
แฉเล่ห์แก๊งแขกขาว"ฉกเงิน"ในธนาคาร
...ภาพจากกล้องวงจรปิดของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาบุรีรัมย์ เผยให้เห็นใบหน้าชายคล้ายแขกขาว เข้ามาทำทีตีสนิท คล้ายเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร หยิบเงินที่วางไว้หน้าจุดบริการเคาน์เตอร์มานับใช้เวลาเพียง 20 วินาที แขกขาวคนนี้วางเงินลงไว้ที่ต
ช่วงบ่ายวันที่ 9 กุมภาพันธ์ นายนิวัฒน์ หาสุข อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 75 หมู่ 5 ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ และภรรยา ได้เดินทางเข้ามาในตัวเมืองเพื่อนำเงินสดจากการขายอ้อยในพื้นที่ 11 ไร่ ที่รวบรวมได้ 102,000 บาท มาชำระหนี้เงินกู้ของธนาคาร หลังจากกู้ยืมไปลงทุนปลูกอ้อย และตั้งใจว่าจะปลดภาระหนี้สินให้หมดในปีนี้
นายนิวัฒน์ย้อนเหตุการณ์ว่า วันนั้นลูกค้าเข้ามาติดต่อกับธนาคารเป็นจำนวนมาก หลังรับบัตรคิวได้นำสมุดธนาคารออกมาจากกระเป๋าคาดเอว ที่ภายในยังมีเงิน 102,000 บาท ที่เตรียมมาใช้หนี้ ธ.ก.ส. จนเมื่อถึงคิวรอรับบริการบริเวณหน้าเคาน์เตอร์ จึงวางเงินสดไว้รอยื่นเจ้าหน้าที่ แต่เจ้าหน้าที่ย้ำให้นับเงินทั้งหมดใหม่อีกครั้ง ก่อนจะเดินออกไปทำธุระหลังเคาน์เตอร์ ระหว่างที่กำลังนับเงิน มีชายต่างชาติรูปร่างสูงใหญ่ คล้ายชาวอาหรับหรือแขกขาว แต่งตัวภูมิฐาน เข้ามาตีสนิท พร้อมกับเอื้อมมือหยิบเงินสดไปจากมือ และพูดด้วยภาษาไทยกระท่อนกระแท่นว่าจะสอนวิธีการนับเงินให้ ตอนแรกก็ตกใจที่มาหยิบเงินไป แต่คิดว่าเป็นพนักงานธนาคารที่เข้ามาให้บริการลูกค้า เวลาผ่านไปเพียง 20 วินาที แขกขาวส่งคืนเงินให้ก่อนจะเดินออกไปจากธนาคารอย่างรวดเร็ว ด้วยความเอะใจจึงรีบนับเงินใหม่อีกครั้ง จึงพบว่าเงินสดหายไป 2.8 หมื่นบาท
“รู้สึกท้อแท้และเสียใจที่เงินจากการขายอ้อยตั้งใจจะใช้หนี้ให้หมด กลับมาถูกมิจฉาชีพฉกไปต่อหน้าต่อตา หวังจะหมดหนี้ แต่ก็ต้องมาเริ่มต้นกู้เงินไปลงทุนกันอีก ธนาคารเองต้องเพิ่มระบบรักษาความปลอดภัยให้แก่ลูกค้า ส่วนใหญ่ก็เป็นชาวไร่ ชาวนา ตาสี ตาสา คิดว่ามีคนมาช่วยก็หลงดีใจ ว่าเป็นบริการของธนาคาร หวังว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะเกิดกับผมเป็นรายแรกและรายสุดท้าย" นายวิวัฒน์ กล่าว
พ.ต.อ.รุทธพล เนาวรัตน์ ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ ยอมรับว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ทำให้ตำรวจไม่มีข้อมูลพบเห็นการเข้ามากระทำผิดของกลุ่มชาวต่างชาติ จึงได้ระดมตำรวจชุดสืบสวนมือดีเร่งหาหลักฐาน ตรวจสอบทั้งโรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหารอิสลาม และกล้องวงจรปิดในเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะใช้เป็นเส้นทางหลบหนี แต่คาดว่าหลบหนีไปกบดานในจังหวัดอื่นแล้ว ซึ่งได้ประสาน สภ.ต่างๆ ให้ช่วยในการติดตามเบาะแส เพื่อนำไปสู่การจับกุมมาดำเนินคดีให้ได้
“คาดว่าจะทำเป็นขบวนการ และน่าจะเคยก่อเหตุในพื้นที่อื่นมาแล้ว เพราะมีความชำนาญลงมืออย่างรวดเร็ว โดยมีพฤติกรรมเชื่อว่าจะเข้ามาสังเกตพฤติกรรมเหยื่อภายในธนาคาร ก่อนเลือกเหยื่อที่เป็นลูกค้าซึ่งเป็นชาวบ้านธรรมดา แล้วทำทีขอช่วยนับเงินและแอบฉกเงินไปอย่างรวดเร็วโดยที่เจ้าของเงินไม่ทันได้เห็น ส่วนปัญหาขณะนี้ ต้องเร่งนำภาพไปตรวจสอบ และทำให้ภาพจากกล้องวงจรปิดชัดเจนจนสามารถเห็นหน้าคนร้ายได้ชัดเจนมากขึ้น เพื่อจะได้นำไปเผยแพร่ให้ประชาชนได้ช่วยสอดส่องอีกแรง” พ.ต.อ.รุทธพลกล่าว
ด้าน นายนิยม รัตนเย็นใจ ผอ.ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จ.บุรีรัมย์ ชี้แจงว่า ทันทีที่รู้ว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพกล้าเข้ามาหลอกชาวบ้าน ได้ประชาสัมพันธ์ประกาศแจ้งเตือนผู้บริหารและพนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรทุกแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้ช่วยกันเฝ้าระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่อาจจะก่อเหตุซ้ำ และที่ผ่านมาธนาคารไม่เคยมีนโยบายจัดเจ้าหน้าที่ออกไปให้บริการนอกเคาน์เตอร์ และหากพบเห็นมีบุคคลใดมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
“ระยะนี้ธนาคารให้บริการจ่ายเงินแก่เกษตรกรในโครงการต่างๆ ของภาครัฐ ทั้งโครงการการประกันรายได้เกษตรกร เงินช่วยเหลือน้ำท่วม อีกทั้งมีเกษตรกรเข้ามาจ่ายหนี้ ฝากเงินและถอนเงิน จึงทำให้มีเกษตรกรเข้ามาติดต่อขอรับเงินเป็นจำนวนมาก ทุกวันจะเข้ามาใช้บริการกว่า 1,000 คน ทำให้พนักงานดูแลไม่ทั่วถึง ประกอบกับลูกค้าส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร อาจจะเข้าใจว่าทางธนาคารได้จัดเจ้าหน้าที่ไว้ให้บริการด้านนอกเคาน์เตอร์ จึงเป็นช่องให้คนร้ายเข้ามาก่อเหตุได้ง่ายขึ้น” นายนิยมระบุ
- กวินทรา ใจซื่อ -



