
ผู้เลี้ยงยิ้มต่างชาติหันสั่งซื้อกุ้งไทยคาดปีนี้ผลผลิตทะลุ 6.5 แสนตัน-ราคายังสูง
ประเมินตลาดกุ้งส่งออกปีนี้สดใส เติบโตดีกว่าปี 53 คาดมีผลผลิตมากกว่า 6.5 แสนตัน แนวโน้มราคายังสูง เหตุความต้องการมีมาก แต่ประเทศคู่แข่งทั้งเวียดนามและอินโดนีเซียยังผลิตไม่ได้ตามเป้าหมาย ทำให้ตลาดตกเป็นของไทย มองผู้เลี้ยงยังไม่ค่อยกล้าเสี่ยง ทำให้ไตรมาสแรก
นายเอกพจน์ ยอดพินิจ ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสุราษฎร์ธานี เปิดเผยถึงภาพรวมการผลิตกุ้งเพื่อส่งออกในปี 2554 ว่า ผลผลิตกุ้งทั่วประเทศในปีนี้น่าจะมีมากกว่า 6.5 แสนตัน ถือเป็นผลผลิตที่อยู่ในเกณฑ์สูง โดยเป็นการปรับขึ้นจากปริมาณ 5.5 แสนตันในปี 2553 เอื้อกับความต้องการของตลาดผู้นำเข้า เนื่องจากประเทศผู้ส่งออกกุ้งที่เป็นคู่แข่งกับไทย เช่น ประเทศเวียดนามและอินโดนีเซีย ยังไม่สามารถผลิตกุ้งได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ทำให้ประเทศผู้ซื้อหันมาให้ความสนใจนำเข้ากุ้งจากประเทศไทย
ดังนั้น ในช่วงไตรมาสแรกปริมาณกุ้งที่ผลิตได้ อาจจะไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาดต่างประเทศ เพราะช่วงปลายปีที่ผ่านมา เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งเร่งจับกุ้งเร็วเกินไป เพื่อหลีกเลี่ยงภัยธรรมชาติ แต่คาดว่าเมื่อเข้าสู่ไตรมาส 2-3 สถานการณ์น่าจะฟื้นตัว ทำให้ผลผลิตเพียงพอกับความต้องการ
"เชื่อว่าในปี 2554 การผลิตกุ้งของไทยจะไปได้ด้วยดี และตลาดน่าจะเติบโตดีกว่าปี 2553 โดยปัจจัยที่เอื้อคือ ผลกระทบที่เกิดการรั่วของปิโตรเลียมในอ่าวเม็กซิโก และที่จีนจัดงานเวิลด์เอ็กซ์โป มีการนำเข้ากุ้งจำนวนมาก ส่งผลให้กุ้งในปีนี้มีราคาสูงขึ้น ขณะเดียวกันในส่วนของสหรัฐอเมริกาที่มีการกีดกันเรื่องภาษีนั้น ไม่น่าเป็นห่วงมากนัก เพราะไทยมีตลาดใหม่ในภูมิภาคเอเชียเข้ามาทดแทน ทั้งตลาดญี่ปุ่นและตลาดจีนที่ให้ความสนใจในการสั่งนำเข้ากุ้งไทยมากขึ้น แต่ที่สำคัญคือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งต้องระวังเรื่องคุณภาพกุ้งให้มากที่สุด" นายเอกพจน์กล่าว
ด้านแหล่งข่าวจากศูนย์ส่งเสริมการส่งออกภูมิภาค กล่าวว่า ภาพรวมการส่งออกกุ้ง รวมทั้งสินค้ากลุ่มอาหารของไทยในช่วงต้นปีนี้ลดลงเล็กน้อย เนื่องจากวัตถุดิบไม่เพียงพอ เป็นผลจากการที่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไม่กล้าที่จะปล่อยกุ้งลงบ่อเลี้ย เพราะเป็นห่วงเรื่องของสภาพอากาศ แม้ว่าราคากุ้งจะปรับราคาสูงขึ้นก็ตาม นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระมัดระวัง คือ ต้นทุนการเลี้ยง ค่าเงินบาท และสภาพคล่องทางการเงิน โดยในส่วนของต้นทุนการเลี้ยงปัจจุบันสูงมาก จากราคาอาหารสัตว์ที่พุ่งตามราคาน้ำมัน
ส่วนปัญหาเงินบาทแข็งค่านั้น หากรัฐบาลหาแนวทางให้อ่อนค่าลง จะเป็นผลดีสำหรับผู้ส่งออก แต่รัฐไม่สามารถดูแลค่าเงินได้ จึงควรเข้ามาควบคุมราคาอาหารสัตว์แทน และควรหาทางให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ซึ่งขณะนี้มีปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียนเป็นสัญญาณอันตรายกระทบในภาพรวม



