ข่าว

ยกระดับบ้านผ้าไหมเป็น"โฮมสเตย์"ดึงนักเที่ยวชมวิถีชนบท- ชูสินค้าพื้นที่ทำรายได้

ยกระดับบ้านผ้าไหมเป็น"โฮมสเตย์"ดึงนักเที่ยวชมวิถีชนบท- ชูสินค้าพื้นที่ทำรายได้

14 ก.พ. 2554

ร้อยเอ็ด- อบต.มะบ้า ชูบ้านหวายหลึ?ม อ.ทุ่งหลวง จ.ร้อยเอ็ด หมู่บ้านผ้า?ไหมที่ขึ้น?ชื่อระดับป?ระเทศเป็นห?มู่บ้านโฮมสเตย์ ดึงนักท่องเที่ยวชมวิถีชีวิ?ตคนชนบท พร้อมจำ?หน่ายสินค้า?ที่ผลิตขึ้?นจาก 11 กลุ่มอาชีพ

 นายจิราพร สอนมั่น นายก อบต.มะบ้า เปิดเผยว่า หลังนำชุมชนและชาวบ้านหมู่บ้านหวายหลึม ต้อนรับคณะเจ้าหน้าที่จาก จ.พระนครศรีอยุธยา กว่า 130 คน เมื่อไม่นานมานี้ โดยนายธัชฤทธ์ ปนารักษ์ พัฒนาการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำคณะกรรมการโอท็อปและผู้ประกอบการโอท็อป เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน เดินทางมาเยี่ยมชมหมู่บ้าน ซึ่งเป็นต้นแบบหมู่บ้านสินค้าโอท็อปที่ประสบความสำเร็จด้านการจัดตั้งเป็นโฮมสเตย์ ที่พัก ขายศิลปวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต ที่แสดงออกถึงความสามัคคี ความร่วมมือกันในทุกกิจกรรมของชาวบ้าน และผสมผสานงานสร้างอาชีพของปราชญ์ชาวบ้าน 11 กลุ่ม ซึ่งที่ผ่านมาเป็นจุดขายที่สร้างรายได้ให้แก่สมาชิกแต่ละกลุ่มอย่างต่อเนื่อง
 
 นายก อบต.มะบ้า กล่าวเสริมอีกว่า เดิมทีบ้านหวายหลึม เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงเป็นต้นแบบของหมู่บ้านที่ผลิตถักทอผ้าไหมที่ขึ้นชื่อระดับประ เทศ ที่สร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่ชาวบ้าน ต่อมามีการตั้งกลุ่มอาชีพขึ้น 11 กลุ่มอาชีพ เพื่อให้เกิดความหลายหลายและเกิดความแตกต่าง จึงแตกแขนงออกเป็นการทอผ้า ตัดเย็บเสื้อผ้า ทอผ้าไหม งานหัตถกรรมฝีมือ งานจักสาน แพทย์แผนโบราณ พืชผักสมุนไพร เกษตรอินทรีย์ และของชำร่วยที่ระลึกขึ้น แต่การผลิตสินค้าที่ทำได้มีไม่มากพอที่จะนำออกไปจำหน่ายนอกพื้นที่ ซึ่งไม่คุ้มค่ากับการเดินทาง และกระจัดกระจายต่างคนต่างขายไม่เป็นกลุ่มเป็นก้อน ไม่คุ้มกับการลงทุน
 
 ดังนั้นเมื่อปลายปี 2553 คณะกรรมการหมู่บ้านจึงจัดการประชุมและมีมติให้เปลี่ยนแปลงวิธีการ ด้วยการจัดตั้งเป็นหมู่บ้านโฮมสเตย์ขึ้น และจัดสินค้าขายภายในหมู่บ้านแทน สร้างให้เป็นแหล่งรองรับการท่องเที่ยวและที่พักขึ้นภายในหมู่บ้าน รวบรวมสินค้าทุกชนิดมาจำหน่าย จัดการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน พาชมวิถีชีวิตและสัมผัสความเป็นอยู่แบบธรรมชาติแบบพอเพียงของชาวบ้าน ซึ่งนับเป็นการเริ่มต้นที่ประสบความสำเร็จ ถึงแม้แรกๆ จะไม่ได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านมากนัก เนื่องจากไม่มั่นใจในวิถีทาง 

 นายจิราพร กล่าวว่า หลังจากฝืนใจร่วมกิจกรรมเพียงไม่กี่ครั้งก็เริ่มมั่นใจว่าสามารถร่วมกันสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำมาให้กลุ่มและสร้างรายได้ให้ทุกครอบครัวที่ต่างนำสินค้ามาขายเองได้ การรวมตัวและร่วมมือกันที่เป็นปึกแผ่นและมั่นคงจึงเกิดขึ้นจนเป็นที่ยอมรับ และกลายเป็นหมู่บ้านโฮมสเตย์ที่ส่งเสริมการมาดูวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ศิลปวัฒนธรรมและการพักผ่อนกับวิถีธรรมชาติ ที่เป็นต้นแบบของ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งยังจะมีการผลักดันเดินหน้าต่อไปให้มั่นคง สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนต่อไปภายใต้แนวคิดที่เป็นศูนย์รวมของชาวบ้าน