
ช้าก่อนอย่าขี้ตามช้าง
ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะใช้คำหยาบหรอกนะครับ แต่ต้องการเตือนคุณอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ว่า เห็นช้างขี้ อย่าขี้ตามช้าง ครับ คำว่า เห็นช้างขี้ ก็มาจากกรณีที่นักธุรกิจกระเป๋าหนาจากจีนแผ่นดินใหญ่ 2 กลุ่ม
จะเข้ามาลงทุนสร้างศูนย์แสดงสินค้าทั้งที่เชียงใหม่และที่ริมถนนบางนา-ตราด ตามที่เป็นข่าวและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่อง ทำให้บรรดานักธุรกิจไทยนั่งไม่ติดเหมือนมีไฟลนก้น จนสมาคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ต้องเป็นหัวหอก นำคณะเข้าหารือรัฐมนตรีอลงกรณ์ พลบุตร ให้ทบทวนโครงการทั้งสองด้วยเหตุผลว่า หากปล่อยให้งานนี้เดินหน้าต่อไป นักธุรกิจไทยอาจพังพาบแน่ๆ
รัฐมนตรีอลงกรณ์จึงออกข่าวในเวลาต่อมาว่า จะประสานไปยังกระทรวงคมนาคมเจ้าของพื้นที่สนามบินดอนเมือง ขอใช้สถานที่แห่งนั้นเป็นศูนย์แสดงและกระจ่ายสินค้าของเอสเอ็มอี เนื่องจากเห็นว่าเป็นชัยภูมิที่ดี มีเส้นทางขนส่งและคมนาคมอยู่ครบครัน ไม่พูดเปล่ารัฐมนตรีอลงกรณ์ยังสั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งศึกษาความเป็นไปได้ภายใน 2 สัปดาห์ จะได้เสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ตรงนี้แหละที่ผมห่วงรัฐมนตรีจะ “ขี้ตามช้าง” จริงๆ
รัฐมนตรีอลงกรณ์คงจะลืมไปว่า อาคารสถานที่ภายในสนามบินดอนเมืองทุกหลัง สร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในธุรกิจการบิน ไม่ใช่สำหรับธุรกิจการค้า แม้จะมีบางพื้นที่คือด้านทิศใต้ที่เป็นโกดังสินค้าสำหรับส่งสินค้าออก แต่ก็ใช่ว่าจะใช้ได้ทันที หากจะทำเป็นศูนย์แสดงสินค้า ต้องใช้เงินลงทุนปรับสถานที่ ตั้งแต่การติดตั้งระบบระบายอากาศ ระบบไฟแสงสว่าง และการปรับพื้นที่ให้เหมาะกับการใช้สอย ต้องใช้เงินงบประมาณไม่ใช่น้อยๆ หรือเมื่อปรับพื้นลงตัวแล้ว ก็มีปัญหาว่าจะให้หน่วยงานไหนเป็นผู้บริหารจัดการอาคารสถานที่ดังกล่าวและดูแลร้านค้าต่างๆ
แล้วรัฐมนตรีอลงกรณ์เชื่อได้แค่ไหนว่า ศูนย์แสดงและกระจายสินค้าเอสเอ็มอีจะไม่กลายเป็นศูนย์กระจุกสินค้า เนื่องจากไม่มีผู้เข้าชมหรือสั่งซื้ออย่างต่อเนื่องเหมือนห้างสรรพสินค้าต่างๆ รัฐมนตรีอลงกรณ์ต้องอย่าลืมนะครับว่าสินค้าเอสเอ็มอีบางชนิดไม่ใช่สินค้าจำเป็นสำหรับครัวเรือนที่ชาวบ้านร้านตลาดต้องเดินทางไปหาซื้อเหมือนกะปิ น้ำปลา หรือกระดาษชำระที่ใช้แล้วหมดไปนะครับ
หากต้องการช่วยเหลือสินค้าเอสเอ็มอีอย่างจริงจัง ผมอยากให้รัฐมนตรีอลงกรณ์หันไปให้การสนับสนุน “โครงการย่านการค้าจังหวัด” ที่คุณพิมพาพรรณ ชาญศิลป์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ กำลังปลุกปล้ำให้เกิดพรึบพรั่บทั่วประเทศดีกว่าครับ เมื่อปลายเดือนที่แล้ว หน้าเศรษฐกิจ คม ชัด ลึก รายงานให้ทราบว่า ขณะนี้มีย่านการค้าจังหวัดอยู่แล้ว 13 แห่ง ที่โดดเด่นอย่างมากก็ย่านการค้าถวาย จ.เชียงใหม่ และในปี 2554 นี้ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ตั้งใจจะเปิดให้ได้อีก 17 แห่ง รวมเป็น 30 แห่ง ดูตามวัตถุประสงค์แล้วก็ไม่ต่างไปจากศูนย์แสดงและกระจายสินค้าเอสเอ็มอีหรอกนะครับ
ส่วนในกรุงเทพฯ ก็อย่าไปยุ่งกับดอนเมืองเลยครับ รัฐมนตรีอลงกรณ์น่าจะแวะไปดูศูนย์แสดงสินค้าของกรมส่งเสริมการส่งออก ริมถนนรัชดาฯ ตรงข้ามศาลแพ่ง ศาลอาญาดูนะครับ ที่นั่นเดี๋ยวนี้เหมือน “ตลาดนัดผูกปี” กลายเป็นที่ขายสินค้าถาวรไปแล้ว หากจัดสรรงบประมาณปรับพื้นที่ซะใหม่ให้ทันสมัยและหรูหราก็จะกลายเป็นศูนย์แสดงและกระจายสินค้าเอสเอ็มอีได้ไม่ยาก ทำเลดีกว่าอาคารในสนามบินดอนเมือง อยู่ในเมืองใกล้สถานที่ราชการอย่างศาลแพ่ง ศาญอาญาที่มีผู้คนต้องไปวันละจำนวนไม่ใช่น้อยๆ และไม่ห่างชุมชนย่านถนนลาดพร้าว ผมอยากให้รัฐมนตรีอลงกรณ์ปล่อยอาคารในสนามบินดอนเมืองเอาไว้อย่างนั้น เผื่อในอนาคตรัฐบาลอยากมีสนามบินแห่งที่ 2 จะได้ไม่ต้องไล่ที่กันให้วุ่นวายไงครับ
ภาณุมาศ ทักษณา



