่างหนาแน่น ขณะที่พล.ต.จำลอง ต้องเดินตรวจตราบริเวณแนวกั้นของพันธมิตรฯด้วยสีหน้าเคร่งเครียด และใช้กล้องส่องทางไกลส่องดูความเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงเป็นระยะ ขณะเดียวกันมีข่าวลือสะพัดในกลุ่มของการ์ดพันธมิตรฯว่าจะมีชาวกัมพูชาแฝงตัวเข้ามาสร้างความปั่นป่วนในที่ชุมนุมทำให้การ์ดทุกจุดตรวจตราบุคคลที่เข้าออกอย่างเข้มงวดถึงกับมีการตรวจบัตรประชาชนทุกคน

จับ2วัยรุ่น"การ์ดพธม."ซุกประทัดไข่63ลูก

 เมื่อเวลา 17.30 น.พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ( ผบก.น.1) พร้อมด้วย พ.ต.อ.คณิศร์ชัย มหินทรเทพ ผกก.สส.บก.น.1 แถลงผลจับกุมการ์พันธมิตรฯ ซุกซ่อนปะทัดไข่นกจำนวน 63 ลูกเตรียมปาใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจกรณีที่มีการสลายการชุมนุมได้ผู้ต้องหา 2 คนคือ นายวุฒิชัย สร้อยระย้า อายุ 24 ปี ทำงานเป็นกุ๊กร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง อยู่บ้านเลขที่ 35 หมู่ 5 ต.อินทประมูล อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง และนายเอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี รับจ้างทำความสะอาดพื้นรถไฟ ภูมิลำเนาเลขที่ 186 หมู่ 5 ต.ธงชัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมของกลางลูกปะทัดแบบกลม ( ลักษณะคล้ายไข่นก) หุ้มด้วยพลาสติกขนาด 1 นิ้ว จำนวน 63 ลูกเมื่อปาลงกับพื้นจะมีเสียงดังคล้ายระเบิดมีอานุภาพรุนแรงถึงขั้นตาบอดได้ โดยจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองบริเวณริมคลองวัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร (วัดมกุฏ) ถนนผดุงกรุงเกษม แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กทม.

 พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า สืบเนื่องจากการ์ดพันธมิตรฯ ประสานมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีกลุ่มก่อกวนก่อเหตุสร้างความรำคาญทำให้ปั่นป่วนโดยใช้ปะทัดขว้างปามีเสียงดัง ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนรำคาญและทำให้ผู้ที่มาชุมนุมและประชาชนที่อยู่ระแวกนั้นเข้าใจผิดว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่เตรียมจะสลายการชุมนุม

 "ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริงยังไม่มีนโยบายสลายการชุมนุมแต่อย่างใด อีกทั้งยังเป็นการกล่าวหาเจ้าหน้าที่ว่าปล่อยปละละเลยไม่มีการตรวจค้นอย่างเข้มงวดรัดกุมปล่อยให้กลุ่มผู้ไม่หวังดีเข้ามาก่อเหตุในผู้ชุมนุม และผู้ต้องหามักจะใช้ปะทัดปาเล่นบริเวณที่ชุมนุมด้วย ตำรวจจึงสืบสวนหาข่าวและจับกุมตัวผู้ต้องหาในที่สุด " ผบก.น.1 กล่าว

 พล.ต.ต.วิชัย กล่าวอีกว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาเวลาประมาณ 02.00 น.-03.00 น. มีคนจุดปะทัดส่งเสียงดังหลังเวทีปราศรัยของกลุ่มพันธมิตรฯ ทำให้ผู้ชุมนุมเกิดอาการแตกตื่นตกใจคิดว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าสลายการชุมนุม การ์ดพันธมิตรฯ จึงมาแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้สืบสวนหาข่าวเรื่องนี้ พร้อมแจ้งเบาะแสว่าเป็นใครจึงนำกำลังเข้าจับกุมซึ่งหลังจากนี้ก็จะนำตัวไปตรวจค้นห้องพัก และสอบสวนขยายผลแจ้งข้อหาดำเนินคดีต่อไป

 นายวุฒิชัย ยอมรับสารภาพว่า เป็นการ์ดพันธมิตรจริง และมาทำหน้าที่ด้วยใจไม่ได้รับจ้างจากใคร ต้องการมากู้ชาติ ส่วนประทัดของกลางนั้นซื้อมาจากภูเขาทองเพื่อจุดขับไล่เจ้าหน้าที่ตำรวจหากเข้าสลายการชุมนุมของพันธมิตรฯ เท่านั้น

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการ์ดพันธมิตรฯ ที่ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยนั้น มาจากหลายกลุ่มหลายพื้นที่หลายจังหวัดด้วยกัน ซึ่งแต่ละกลุ่มก็มีผู้นำของตนเอง และแต่ละกลุ่มที่ดูแลจุดต่างๆนั้นไม่ค่อยกินเส้นกัน ต่างคนก็ต่างเบ่งใส่กันจนเกิดการหมั่นไส้เขม่นกันเอง ขณะที่บางกลุ่มก็มีทั้งเด็ก ผู้ใหญ่และวัยรุ่นเข้าร่วมด้วยจนบางครั้งไม่อยู่กรอบระเบียบวินัยจนต้องมีการตรวจสอบและจับผิดกันเองดังกล่าว

โฆษกกอ.รมน.เชื่อตำรวจมีวิธีขอลดพื้นที่ชุมนุม

 พล.ต.ดิษฐพร ศศะสมิต โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ให้สัมภาษณ์ถึง แนวโน้มที่จะมีการขยาย พรบ.ความมั่นคง ในการดูแลสถานการณ์การชุมนุม ว่า ในส่วนการของขยาย พรบ.ความมั่นคงนั้น คงเป็นช่วงต่อไป แต่ในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามที่จะพูดคุยให้ผู้ชุมนุมเกิดความเข้าใจ เพราะในแต่ละวันมีผู้ที่มาชุมนุมไม่มากนัก ยกเว้นวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ อาจจะมีมากเพราะเป็นวันหยุดงาน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่พยายามจะใช้ความนุ่มนวลต่อรองพูดคุยเป็นลำดับ จะไม่พยายามหักหาญใช้กฎหมาย

 เมื่อถามว่า สถานการณ์การชุมนุมเสื้อเหลือง-แดง มีอะไรน่าเป็นห่วงหรือไม่ พล.ต.ดิษฐพร กล่าวว่า นี่คือความจำเป็นที่เราต้องประกาศ พรบ.ความมั่นคงเป็นเขต เพราะเราไม่ได้ดูแลแค่ม็อบกลุ่มเดียว แต่ต้องดูแลทุกกลุ่มที่เข้ามาเคลื่อนไหวในช่วงนี้ ซึ่งทางด้านการข่าวได้ระบุไว้ว่าในวันนี้(13 ก.พ.) กลุ่ม นปช.ก็จะเข้ามา และช่วงที่ผ่านมาก็มีม็อบเกษตรกร ดังนั้นเจ้าหน้าต้องมีอำนาจให้มากพอเพื่อป้องกันการเผชิญหน้าของกลุ่มต่างๆที่อาจจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ชุมนุม เพราะบางครั้งการพูดคุยและเกิดความไม่เข้าใจกันก็อาจจะทำให้เกิดความรุนแรงขึ้นได้ เจ้าหน้าที่จึงต้องกันไม่ให้เกิดการเผชิญหน้ากัน และในขณะเดียวกันก็ดูแลให้เกิดความปลอดภัยกับผู้ชุมนุมทุกกลุ่มไปพร้อมๆกัน  

 เมื่อถามว่า จะมีเหตุการณ์เผชิญหน้ากันหรือไม่ พล.ต.ดิษฐพร กล่าวว่า   การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ และกลุ่มนปช. อยู่กันคนละพื้นที่ และกลุ่ม นปช. เขามีกำหนดเวลาที่ชัดเจน ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็คงอะลุ่มอะหล่วย ดูแลให้เป็นไปตามห้วงเวลา และต้องตกลงกับแกนนำว่าสามารถทำอะไรได้แค่ไหนในพื้นที่ ส่วนการปิดกั้นพื้นที่ไม่ให้มีการจราจร ก็ไม่ควรที่จะทำ ซึ่งทางตำรวจก็พยายามติดต่อชี้แจงอยู่ ส่วนการขัดขวางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ เรามีการบันทึกภาพถ่ายการปฏิบัติไว้ตลอด สามารถเอามาดำเนินการตามกฎหมายออกหมายจับได้หากมีใครละเมิดกฎหมายในระหว่างการชุมนุม อย่างไรก็ตามอยากให้ผู้ชุมนุมทุกคนอยู่ในกรอบ ไม่อยากให้ทำผิดกฎหมาย และในขณะเดียวกันไม่ควรรบ

 เมื่อถามว่า หลังประกาศ พรบ.ความมั่นคงไปแล้ว แต่กลุ่มพันธมิตรฯ ก็ระบุว่าจะชุมนุมยืดเยื้อ จะมีการดำเนินการอย่างไรเพิ่มเติม พล.ต.ดิษฐพร เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการอยู่ แต่คงเปิดเผยไม่ได้ ซึ่งตนได้มีการพูดคุยกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและเขาก็ยืนยันว่า เขาจะลดพื้นที่การชุมนุมลง เพื่อความสะดวกของประชาชนที่ใช้พื้นที่ด้วย และถ้าไม่สามารถทำได้ ก็ถือว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจบกพร่องในการทำหน้าที่เหมือนกัน ในเมื่อทางรัฐบาลได้ประกาศให้อำนาจไปแล้ว อย่างไรก็ตามตนคิดว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีวิธีที่จะดำเนินการ