
ส.ข่าวจัดถกหาวิธีแก้พิพาทไทย-เขมร
สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย พร้อมจัดเวทีระดมผู้เกี่ยวข้องหาทางออกให้กับปัญหาข้อพิพาทไทย-กัมพูชา และสร้างความเข้าใจในข้อมูล ข้อเท็จจริง ที่ถูกต้องรอบด้าน รมว.กห.เผยปัญหาไทย-กัมพูชาใช้เวทีไหนก็ได้
(13ก.พ.) จากสถานการณ์ความรุนแรงชายแดนไทย-กัมพูชา อันเกิดจากกรณีข้อพิพาทในพื้นที่ชายแดน บริเวณปราสาทพระวิหาร และการขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก จนนำไปสู่การชุมนุม และยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาล ซึ่งข้อเสนอดังกล่าว รัฐบาลไม่ตอบรับในประเด็นการยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทย-กัมพูชา ว่าด้วยการสำรวจและการจัดทำหลักเขตแดนทางบก หรือ เอ็มโอยู ปี 2543 กรณีพื้นที่พิพาท 4.6 ตารางกิโลเมตร รอบปราสาทพระวิหาร และการขอให้รัฐบาลถอนตัวจากคณะกรรมการมรดกโลก
สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเชื่อว่าทุกฝ่ายมีความปรารถนาดีที่จะหาทางออกให้กับบ้านเมือง แต่อาจแตกต่างด้วยข้อมูล ข้อเท็จจริง และวิธีการปฏิบัติ จนไม่อาจหาทางออกด้วยการเจรจาได้ ขณะเดียวกัน ได้รับเสียงสะท้อนจากประชาชนว่า การให้ข้อมูลของแต่ละฝ่ายนั้นก่อให้เกิดความสับสน และไม่อาจวิเคราะห์ข่าวสารจากข้อเท็จจริงที่นำเสนอของแต่ละฝ่ายได้อย่างถ่องแท้ เนื่องจากต่างฝ่ายต่างมีข้อเสนอในแต่ละเวที ซึ่งอาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น ไม่เป็นผลดีต่อประเทศชาติที่ยังมีสถานการณ์ที่น่าห่วงใยในหลายๆ ด้าน
สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เห็นว่า เพื่อประโยชน์แห่งการรับรู้ข่าวสารของสังคม และก่อให้เกิดความเข้าใจในข้อมูล ข้อเท็จจริงของทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน จึงจัดเวทีกลางเพื่อหารือประเด็นที่ยังไม่มีความชัดเจนในกรณีพิพาทเรื่องพื้นที่เขตแดนไทย – กัมพูชา เพื่อให้สังคมได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องตรงกัน อันจะนำไปสู่การแก้ปัญหาร่วมกันได้ในอนาคต จึงขอเชิญชวนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งจากรัฐบาล และกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเข้าร่วมเวทีดังกล่าว โดยหวังว่าจะได้รับการตอบรับจากทุกฝ่ายด้วยดี
รมว.กห.เผยปัญหาไทย-กัมพูชาใช้เวทีไหนก็ได้
เมื่อเวลา 14.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เสนาธิการทหารบก และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ เดินทางไปร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ ส.อ.ธนากร พูลเพิ่ม นายทหารที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะกับกัมพูชา ที่วัดโนนไหล่ อ.เบญจลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ
พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ถึง กรณีที่มีเสียงดังคล้ายระเบิด ที่อ.ภูมิซรอน จ.ศรีสะเกษ เมื่อคืนที่ (12 ก.พ.54)ผ่านมาว่า ของเราไม่มี แต่เป็นเสียงที่มาจากทางฝั่งโน้น ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าเขามีอะไร ถือเป็นเรื่องของเขา อย่างไรก็ตามตนยืนยันว่าไม่ได้มีการปะทะกัน
เมื่อถามว่า กลุ่มพันธมิตรฯ มีการเรียกร้องให้รัฐบาลและกองทัพ ผลักดันให้ให้ทหารกัมพูชา ออกจากพื้นที่ภูมะเขือและปราสาทพระวิหาร โดยนำเรื่องนี้ไปต่อรองไปเจรจากับคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นเรื่องของรัฐบาลและขณะนี้เราดำเนินการในการยึดถือบันทึกขอตกลงเอ็มโอยูปี 43 ซึ่งเราก็ดำเนินการ อย่างไรก็ตามเราก็ส่งกำลังยึดอยู่ในพื้นที่นี่อยู่ และทางฝั่งเขาก็ยึดอยู่ และถ้าหากมีการพูดจากันไม่ว่าจะเป็นเวทีไหนก็แล้วแต่จนสามารถตกลงกันได้ก็ถือเป็นเรื่องดี แต่ถ้าเราใช้กำลังไปยึดมา จะเป็นลักษณะของการรุกรานและละเมิดเอ็มโอยูหรือไม่ ก็ต้องพิจารณาดูในลักษณะอย่างนี้ ว่าเป็นการละเมิดสนธิสัญญาต่างๆหรือไม่ ทั้งนี้จะให้ดำเนินการอย่างไร เราทำได้หมดไม่มีปัญหา กองกำลังของเราทำได้ แต่ทั้งเราเป็นประเทศที่ยึดถือกฎบัตรสหประชาชาติ เอ็มโอยู หรือสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ซึ่งรัฐบาลยึดมั่นในเรื่องเหล่านี้อยู่
เมื่อถามว่า หากทางสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(อาเซียน) ต้องการเป็นตัวกลางให้ทั้ง2ประเทศมีการเจรจาแบบทวิภาคี จะสามารถทำได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เราก็อยากให้เป็นทวิภาคี และไม่อยากให้เรื่องขึ้นไปนอกเหนือกว่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าจะพูดจากันได้ระหว่าง2ประเทศ เพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นใน2ประเทศ เราเป็นประเทศเพื่อนบ้าน หนีออกจากันไม่ได้ ก็ต้องพูดจากัน
เมื่อถามว่า จำเป็นต้องมีตัวกลางในการพูดคุยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะมีตัวกลางหรือไม่มีตัวกลาง ตนไม่รู้ แต่อย่างไรก็ต้องตกลงกัน อาจจะพูดจากันได้โดยตรง หรือมีคนมาประสานงาน หรืออาเซียนจะเข้ามาดำเนินการก็แล้วแต่ เมื่อถามว่า ทางกัมพูชา ออกมาระบุว่าจะไม่มีการประชุมเจบีซี ในปลายเดือนกุมพาพันธ์นี้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนยังไม่ได้รับรายงาน แต่การประชุมเจบีซีเป็นเรื่องของรัฐบาล โดยกระทรวงต่างประเทศ
เมื่อถามว่า การเคลื่อนกำลังทหารของกัมพูชาไปพื้นที่ชายแดนบริเวณจันทบุรี-ตราด เป็นการปฏิบัติการปกติหลังจากที่มีการแทะกันหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ต้องไปถามเขา ว่าเพิ่มกำลังขนาดไหน อย่างไรก็ตามในส่วนของเราก็ต้องเตรียมการในพื้นที่เพื่อให้มีความพร้อมในการที่จะดูแลเขตอธิปไตยของเราให้ได้ เขาจะเพิ่มจะอย่างไรก็เป็นเรื่องของเขา แต่อะไรที่เราต้องดูแล เราก็ต้องดูแลให้ได้ในพื้นที่อธิปไตยของเรา ดังนั้นไม่ต้องห่วงกองทัพสามารถดูแลพื้นทีอธิปไตยของไทยได้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนการช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชน ทหารช่างกำลังดำเนินการอยู่แล้ว ในการสร้างบ้านเรือนที่เสียหาย ทั้งนี้ทางแม่ทัพภาคที่2 ได้ดูแลในเรื่องรายละเอียดต่างๆ ซึ่งทางรัฐบาล กองทัพ จะไปดูแลช่วยเหลือเพราะถือเป็นภาระกิจที่จะต้องดูแลประชาชนตามแนวชายแดน
ยันเสียงปืนเมื่อคืนที่ผ่านมาไม่ใช่ปะทะ
พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่มีเสียงปืนดังขึ้นใกล้กับพื้นที่พิพาทระหว่างไทย-กัมพูชา บริเวณ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยได้รับรายงานว่าเสียงปืนดังมาจากทางกัมพูชาซึ่งไม่ใช่เสียงการปะทะสู้รบของทหารไทยกับกัมพูชา และไม่พบความเสียหายเกิดขึ้นในพื้นที่ ทั้งนี้กองทัพได้มีการเตรียมกำลังและความพร้อมทางทหารไว้ในพื้นที่ตลอดเวลา ส่วนกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เรียกร้องให้มีการกดดันทหารกัมพูชาออกไปจากพื้นที่พิพาทนั้น พลเอกประวิตร กล่าวว่า จะต้องพิจารณาว่าหากกระทำการดังกล่าวจะถือเป็นการละเมิดบันทึกข้อตกลง หรือ MOU ปี 2543 ระหว่างไทยกับกัมพูชา สนธิสัญญาระหว่างประเทศ หรือกฎบัตรสหประชาชาติ หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยไม่เคยละเมิดข้อตกลงดังกล่าว ทั้งนี้เชื่อว่าการเจรจากันระหว่าง 2 ประเทศ ยังคงเป็นทางออกที่ดี ส่วนเรื่องการยกเลิกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ เจบีซี ไทย-กัมพูชา นั้น ถือว่าเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศที่จะต้องทำการชี้แจงต่อไป
พลเอกประวิตร กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้ส่งทหารช่างเข้าไปดูแลซ่อมแซม และสร้างบ้านเรือนให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการปะทะระหว่างทหารไทย-กัมพูชาแล้ว



