
มาร์คสั่งตรึงดีเซล30บ.ยาวถึงเมษายน
นายกฯ แจงเหตุตรึงราคาดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาท ป้องกันไม่ให้สินค้าแพงขึ้น เผยใช้เงินอีกหมื่นล้านตรึงราคาจนถึงสิ้นเมษายน ยันฐานะกองทุนน้ำมันยังเป็นบวก ระบุเปลี่ยนส่วนผสมดีเซลบี 3 เป็นบี 2 ทำให้มีเงินเพิ่ม 600 ล้านต่อวัน บางจากนำร่องขายบี 2 วันที่ 14 กุมภาพัน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ ”เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” ถึงการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะปัญหาสินค้าราคาแพงที่มีแรงกดดันมาจากราคาน้ำมันตลาดโลกที่สูงขึ้นว่า รัฐบาลตั้งเป้าหมายจะมีมาตรการหรือกลไกต่างๆ มาดูแลไม่ให้ราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มเกินลิตรละ 30 บาท เพราะหากเกิน 30 บาท จะเป็นชนวนที่ทำให้สินค้าอุปโภคบริโภค นำเรื่องต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น มาเป็นข้ออ้างเพื่อขอขึ้นราคา จึงใช้กองทุนน้ำมันเข้าไปตรึงราคาไว้ โดยในขั้นแรกใช้เงินไป 5,000 ล้านบาทเพื่อตรึงราคาถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ แต่ปรากฏว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกยังพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) จึงประชุมและมีมติให้ใช้เงินในกองทุนน้ำมันตรึงราคาน้ำมันดีเซลต่อไปจนถึงสิ้นเดือนเมษายน
“วันที่เข้ามาเป็นนายกฯ กองทุนน้ำมันติดลบและเป็นหนี้หลักหมื่นล้าน แต่ช่วงเวลาที่ราคาน้ำมันตลาดโลกค่อนข้างต่ำได้สะสมเงินเข้ากองทุน จนขณะนี้มีประมาณ 2 หมื่นกว่าล้าน โดยคาดว่าการตรึงราคาไปจนสิ้นเมษายนจะใช้เงินประมาณหมื่นกว่าล้าน ดังนั้นฐานะของกองทุนก็ยังเป็นบวก แต่หากราคาน้ำมันในตลาดโลกยังพุ่งสูงก็จะมาประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์อีกครั้ง" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นอกจากนั้น กพช.ยังได้พิจารณาปรับการใช้น้ำมันไปโอดีเซล จากเดิมใช้น้ำมันดีเซลบี 3 อยู่ก็จะปรับลดเป็นบี 2 จนถึงสิ้นเดือนมีนาคม ซึ่งจะทำให้มีเงินไหลเข้ากองทุนอีกเดือนละ 600 ล้านบาท นอกจากนี้ยังช่วยในเรื่องการใช้ส่วนผสมจากน้ำมันปาล์มน้อยลง ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการขาดแคลนน้ำมันปาล์มได้
นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก ปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า วันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้บางจากจะทยอยขายน้ำมันดีเซลบี 2 ในส่วนของปั๊มที่ขายบี 3 หมดแล้ว ซึ่งจะเป็นบี 2 หมดทุกปั๊มนั้นต้องใช้เวลาเพราะต้องระบายสต๊อกเก่าให้หมด โดยบางจากมียอดขายดีเซลอยู่ที่ 5 ล้านลิตรต่อวัน
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงการขยายเวลาตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตรออกไปสิ้นสุดดือนเมษายนว่า เป็นมาตรการที่รัฐบาลช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน แต่ก็เชื่อว่าจะเป็นเพียงมาตรการระยะสั้น เพื่อไม่ให้เสียสมดุล ซึ่งหากราคาน้ำมันในตลาดโลกยังปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ทางกพช. คงจะหาแนวทางที่ดีที่สุดในการดูแลราคาน้ำมัน โดยยอมรับว่าราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีราคาสูงขึ้นเป็นปัจจัยที่มีผลต่อภาวะเศรษฐกิจไทยในปีนี้



