
โจรฉกเด็กหญิงวัย2วันที่รพ.ขอนแก่น
แก๊งลักเด็กอาละวาดที่ รพ.ขอนแก่น แม่วางทารกหญิงวัย 2 วัน บนเตียงแล้วไปเข้าห้องน้ำ กลับมาลูกหาย เช็กวงจรปิดเจอภาพจะจะสาวใหญ่ดำอ้วนอุ้มไปขึ้นรถปิกอัพที่สตาร์ทเครื่องรอหนี แม่ช็อกใจแทบสลาย เผยคนร้ายมาดูลาดเลา-ขออุ้มลูก ก่อนลงมือ ไม่เอะใจคิดว่าญาติคนไข้เตียง
แก๊งลักเด็กโผล่อาละวาดอีกแล้ว คราวนี้เกิดขึ้นที่เมืองหมอแคน เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ต.ท.สุรสีห์ อินอุ่นโชติ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ รพ.ขอนแก่นว่า เกิดเหตุคนร้ายขโมยเด็กแรกเกิดภายในห้องพักฟื้นผู้ป่วยคลอด ตึก 14 ชั้น 2 อาคารราชนครินทร์ จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.คณิต ดวงหัสดี ผู้กำกำการ และ พ.ต.ท.สรภพ หมื่นกันยา สารวัตรสืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น
เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ พญ.ฐิติพร สิริวชิรชัย หัวหน้ากลุ่มงานสูตินรีเวชกรรม รพ.ขอนแก่น และนางสายัณห์ นาควิเชียร พยาบาลวิชาชีพ พาตรวจสอบเตียงผู้ป่วยที่ 24 ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเคาน์เตอร์ของเจ้าหน้าที่มากนัก พบผู้เสียหายคือ น.ส.กัลย์สุดา สำแดง อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76 หมู่ 7 ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น อยู่ในอาการตื่นตระหนกและร้องไห้ตลอดเวลา โดยมีนายสมบูรณ์ สำแดง อายุ 72 ปี พ่อผู้เสียหายคอยปลอบใจอยู่ใกล้ๆ
ต่อมา พญ.ฐิติพร แถลงว่า น.ส.กัลย์สุดา เป็นชาวขอนแก่น เดินทางเข้าไปทำงานที่กรุงเทพฯ ตั้งใจกลับมาคลอดบุตรที่บ้านเกิด เข้ามาโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เวลา 23.15 น. คลอดบุตรวันที่ 11 กุมภาพันธ์ เวลา 06.04 น. เป็นเด็กเพศหญิง น้ำหนัก 2,870 กรัม สุขภาพแข็งแรง โดยพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 2 วัน
กระทั่งวันที่ 13 กุมภาพันธ์ เวลา 08.00 น. แพทย์ได้เข้าตรวจสุขภาพแม่และทารก ขณะนั้นแม่เข้าห้องน้ำโดยไม่ได้แจ้งบอกกับพยาบาลไว้ ส่วนเด็กยังนอนหลับอยู่ แพทย์จึงไปตรวจแม่รายอื่น จนถึงเวลา 08.10 น. น.ส.กัลย์สุดาแจ้งว่าลูกสาวหายไป เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจึงประสานไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อสกัดคนร้าย พร้อมตรวจสอบจากกล้องวงจรปิด ซึ่งอาคารราชนครินทร์มีกล้องวงจรปิดทั้งหมด 6 จุด สามารถจับภาพคนร้ายได้ 2 จุด
"กล้องสามารถจับภาพเห็นคนร้ายอย่างชัดเจน เวลา 07.42 น. เป็นหญิงวัยกลางคน อายุประมาณ 35-40 ปี รูปร่างอ้วน ผิวคล้ำ รวบผม สูงประมาณ 160 เซนติเมตร สวมเสื้อสีขาว-ดำ สวมเสื้อนอกสีขาวทับ ใส่กางเกงขาสั้นถึงเข่า เดินเข้ามาแล้วอุ้มเด็กออกไปทางประตูด้านหลัง ลงบันได ไปขึ้นรถนิสสันบิ๊กเอ็ม รุ่นเก่า ตอนเดียว สีน้ำเงิน ทะเบียนไม่ชัดเจน โดยพบว่ามีชายอายุประมาณ 40-45 ปี เป็นคนขับนั่งรออยู่ในรถ ขับออกจากโรงพยาบาลทางประตู 4 ซึ่งเป็นด้านหลังโรงพยาบาล เวลา 08.10 น. ซึ่งพยาบาลและ รปภ.ของโรงพยาบาลบอกว่าเห็นชายหญิงลักษณะดังกล่าวขับรถออกไป แต่ไม่ได้เอะใจ นึกว่าเป็นญาติมาเยี่ยมผู้ป่วยในโรงพยาบาล" พญ.ฐิติพร กล่าว
พญ.ฐิติพร กล่าวอีกว่า จากการสอบถาม น.ส.กัลย์สุดา ทราบว่าหญิงคนดังกล่าวได้มาวนเวียนอยู่ที่ตึกสูติกรรมก่อนวันเกิดเหตุ โดยเฉพาะห้องสูติกรรม 1 คาดว่าจะมาดูทารกไว้ก่อน เมื่อ น.ส.กัลย์สุดาสอบถามหญิงคนดังกล่าวว่า "มาเยี่ยมญาติเตียงไหน" คนร้ายตอบว่า "มาเยี่ยมที่เตียงอีกล็อกหนึ่งที่อยู่ฝั่งตรงข้าม" โดยพูดภาษากลางแต่ออกสำเนียงอีสาน การก่อเหตุครั้งนี้รวดเร็วมาก ใช้เวลาเพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้น
ด้าน น.ส.กัลย์สุดา กล่าวว่า ตนทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ จนเมื่อครบกำหนดคลอดจึงตัดสินใจกลับบ้านเกิด ลูกคนนี้เป็นคนที่สอง ตั้งใจให้ชื่อเล่นว่า "สตางค์ " เพื่อให้สอดคล้องกับลูกชายคนโต อายุ 3 ขวบ ที่ชื่อ "สตั๊น" ก่อนเกิดเหตุช่วงเช้าเจ้าหน้าที่ได้แจ้งหมดเวลาเยี่ยมคนไข้ให้ญาติออกจากห้องทั้งหมด จึงมีคนเดินกันขวักไขว่ ระหว่างนั้นรู้สึกปวดท้องจึงวางลูกสาวไว้บนเตียง เห็นว่ามีญาติของเตียงอื่นอยู่จึงวางใจ จากนั้นเดินเข้าห้องน้ำไป พอกลับมาไม่เห็นลูก จึงสอบถามใครก็ไม่เห็น จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ช่วยกันตามหา จนรู้ว่าคนร้ายอุ้มหนีไปแล้ว
"เห็นภาพแล้วรู้สึกตกใจมาก เพราะเป็นคนที่นั่งอยู่เตียงข้างกัน แล้วเรานึกว่าเป็นญาติ มารู้ทีหลังว่าไม่ใช่ ที่ผ่านมาเห็นหญิงคนนี้เดินเข้าออกเตียงนั้นเตียงนี้มา 2 วันแล้ว ชวนพูดคุยตีสนิท อ้างว่ามาเยี่ยมหลานที่เพิ่งคลอด เคยมาขออุ้มลูกสาวของฉันด้วย บอกว่าน่ารักดี ไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนร้าย" น.ส.กัลย์สุดากล่าวทั้งน้ำตา
ส่วนนายสมบูรณ์ เล่าว่า ทำงานอยู่ที่ จ.ร้อยเอ็ด เมื่อคืนก่อนลูกโทรศัพท์มาบอกว่าหลานสาวคลอดแล้ว จึงเดินทางกลับบ้านที่ขอนแก่น เพื่อมารอรับขวัญหลานที่เพิ่งเกิด วันนี้ได้ไปซื้อหาจัดเตรียมข้าวปลาอาหารไว้เตรียมเลี้ยงฉลอง และคอยรับขวัญหลานที่กำลังจะกลับบ้าน แต่กลับมาเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นเสียก่อน รู้สึกตกใจและเสียใจมาก กลัวหลานจะเป็นอันตราย
ส่วนแนวทางการสืบสวนตำรวจ เชื่อว่าคนร้ายน่าจะทำเป็นขบวนการ เพราะมีการวางแผนอย่างดีด้วยการเข้ามาตีสนิทเดินแฝงตัวในโรงพยาบาลหลายวันเพื่อดูลาดเลา ทั้งนี้ ตำรวจได้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน อสม.ให้ช่วยสืบสวนหาตัวคนร้ายรายนี้ และให้ช่วยกระจายข่าวไปในกลุ่มชาวบ้าน รวมทั้งร้านค้าต่างๆ หากพบคนมาซื้อของใช้เด็กอ่อน หรือพาเด็กไปฉีดยาต่างๆ ให้รีบแจ้งเบาะแส เชื่อว่าขณะนี้คนร้ายยังกบดานอยู่ใน จ.ขอนแก่น ไม่น่าจะหลบหนีไปได้ไกล คาดว่าอีก 1-2 วัน น่าจะออกหมายจับได้



