ข่าว

มาร์คพร้อมแจงทูตยูเนสโกที่ปะทะเขมร

มาร์คพร้อมแจงทูตยูเนสโกที่ปะทะเขมร

13 ก.พ. 2554

“อภิสิทธิ์” ลั่นพร้อมแจงปัญหาพิพาทไทย-เขมร กับทูตยูเนสโกหากทำหนังสือร้องขอ ยังเชื่อการเจรจาทวิภาคียุติปัญหา ไม่ห่วง “กัมพูชา”เข้าหาสหประชาชาติ-ไม่ร่วมประชุมเจบีซีกับไทยปลายก.พ.

       (13ก.พ.) เมื่อเวลา 09. 45 น. ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (ช่อง 11) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ(ยูเนสโก) แต่งตั้งนายโคอิจิโร มัตสึอุระ อดีตผู้อำนวยการยูเนสโก เป็นทูตพิเศษดูแลเกี่ยวกับเรื่องปราสาทพระวิหาร ว่า ถ้าจะมีการส่งทูตพิเศษมาจริง ยูเนสโกควรทำหนังสือขออนุญาตมาถึงฝ่ายไทยก่อน แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ทำหนังสือแจ้งเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นทางการมาจากยูเนสโก อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีการประสานงานโดยเราได้ให้ข้อเท็จจริงต่างๆ

ตนยังยืนยันว่าเราแนะนำว่านี่จะเป็นการเพิ่มความตรึงเครียด ดังนั้น ถ้ามีปัญหาอะไรทุกฝ่ายก็น่าจะนำข้อมูลมาพูดคุยกัน ทั้งนี้ตนเข้าใจว่าเขาอยากได้ข้อมูลหรืออยากทราบว่าในพื้นที่เป็นอย่างไร แต่ขณะนี้เขาคงต้องตระหนักว่าการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความตรึงเครียดขึ้น เพราะฉะนั้นการดำเนินการใดๆต้องคำนึงถึงความละเอียดอ่อนของสถานการณ์ ซึ่งรัฐมนตรีของไทยทั้ง 2 คน และนายอัษฎา ชัยนาม ประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม(เจบีซี)ไทย-กัมพูชา ฝ่ายไทย ที่ได้เดินทางไป ก็ได้สื่อสารเรื่องนี้กับทางยูเนสโกแล้ว และตนจะทำหนังสือเพิ่มเติมไปถึงยูเนสโก

 ผู้สื่อข่าวถามว่าท่าทีดังกล่าวของยูเนสโกดูเหมือนเข้าข้างฝ่ายกัมพูชามากกว่าหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ใช่ เพราะขณะนี้เขามีทั้ง 2 ทาง โดยมีส่วนที่เขามองเห็นว่าความตรึงเครียดที่เกิดขึ้นมาจากผลพวงเรื่องดังกล่าว แต่ก็เป็นธรรมดาที่เมื่อเขารับจดทะเบียนเป็นมรดกโลก เขาก็ต้องอยากรู้ว่าผลกระทบในพื้นที่เป็นอย่างไร แต่เราต้องให้ข้อมูลแก่เขาไปเรื่อยๆ นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมเราต้องเดินหน้าทำความเข้าใจในเวทีระหว่างประเทศ   ซึ่งตนมั่นใจว่าจะสามารถยับยั้งความพยายามของกัมพูชาที่จะยกระดับปัญหาไปสู่สากล เพราะขณะนี้อาเซียนได้แสดงท่าทีชัดว่าถ้าจะมีคนอื่นนอกจากไทยกับกัมพูชา ต้องมาในฐานะผู้ให้การสนับสนุนให้มีการพูดคุยกัน และอาเซียนยังได้ประชุม ดังนั้น ในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกันต้องเป็นเวทีแรกที่ต้องดูแลกัน

 เมื่อถามว่า กรณีที่กัมพูชาแจ้งว่าจะไม่เข้าร่วมการประชุมเจบีซีไทย-กัมพูชาช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนทราบมาตั้งแต่วันที่สมเด็จฯฮุน เซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ปราศรัย แต่ยังไม่มีหนังสือจากกัมพูชาแจ้งเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าเรื่องนี้เป็นการเดินเกมของกัมพูชาที่ชัดเจนและต้องทำอยู่แล้ว เพราะหากไม่ใช้วิธีนี้ประเทศกัมพูชาก็จะไม่มีเรื่องใดๆ ไปพูดกับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ(ยูเอ็นเอสซี)

 " หากเขาไม่ทำ ก็จะไม่สามารถใช้กลไกทวิภาคีได้ ซึ่งนี่เป็นแนวทางที่ชัดเจนของฝ่ายกัมพูชา แต่เรายืนยันว่ายังมีการประชุมดังกล่าวอยู่ และเราพร้อมที่จะพูดคุย อีกทั้ง อาเซียนแสดงจุดยืนว่าอยากให้ 2 ฝ่ายพูดคุยกัน นอกจากนี้ผมเชื่อว่ายูเอ็นเอสซีก็ต้องมองเห็นอย่างนั้น” นายกฯ กล่าว

 เมื่อถามว่ามีปัจจัยใดที่จะทำให้กัมพูชากลับสู่โต๊ะเจรจาระดับทวิภาคี นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าทุกองค์กรแสดงท่าทีชัดเจนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ควรกลับมาคุยในระดับทวิภาคีโดยอาจมีคนช่วยประสานงานหรืออำนวยความสะดวกให้ แต่เนื้อหาสาระของเรื่องเป็นสิ่งที่ 2 ฝ่ายต้องว่ากัน  

        เมื่อถามถึงความเป็นห่วงที่ว่าประเทศมหาอำนาจจะหนุนหลังกัมพูชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราพยายามทำความเข้าใจกับทุกประเทศ

 เมื่อถามว่าแม้เจบีซีอาจจะเป็นประโยชน์ในเรื่องช่องทางเจรจาแบบทวิภาคี แต่กัมพูชากดดันไทยในการเร่งรัดผลักดันเรื่องนี้ให้เร็วขึ้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็ต้องยอมรับว่ามีกระบวนการของรัฐสภา และการพิจารณารับรองบันทึกผลการประชุมเจบีซีก็ค้างอยู่ในสภามากว่า 2 ปี   ทั้งนี้ตนทราบจากนายเจริญ คันธวงศ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานการประชุมกรรมาธิการวิสามัญร่วมพิจารณาบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม(เจบีซี)ไทย-กัมพูชา 3 ฉบับ ว่ารัฐสภาสามารถพิจารณาเรื่องนี้ได้ในอาจจะใน 2 -3 สัปดาห์ข้างหน้า จึงถือว่ากระบวนการนี้ก็เดินต่อ แต่กัมพูชาคงจะไปร้องว่าช้าเหลือเกิน

 เมื่อถามว่าถ้าภายในประเทศต้องมาเดินทางเรื่องนี้ต่อ การทำความเข้าใจกับผู้ชุมนุมที่เขาคัดค้านอยู่จะยิ่งเพิ่มแรงกดดันมากขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา คือกระบวนการในการเจรจาในตัวของมันเองไม่เป็นปัญหา นักวิชการ ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งถูกอ้างว่าต่อต้าน จริงๆ เขาไม่ได้ต่อต้าน เพียงแต่ว่าเขาขอให้มีความชัดเจนเท่านั่นเองว่ากระบวนการเจรจาของประเทศไทย ไม่ไปยอมรับสิ่งที่ไม่ควรจะยอมรับและขอให้ยึดประโยชน์ของประเทศ เช่น บริเวณนั้นให้ยึดเรื่องสันปันน้ำ เขาก็คิดเท่านี้ แต่การเจรจาต้องทำได้ เพราะถ้าไม่ทำก็ยิ่งยุ่งเข้าไปใหญ่ เมื่อวานตนได้ย้ำไปแล้วว่าก่อนหน้านี้มีคนไปแสดงความคิดเห็นว่าไม่ต้องไปกลัวหรอกเรื่องของประเทศอื่น องค์กรอื่นเข้ามาไม่ได้ วันนี้มันก็พิสูจน์แล้วว่าไม่จริง พอมันเกิดเหตุขึ้นในโลกสมัยใหม่ ทุกองค์กรก็วิ่งเข้ามา จะด้วยเจตนาอะไรก็แล้วแต่ ฉะนั้นเราต้องระมัดระวังและสามารถปกป้องประโยชน์ของประเทศ แต่ต้องมีความรอบคอบในเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ

 เมื่อถามว่า ผู้คัดค้านคิดว่าเจบีซีทำให้ประเทศเสียเปรียบ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้โดยที่เราต้องเอาบันทึกข้อตกลงเข้าทุกครั้ง และแม้กระทั่งจะมีข้อตกลงอะไรก็ต้องมาผ่านสภา ก็สามารถที่จะตั้งข้อสังเกตในคณะกรรมาธิการของรัฐสภา เข้าใจว่ามีการเชิญผู้เชี่ยวชาญ ที่ร่วมอยู่ในการเคลื่อนไหวตรงนี้ด้วย เราก็บอกแล้วว่าให้รวบรวมข้อสังเกตมาทั้งหมดแล้วนำเสนอต่อสภา

 เมื่อถามต่อว่าแต่มีการส่งบันทึกการประชุมเจบีซีฯ 2 ฉบับ ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้ไป เห็นว่ายังมีปัญหาอยู่ ซึ่งประธานรัฐสภาได้ทักท้วง หรือสอบถามเพิ่มเติมมาว่าตัวญัตติมีปัญหาใด เป็นเรื่องของผู้เสนอญัตติกับทางประธาน เท่ากับว่าตอนนี้ยังไม่มีการส่ง ส่วนจะไม่ส่งแล้วหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ ขึ้นอยู่กับประธาน และผู้เสนอญัตติ

 เมื่อถามว่า หากยังมีปัญหาอยู่อย่างนี้ แล้วที่บอกว่าจะผลักดันกรอบเจบีซีได้ภายใน 2 - 3 สัปดาห์จะทำได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยกเว้นถูกส่งไป แล้วถูกระงับ แต่โดยข้อเท็จจริงการประชุมเจบีซียังทำได้อยู่ ไม่ได้ต้องรอ เพียงแต่ก่อนหน้านี้กัมพูชาแสดงท่าทีว่าถ้าประชุมแล้ว บันทึกไม่ได้รับการรับรอง เขาก็ไม่อยากประชุม เขาก็กังวลว่าประชุมแล้วมันก็ย้อนกลับมาประชุมใหม่ แต่เรายืนยันได้ว่าสามารถเดินได้

 ส.ส.ปชป.-พรรคร่วมเตรียมยื่นหนังสือยูเนสโก
      
 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ ( 14 ก.พ.) เตรียมยื่นหนังสือต่อยูเนสโก เพื่อคัดค้านแผนบริหารจัดการบริเวณโดยรอบปราสาทพระวิหาร และเรียกร้องให้ชะลอแผนบริหารจัดการดังกล่าว ฯ ออกไปก่อน ซึ่งหนังสือดังกล่าวได้รับการสนับสนุนโดย ส.ส.จากพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคร่วมกว่า 100 คน เพื่อกู้ศักดิ์ศรีไทยบนเวทีโลก โดยในหนังสือระบุสาระสำคัญ ใน 3 ส่วน ได้แก่ 1. คำให้สัมภาษณ์สมเด็จฮุน เซ็น ที่กล่าวว่าไม่สำคัญว่าประเทศใดเริ่มยิงก่อน  2. คำให้สัมภาษณ์นายทหารของกองทัพทหารกัมพูชา 3. ภาพกองทัพทหารกัมพูชาที่วางกำลังบริเวณปราสาทพระวิหาร ที่ขัดเงื่อนไขที่ระบุในแผนบริหารจัดการฯ ที่ห้ามให้มีกองทัพทหารในพื้นที่ที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า หลักฐานดังกล่าวจะย้อนศรไปยังกัมพูชาและทำให้ต่างชาติรู้ถึงพฤติกรรมที่แท้จริงของผู้นำกัมพูชา ที่มีความพยายามดึงองค์การระหว่างประเทศเข้ามาร่วมแก้ไขปัญหา โดยถึงเวลาแล้วที่กลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะแสดงเอกภาพในแนวทางที่ประเทศไทยได้ย้ำกับต่างชาติร่วมกัน

 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ส.ส.กทม. กล่าวเสริมว่า เรามีมติตรงกันถึงแนวทางที่จะช่วยคลี่คลายปัญหาไทย-กัมพูชา กมธ.กิจการชายแดนไทย และกมธ.ต่างประเทศ ต้องยึดตามกรอบบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทย - กัมพูชา ว่าด้วยการปักปันเขตแดนทางบก (เอ็มโอยู) ปี 2543 และกลไกการเจรจาภายใต้กรอบการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย - กัมพูชา (เจบีซี)