
ทภ.4เปิดยุทธการไล่ล่า-ยึดปืนส่งหน่วยรบปูพรมเทือกเขาบูโด
ในขณะที่สมรภูมิชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.ศรีสะเกษ กำลังร้อนระอุด้วยไฟสงคราม อีกสมรภูมิที่สามจังหวัดชายแดนใต้ก็ปะทุขึ้นมาเป็นระยะ คล้ายจะต้องการแย่ง "ชิงพื้นที่ข่าว" แบบไม่ลดราวาศอกให้แก่ข่าวการรบที่บูรพาทิศแม้แต่น้อย
ค่ำวันที่ 10 กุมภาพันธ์ กลุ่มโจรเปิดฉากยิงถล่มด้วยปืนอาก้า และเผาชาวบ้านไทยพุทธ 3 คน คือ นายสวัสดิ์ เกื้อกูล อายุ 65 ปี นางอ่ำ เกื้อกูล อายุ 60 ปี และนางบุญเพียร ยังรักษ์ อายุ 53 ปี ที่เนินเขาเขตติดต่อหมู่ 5-หมู่ 6 ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี
แต่ย่ำรุ่งวันที่ 11 กุมภาพันธ์ กำลังรบสนธิกำลังร่วมกันระหว่างทหาร ตำรวจ และพลเรือน ที่เปิดยุทธการปิดล้อมพื้นที่ และไล่ล่ากลุ่มคนร้ายมาทั้งคืนก็ประสบความสำเร็จในปฏิบัติการ "จับตาย" คนร้าย 2 ศพ พร้อมยึดอาวุธปืนเอ็ม 16 ที่ถูกปล้นคืนมาได้ 4 กระบอก
จุดแรก ที่เชิงเขาบูโด ห่างหมู่บ้านสุไหงบาตู หมู่ 5 ต.ลุโบะสาวอ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ประมาณ 2 กิโลเมตร ทำให้ นายฮารง หะ อายุ 23 ปี เสียชีวิต 1 ศพ ในมือถือปืนเอ็ม 16 ซึ่งถูกปล้นไปจากกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อปี 2547
นอกจากนี้ ยังตรวจสอบพบปืนเอ็ม 16 จำนวน 2 กระบอก ที่ถูกปล้นไปจากฐานปฏิบัติการทหาร ร้อย. ร.15121 ฉก.นราธิวาส 38 หรือ "ฐานพระองค์ดำ" ซึ่งทำให้ ร.อ.กฤช คัมภีรญาณ ผบ.ร้อย.
ร.15121 เสียชีวิตพร้อมกำลังพลรวม 4 ศพ เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2554
จุดที่สอง ที่บริเวณบ้านนาดา หมู่ 3 ต.รือเสาะออก อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ที่เกิดเหตุพบคนร้ายที่ต้องรอการตรวจสอบรายชื่อ 1 คน พร้อมอาวุธปืนเอ็ม 16 อีก 1 กระบอก ซึ่งต้องตรวจสอบที่มาว่ามาจากค่ายกองพันพัฒนาที่ 4 หรือมาจากฐานพระองค์ดำ
พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวถึงยุทธการดังกล่าวว่า เป็นปฏิบัติการต่อเนื่องจากการที่ฝ่ายตรงข้ามก่อเหตุโจมตีฐานทหารของเรา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังเพื่อไล่ล่ากดดันคนร้ายอย่างต่อเนื่อง
"ปกติเราก็ปฏิบัติการทางทหารตลอดอยู่แล้วเพื่อจำกัดเสรีในการเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งที่ผ่านมาเราได้พยายามเปิดยุทธการทางการเมืองเพื่อเปิดโอกาสให้เขากลับใจ แต่ก็มีบางกลุ่มที่ไม่ยอมวางอาวุธ และก่อเหตุโจมตีเราตลอด"
พล.ท.อุดมชัย กล่าวว่า เมื่อฝ่ายตรงข้ามไม่ยอมกลับตัวกลับใจ และยังก่อเหตุทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ และเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง จึงมีความจำเป็นที่จะต้องเปิดยุทธการทางทหารเพื่อกดดันคนร้าย และนำอาวุธปืนที่ถูกปล้นไปกลับคืนมาให้ได้
อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในเบื้องต้นของยุทธการดังกล่าวเกิดจากการที่ประชาชนรู้สึกทนไม่ไหวที่ถูกกลุ่มคนร้ายปกครองด้วยปลายกระบอกปืนมานาน จึงมีการรวมตัวกันให้เบาะแสการเคลื่อนไหวของคนร้ายจนนำมาสู่การปะทะจับกุม พร้อมยึดอาวุธปืนดังกล่าว
พล.ท.อุดมชัยกล่าวถึงเทือกเขาบูโดซึ่งเป็นจุดซ่อนตัวของคนร้ายว่า จากการปฏิบัติการยังไม่พบฐานที่มั่นถาวร แต่จะเป็นในลักษณะของที่พักอาศัยชั่วคราว และเคลื่อนไหวไปเรื่อยๆ ส่วนเสบียงอาหารก็ใช้วิธีข่มขู่เอาจากชาวบ้านจนทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน และเริ่มรู้สึกทนไม่ไหว
แม่ทัพภาคที่ 4 ยังกล่าวถึงมาตรการคุ้มครองชุมชนไทยพุทธ และพระสงฆ์ในพื้นที่ว่า ขณะนี้ได้มีการเพิ่มความเข้มงวดในการวางกำลังเพื่อคุ้มครองประชาชนแล้ว และหากจุดไหนยังไม่มั่นใจในความปลอดภัยก็สามารถร้องขอกำลังจากเจ้าหน้าที่ให้มาดูแลได้
ส่วนเหตุการณ์ล่าสุดที่เหยื่อเป็น "ครู" ซึ่งเสียชีวิตเป็นจำนวนมากนั้น แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวย้ำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
"ครูที่อยู่ในเส้นทางการคุ้มครองของเจ้าหน้าที่ยังไม่เคยเสียชีวิตแม้แต่รายเดียว ส่วนใหญ่จะเกิดนอกเส้นทาง และเกิดนอกเวลาทำงานทั้งสิ้น จึงอยากให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเรา เพราะเจ้าหน้าที่คงไม่สามารถวางกำลังได้ทุกเส้นทาง"
แม่ทัพภาคที่ 4 ย้ำว่า เราพยายามอย่างเต็มที่ที่จะคุ้มครองชีวิตประชาชน ส่วนฝ่ายตรงข้ามก็เปิดโอกาสให้กลับตัวกลับใจ แต่ถ้ายังไม่ยอมวางอาวุธ และยังทำร้ายผู้บริสุทธิ์ก็คงต้องใช้ปฏิบัติการทางทหารที่อยู่ภายใต้กรอบของกฎหหมายที่ไม่กระทบกับงานทางการเมือง
ทั้งนี้ มีรายงานว่า ก่อนปฏิบัติการปูพรมไล่ล่าบนเทือกเขาบูโด กองทัพภาคที่ 4 ได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทุกหน่วยงานทั้งในพื้นที่และส่วนกลางเพื่อร่วมกันจัดตั้ง "หน่วยเฉพาะกิจพิเศษ" ภายใต้ชื่อยุทธการ "ที่บังคับการยุทธวิธีจังหวัดนราธิวาส"
เป้าหมายหลักของยุทธการ คือการติดตามไล่ล่าและแกะรอยกลุ่มคนร้ายที่เคลื่อนไหวใน จ.นราธิวาส โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีฐานปฏิบัติการร้อย.ร. 15121 ฉก.นราธิวาส 38 ทำให้ทหารพลีชีพไป 4 ศพ และได้อาวุธปืนเป็นจำนวนมาก
ยุทธการดังกล่าวจะเป็นการปฏิบัติการคู่ขนานไปกับแหล่งต้องสงสัยว่าจะเป็นแหล่งซุกซ่อน "ยาเสพติด" ที่มีการแพร่ระบาดอย่างมากในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเป็นการปราบปรามยาเสพติด และยังเป็นการ "ตัดวงจร" ที่จะเชื่อมโยงสู่เหตุความไม่สงบด้วย
คงต้องจับตาว่า การโหมเปิดยุทธการทางทหารอีกครั้งพร้อมๆ กับการรุกงานทางด้านมวลชน และมุ่งขจัดยาเสพติดไปพร้อมๆ กัน จะทำให้ไฟใต้ที่ปะทุแรงมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาลดระดับลงไปบ้างหรือไม่
ทีมข่าวความมั่นคง



