
ไม่หวานไม่เลี่ยนแต่รักเรื่อยไปของกรณ์
การใช้ชีวิตคู่ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรักและความเข้าใจ เป็นความสุขที่ไม่สามารถหาซื้อได้ด้วยเงินทอง และเมื่อความรักเกิดขึ้นระหว่างคนสองคน สิ่งสำคัญก็คือการรักษาความรักนั้นให้ยืนยาว ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับความรักของขุนคลังมาดเข้ม
เจ้าของความสูงเฉียด 2 เมตร ฉายา "หล่อโย่ง" กรณ์ จาติกวณิช กับศรีภรรยาคนสวย "เจ" วรกร ที่ใช้ชีวิตเคียงคู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานานนับสิบปี โดยไม่มีวี่แววว่าความรักจะลดน้อยถอยลงเลยแม้แต่น้อย
แต่ทำมั้ย...ทำไม เมื่อถูกทีมงาน "คม ชัด ลึก" ตั้งคำถามถึงหลักการครองคู่ที่ทำให้ทั้งสองใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขไม่เสื่อมคลาย ซึ่งน่าจะเป็นคำถามที่ตอบกันได้แบบชิลๆ แต่กลับกลายเป็นประเด็นที่ทั้งคู่ปัดให้อีกฝ่ายเป็นผู้ตอบซะงั้น...หลังจากเกี่ยงงอนกันพักใหญ่ หลังบ้าน รมต.คนงามก็เริ่มแง้มปากเอื้อนเอ่ยวาจาบอกกล่าวถึงนิสัยใจคอของสามีว่า โดยปกติคุณกรณ์จะเป็นคนนิ่งๆ ไม่ค่อยแสดงออกทางอารมณ์และไม่ใช่คนใจร้อน จะมีบ้างก็บางครั้งเท่านั้นที่จะหงุดหงิด อย่างเช่นเวลาที่มีความผิดพลาดเรื่องงานอย่างรุนแรง ซึ่งก็ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก
"ที่ผ่านมาก็ใช้ชีวิตปกติ มีทะเลาะกันบ้าง แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาของการใช้ชีวิตคู่ที่อยู่ร่วมกันมา 14 ปีแล้ว เขาอาจจะเครียดหรือหงุดหงิดเรื่องงานบ้างบางครั้ง แต่เมื่อกลับถึงบ้านก็จะไม่เอาเรื่องเหล่านั้นกลับมาที่บ้าน คือเขาจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังแทบทุกเรื่อง เราก็จะคอยปลอบโยนกันโดยพยายามทำความเข้าใจว่าพื้นฐานคนแต่ละคนไม่เหมือนกัน อย่าไปคาดหวังมาก มีเรื่องอะไรก็ค่อยๆ แก้ไขกันไป ทุกอย่างมันมีทางออกของมัน พอผ่านไปสักพักหนึ่งเขาก็จะค่อยๆ ดีขึ้นเอง" ฝ่ายภรรยาเปิดฉากการสนทนาตามประสาผู้นำ (ประจำบ้าน)
ได้ยินคนข้างกายสาธยายสรรพคุณของตัวเอง ขุนคลังหล่อโย่งที่นั่งเก็บข้อมูลอยู่ข้างๆ ยกมือขอทำหน้าที่ผู้อภิปราย เอ๊ย บรรยายสรรพคุณของฝ่ายภรรยาบ้าง
"เจเขาไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่น ผมประทับใจเขาตั้งแต่แรกพบ เขาเป็นคนที่มีความคิดเป็นของตัวเอง คือเขาจะฟังความคิดเห็นของคนอื่นเสมอ แต่ส่วนมากข้อสรุปมักจะมาจากแนวความคิดของเขาเอง เรียกว่าเขาเป็นคนมีเอกลักษณ์ทางความคิดอะไรทำนองนั้น นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการวางตัว ผมจะไว้วางใจเจมากในเรื่องนี้ เพราะผมเชื่อเสมอว่าเขาจะวางตัวได้ดีในทุกสถานการณ์อย่างแน่นอน ซึ่งผมก็ได้เรียนรู้เรื่องเหล่านี้จากเขาด้วย" กรณ์กล่าวถึงคนข้างกายด้วยสายตาที่บ่งบอกถึงความรักและชื่นชม
อย่างไรก็ตามในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปรียบเสมือนพ่อบ้านซึ่งต้องทำหน้าที่ดูแลเรื่องเงินๆ ทองๆ ของประเทศชาติ ซึ่งนับว่าเป็นความรับผิดชอบที่หนัก (ถึงหนักมาก) แน่นอนว่าย่อมไม่ค่อยจะมีเวลาให้แก่ครอบครัวอย่างเต็มที่ กระนั้น "ขุนคลังหล่อโย่ง" ก็หาได้ละเลยหน้าที่หัวหน้าครอบครัว โดยการพยายามจัดสรรเวลา (ที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด) มอบความรักความอบอุ่นให้แก่สมาชิกของบ้านอยู่เสมอๆ ด้วยเจ้าตัวมีความเชื่อว่าพื้นฐานที่ดีของครอบครัวจะเป็นส่วนสำคัญในการนำพาให้สังคมดีขึ้นด้วย
"ผมจะทำงานและคิดเรื่องงานตลอดเวลา จนบางครั้งลูกๆ และภรรยาไม่พอใจ อย่างตอนที่ลูกๆ ยังไม่ได้ไปเรียนต่อที่อังกฤษ เขาก็มีบ่นเรื่องนี้เหมือนกัน คือเรามักจะมีปัญหาเรื่องเวลาตลอด อย่างวันไหนผมกลับบ้านเร็ว ลูกๆ จะถามเลยว่าพ่อต้องออกไปไหนอีกหรือเปล่า ถ้าไม่ต้องไปไหนเราก็จะทานข้าวด้วยกันใช้เวลาอยู่ด้วยกันอย่างเต็มที่ แต่ตอนนี้ลูกๆ ไปเรียนต่ออังกฤษกันหมดแล้วบ้านก็เงียบลงไปมาก แต่ในอีกมุมผมว่าดีนะ มันเป็นช่วงเวลาที่ผมชอบ เพราะอย่างน้อยลูกก็ไม่รู้สึกน้อยใจว่าพ่อไม่มีเวลาให้ ตัวผมเองก็ไม่ต้องคอยกังวลใจ ขณะเดียวกันผมกับเจกลับมีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น พอเรารู้ว่าเขาอยู่บ้านคนเดียว เราก็จะเป็นห่วง เสร็จงานปุ๊บก็จะตรงดิ่งกลับบ้านทันที ทำให้เราสองคนมีเวลาคุยกันและทำกิจกรรมร่วมกันบ่อยขึ้น ทั้งทานข้าว อ่านหนังสือ ออกกำลัง ดูหนัง หรือแม้กระทั่งเล่นเฟซบุ๊ก" ผู้นำครอบครัวเล่าอย่างอารมณ์ดี
ส่วนในช่วงเวลาที่ขุนคลังหล่อโย่งมีอันต้องเดินทางไปปฏิบัติภารกิจนอกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นต่างจังหวัดหรือต่างประเทศก็ตาม ศรีภรรยาคนเก่งก็มักจะตามติดไปคอยปรนนิบัติข้างกายเสมอ จนกลายเป็นภาพคุ้นชินของทุกคนไปแล้วว่าที่ไหนมี "กรณ์" ที่นั่นก็ต้องมี "เจ" ด้วยเช่นกัน
"คุณกรณ์เขาจะไม่ค่อยได้ไปเที่ยวที่ไหน คือจะไปก็เฉพาะที่ต้องไปทำงานเท่านั้น แต่โดยส่วนตัวเจเป็นคนชอบท่องเที่ยว ชอบไปในที่ใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยไปมาก่อน เวลาคุณกรณ์ต้องไปทำงานไม่ว่าที่ไหนก็ตาม ถ้าเป็นไปได้เราก็มักจะไปด้วยกันเสมอ คุณกรณ์เขาไม่อยากให้เจอยู่บ้านคนเดียว เขาเป็นห่วง ไปไหนก็ไปด้วยกันดีกว่า เพราะการที่เราไปด้วยกันมันจะเป็นการแชร์ประสบการณ์ที่ได้รับร่วมกัน ได้เห็นสิ่งต่างๆ ด้วยกัน และจะได้คอยดูแลกันและกันไปในตัวด้วย" สองสามีภรรยาผลัดกันเล่าอย่างออกรส ก่อนขุนคลังหล่อโย่งจะกระซิบให้ฟังต่อว่า โดยปกติภรรยาของตนเป็นคนใจเย็น ไม่ค่อยมีอารมณ์กับเรื่องรอบตัวสักเท่าไหร่ แต่ถ้ามีอะไรมาทำให้โกรธล่ะก็... แร้งงง
"อย่างที่เคยได้ยินคนพูดกันว่าปัญหาอะไรก็แล้วแต่อย่าทิ้งไว้ข้ามคืน มันเป็นคำแนะนำที่ใช้กับผมและภรรยาไม่ได้เลย เพราะเวลาคุณเจโกรธเขาจะโกรธแรงผมจะไม่กล้าง้อเลย ต้องปล่อยให้ข้ามคืนก่อนแล้วเช้าตื่นขึ้นมาทุกอย่างจะกลับสู่สภาพปกติเอง เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะถึงเจเขาจะมีอารมณ์ แต่ที่เหนือกว่าอารมณ์ก็คือเหตุผล อย่างบางครั้งผมคิดว่าเขารู้สึกว่าตัวเองผิด แต่ก็จะไม่เอ่ยปากขอโทษ คือตลอดเวลาที่เราอยู่ด้วยกันมา ยังไม่เคยได้ยินคำขอโทษจากปากเจเลย แต่ผมก็รู้เหตุผลว่าเขาคิดยังไง คำขอโทษจึงไม่ได้จำเป็นสำหรับผมเท่าไหร่นัก เพราะเราก็รู้อยู่แล้วว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราก็จะต้องอยู่เคียงข้างกันตลอดไป" ขุนคลังหล่อโย่งเผยถึงบทสรุปความรักของตนเองและศรีภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก



