ข่าว

คาร์บอมบ์กลางยะลาจนท.ปชช.เจ็บ18

คาร์บอมบ์กลางยะลาจนท.ปชช.เจ็บ18

13 ก.พ. 2554

คาร์บอมบ์กลางเมืองยะลา ทหาร-ชาวบ้านเจ็บ 18 คน แรงระเบิดทำบ้านเรือนประชาชนวอด 12 หลัง เผยวงจรปิดจับภาพคนร้ายขับกระบะมาจอดก่อนกดรีโมทบึ้มทหารขณะขับรถผ่าน ด้านแม่ทัพภาค 4-ผู้ว่าฯยะลา ยอมรับมีข่าวแจ้งเตือนถึงการก่อเหตุมาก่อนหน้านี้ สั่งปรับแผนเผชิญเหตุใหม่ทั้

เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ ศูนย์วิทยุ สภ.เมืองยะลา รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดบริเวณถนน ณ นคร เยื้องธนาคารนครหลวง เขตเทศบาลนครยะลา มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก จึงรายงานให้ พ.ต.อ.กฤษฎา แก้วจันดี ผกก.สภ.เมืองยะลา รับทราบ จากนั้นจึงนำกำลังตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด และเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

 เมื่อถึงที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ช่วยกันลำเลียงผู้บาดเจ็บที่เป็นทหาร และประชาชนจำนวน 18 คน ส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา ทราบชื่อคือ ส.อ.ชานนท์ สองแก้ว พลทหารวรินรันต์ จันทร์ดี ส.ต.ชาติชาย ประไมยะ ทหารสังกัด ฉก.ยะลา 14 นายเดชณรงค์ พันโท น.ส.อังคณาค์ ภัทรพงศ์ น.ส.ชลัยพร เรือนธรรม นายสมศักดิ์ รักพงษ์ นางศิริพร เรือนธรรม นางทักษิณา วงศ์จุมปู ด.ช.นิลพัทธ แก้วเกาะสะบ้า นายหมู แซ่เสี้ยว นายสุวัฒน์ ไตยรงค์เจริญสุข นายสมมาตร บุญรุ่ง นางปภาดา ผิวเกลี้ยง นายธนันต์ ฉั่วพานิชย์ นางเตือนใจ กลัดทอง และยังไม่ทราบชื่ออีก 1 คน

 จากนั้นจึงเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเบื้องต้นพบว่า แรงระเบิดทำให้ไฟลุกไหม้อาคารร้านค้าบริเวณจุดเกิดเหตุเสียหายจำนวน 12 หลัง เจ้าหน้าที่จึงวิทยุระดมขอรถดับเพลิงจากเทศบาลนครยะลา เทศบาลตำบลลำใหม่ และเทศบาลตำบลโกตาบารูเข้ามาดับไฟที่กำลังโหมไหม้อย่างหนัก เนื่องจากในละแวกดังกล่าวเป็นบ้านไม้ค่อนข้างเก่า จึงไม่สามารถเข้าตรวจสอบได้ 

 นอกจากนี้แรงระเบิดยังทำให้รถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่บริเวณดังกล่าวเสียหาย 10 คัน รถกระบะเสียหาย 2 คัน ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ยังพบรถยนต์น 1 คัน สภาพไฟลุกท่วมทั้งคันที่บริเวณกลางถนน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นรถที่คนร้ายใช้คาร์บอมบ์เพื่อก่อเหตุดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมาถึงที่เกิดเหตุ จึงระดมกำลังฉีดน้ำ เพื่อดับเพลิงที่กำลังลุกไหม้อาคารบ้านเรือน โดยเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

 แหล่งข่าวจากชุดสืบสวนระบุว่า การก่อเหตุของคนร้ายครั้งนี้ กล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุสามารถบันทึกภาพคนร้ายขณะก่อเหตุไว้ได้ทั้งหมด โดยเมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. คนร้ายขับรถกระบะดีแมคซ์มาจอดตรงจุดเกิดเหตุ จากนั้นลงจากรถเดินข้ามฝั่งไปยังด้านหน้าธนาคารนครหลวงไทย สาขายะลา กระทั่งเวลาประมาณ 09.50 น. ขณะที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 14 ขับรถกระบะอีซูซุ ทะเบียน บต 6817 ปัตตานี ผ่านมา คนร้ายจึงกดระเบิด ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารและชาวบ้านบาดเจ็บดังกล่าว ขณะนี้เจ้าหน้าที่นำภาพจากกล้องวงจรปิดมาเทียบกับกลุ่มคนร้ายเป้าหมายแล้ว

 “ส่วนระเบิดที่คนร้ายนำมาซุกซ่อนอยู่ในรถคันดังกล่าว เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊สปิคนิค 3 ลูก น้ำหนักรวมไม่ต่ำกว่า 20 กิโลกรัม เนื่องจากยังมีถังแก๊สปิคนิคบรรจุระเบิดกระเด็นออกจากตัวรถอีก 1 ถัง และไม่เกิดระเบิดขึ้น ส่วนการจุดชนวนเชื่อว่าเป็นระบบรีโมทคอนโทรล หรือระบบมือถือ” แหล่งข่าวคนเดิม กล่าว

 พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า การตอบโต้ของคนร้ายต่อเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นนั้น ก่อนหน้านี้มีข่าวแจ้งเตือนมาตลอด ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามติดตามเรื่องดังกล่าว แต่อาจจะมีจุดอ่อนที่ผิดพลาดจนได้ โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องขออภัยพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตามขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ปรับแผนการรักษาความปลอดภัย และการเผชิญเหตุใหม่ทั้งหมด เพื่อให้คนที่หลงผิดออกมาทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่รัฐ

 ด้านนายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวว่า เหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นส่งผลให้บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายไม่ต่ำกว่า 12 คูหา โดยทางจังหวัดยะลาพร้อมให้การเยียวยาผู้เสียในทุกๆ ด้าน ส่วนการเกิดเหตุในครั้งนี้ พบว่า ก่อนหน้านี้มีข่าวแจ้งเตือนมาโดยตลอด ตั้งแต่ช่วงเทศกาลปีใหม่ เทศกาลตรุษจีน ซึ่งทางจังหวัดได้ดูแลระมัดระวังมาโดยตลอด กระทั่งมาเกิดเหตุดังกล่าว

 “วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา มีข่าวแจ้งเตือนจากหน่วยงานความมั่นคงว่า จะมีการก่อนเหตุ โดยวันนี้คนร้ายใช้วิธีการหาเหยื่อเอารถมาจอดไว้ เมื่อมีรถเจ้าหน้าที่ขับผ่านจึงกดระเบิดขึ้น แต่บังเอิญว่ามีเศษไฟจากวัตถุระเบิดปลิวเข้าไปในบ้านเรือนราษฎร จึงทำให้เกิดเพลิงไหม้ ผมขอแสดงความเสียใจ และขอโทษประชาชนชาวยะลาด้วยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้" นายกฤษฎา กล่าว

 ส่วนเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยนั้น  ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลากล่าวว่า ได้กำชัยได้เจ้าหน้าที่ตั้งด่านจุดตรวจ พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทำการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ซึ่งทางจังหวัดได้กำหนดพื้นที่ในย่านชุมชน ย่านการค้า ย่านธุรกิจของชาวจีนกับชาวไทยพุทธเป็นกรณีพิเศษ ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคนร้ายมุ่งให้เกิดความแตกแยก โดยมุ่งมาทำร้ายชุมชนชาวไทยพุทธกับชุมชนคนจีน เพราะฉะนั้นเจ้าหน้าที่จึงต้องดูแลคนไทยพุทธ และคนจีนเป็นกรณีพิเศษ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำขึ้นอีก

 ขณะที่ นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา เปิดเผยว่า ได้ระดมรถดับเพลิงและเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมเพลิงที่ลุกไหม้ร้านค้าใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง เบื้องต้นพบว่า บ้านเรือนของชาวบ้านถูกเพลิงไหม้จำนวน 12 หลัง ความเสียหายไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุดได้เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งในพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงได้ประสานขอความร่วมมือตรวจสอบกล้องวงจรปิดของธนาคานครหลวงไทย สาขายะลา ที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุเพื่อตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ากล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพของผู้ต้องสงสัยและรถยนต์ต้องสงสัยไว้ได้ระดับหนึ่ง ขณะได้นำรถที่ซุกซ่อนวัตถุระเบิดคันดังกล่าวมาจอดไว้เวลาประมาณ 07.30 น. ก่อนที่จะเดินออกจากจุดเกิดเหตุ
 "เจ้าหน้าที่ได้เร่งนำภาพจากกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้ไปขยายผลหากลุ่มคนร้ายแล้ว พร้อมกันนี้ได้เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่ต่างๆ เพื่อแกะรอยหาเส้นทางที่มาที่ไปของรถที่คนร้ายนำมาซุกซ่อนวัตถุระเบิดว่ามาจากเส้นทางใด อีกทั้งหลังจากคนร้ายนำรถมาจอดทิ้งไว้แล้วใช้พาหนะใดในการหลบหนีเพื่อติดตามไปยังแหล่งนัดหมายหรือแหล่งกบดาน เบื้องต้นเชื่อว่าคนร้ายพุ่งเป้าทำร้ายเจ้าหน้าที่โดยตรง" นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว

 พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์เหตุคนร้ายนำรถยนต์ซุกซ่อนวัตถุระเบิดมาจอดที่หน้าร้านเฮนเบเกอรี่ ถนน ณ นคร เขตเทศบาลนครยะลาแล้วจุดชนวนด้วยคลื่นวิทยุสื่อสารทำให้บ้านเรือนเสียหายอย่างหนักจำนวน 12 หลัง พบว่าพฤติกรรมการก่อเหตุของคนร้ายในครั้งนี้มีสิ่งที่ผิดปกติไปจากเดิมเกิดขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของแรงระเบิดที่คนร้ายตั้งใจนำน้ำมันมาเป็นส่วนหนึ่งในการจุดชนวนให้เกิดเป็นเพลิงไหม้เผาผลาญบ้านเรือนของราษฎรที่อยู่นพื้นที่เกิดเหตุ เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นการจงใจของคนร้ายที่พุ่งเป้าทำลายบ้านเรือนของชาวบ้าน ที่ส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้เก่าแก่ของชุมชนดังกล่าว

 "แรงระเบิดดังกล่าวมีอานุภาพรุนแรงจริงเฉพาะในส่วนของพื้นที่จุดที่เกิดระเบิด แต่เมื่อเทียบความรุนแรงที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ พบว่าความเสียหายส่วนใหญ่เกิดจากเพลิงที่ลุกไหม้และลามไปยังจุดอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียงอย่างรวดเร็วและรุนแรง ซึ่งเป็นผลมาจากเชื้อเพลิงน้ำมันที่ถูกสาดมาพร้อมกับแรงของระเบิดทำให้เกิดเปลวไฟลุกไหม้ในทุกทิศทางจนยากต่อการเข้าควบคุมเพลิงไว้ได้ ทำให้เชื่อว่าคนร้ายมีเป้าหมายที่จะเผาทำลายบ้านเรือนที่อยู่ในย่านชุมชนแห่งนี้ไปพร้อมกับการดักทำร้ายเจ้าหน้าที่ที่ต้องผ่านเส้นทางนี้เป็นประจำ" พ.อ.บรรพต กล่าว

 โฆษกกอ.รมน.ภาค 4 กล่าวอีกว่า ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจำนวน 18 ราย ล่าสุดแพทย์อนุญาตให้ทยอยกลับบ้านได้แล้ว เหลือผู้บาดเจ็บที่อยู่รักษาตัวอีกประมาณ 7 ราย โดยในจำนวนนี้มีเจ้าหน้าที่ทหารฉก.ยะลาได้รับบาดเจ็บสาหัส เนื่องจากผิวหนังตามร่างกายกว่า 50% ถูกไฟเผาจนไหม้เกรียม จึงต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

รมว.กลาโหมชี้เป็นการแก้แค้นจนท.รัฐ

 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึง กรณีที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบลอบวางระเบิด บริเวณธนาคารนครหลวงไทยจ.ยะลา ว่า ทาง ผบ.ทบ.ได้รับรายงานเรียบร้อยแล้ว ซึ่งน่าจะเกี่ยวเนื่องจากกรณีที่ทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการกวาดล้างที่หลบซ่อนของผู้ก่อความไม่สงบบนเขา และได้จับผู้ก่อความไม่สงบได้และทำครั้งที่มีการจับได้ เขาก็จะแก้แค้นในลักษณะนี้ แต่ครั้งนี้เขาใช้คาร์บอมในการวางระเบิด โดยใช้รถยนต์ จึงเป็นสาเหตุให้ทหารบาดเจ็บประมาณ3คนและประชาชนเป็นจำนวนมาก เราคงต้องระมัดระวัง และทาง ผบ.ทบ ได้เน้นย้ำให้ใช้เครื่องมือในการตรวจจับให้มากขึ้น และก็ได้ดำเนินการไปแล้ว   อย่างไรก็ตามเราต้องแก้สถานการณ์ไปตามกรณีและพยายามดูแลให้เกิดความปลอดภัยกับกำลังของฝ่ายเราให้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนผู้บริสุทธิ์ ทั้งนี้ ผบ.ทบ.ในฐานะที่เป็นรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(กอ.รมน.) ก็ดูแลในเรื่องนี้และได้มีการติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด

โฆษกกอ.รมน.เผยนายก-รมว.กห.ห่วง

 พล.ต.ดิษฐพร ศศะสมิต โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบลอบวางระเบิด บริเวณธนาคารนครหลวงไทยจ.ยะลา จนมีผู้บาดเจ็บจำนวนมากว่า หากเราดูแลและป้องกันเป็นอย่างดี ก็จะสามารถสกัดกั้นเหตุการณ์ต่างได้ แต่เหตุการณ์ในวันนี้ถือเป็นเรื่องที่ผู้พยายามจะก่อเหตุรอจังหวะที่เจ้าหน้าที่เผลอหรือมีช่องโหว่ในการดำเนินการ ในส่วนของยานพาหนะที่นำมาใช้ค่อนข้างใหม่ จึงทำให้เจ้าหน้าที่ไม่ได้คาดคิดว่าจะใช้รถคันใหม่มาระเบิดทิ้ง เพราะที่ผ่านมาจะใช้รถเก่า เราก็เพ่งเล็งแต่ในส่วนนั้น ทั้งนี้ ทางนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกนายกรัฐมนตรีและพล.อ.ประวิตร ได้มีความห่วงใยกำลังพลและประชาชนในพื้นที่และกำชับผ่านมาทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ว่าให้หน่วยปฏิบัติในพื้นที่เพิ่มมาตรการดูแลให้เข้มงวด อย่าประมาทในเรื่องต่างๆที่ฝ่ายตรงข้ามต้องการจะลวงเจ้าหน้าที่ เช่น การที่เขาเคยใช้รถเก่าๆในการดำเนินการมาตลอดและเปลี่ยนมาใช้รถใหม่ เจ้าหน้าที่จึงไม่สงสัย ดังนั้นเจ้าหน้าที่ต้องระแวงต้องสงสัยตลอดเวลา จะประมาทไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพึ่งผ่านช่วงเทศกาลตรุษจีนมา เราก็อาจจะตายใจ คิดว่าเมื่อเลยช่วงเวลานั้นมาแล้วอาจจะผ่อนได้ ไม่มีอะไร  

 พล.ต.ดิษฐพร กล่าวว่า ในส่วนเรื่องการปฏิบัติ เขาตั้งใจจะทำกับหน่วยทหารอยู่แล้ว แต่บังเอิญพื้นที่ตรงนั้น เป็นช่วงเวลาที่เหมาะในการดำเนินการและทำให้เกิดการบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามยังไม่ทราบจำนวนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่แน่ชัด แต่ประมาณ10คนขึ้นไป และจากเหตุการณ์ดังกล่าวเราต้องมีความเข้มงวดให้มากขึ้น เพราะวัตถุระเบิดจำนวนมากที่นำมาก่อเหตุไปเอามาทางไหน อย่างไร รวมถึงต้องตรวจสอบยานพาหนะที่ผ่านเข้าออกในพื้นที่ต่างๆให้มากขึ้น ซึ่งฝ่ายตรงข้ามพยายามเปลี่ยนยุทธวิธีในการก่อเหตุตลอด พอเจ้าหน้าที่เพ่งเล็งเรื่องหนึ่ง เขาก็จะหมุนไปทำอีกเรื่องหนึ่ง เช่น เราสนใจเรื่องการยิงเจ้าหน้าที่ เขาก็จะหันไปเผาโรงเรียน ระเบิดเสาไฟฟ้า ซึ่งฝ่ายตรงข้ามพยายามสร้างเหตุใหม่ๆหมุนเวียนไปมา เราเป็นฝ่ายดูแลก็ค่อนข้างลำบาก เพราะบางอย่างเป็นเป้าหมายอ่อนแอ ดูแลตัวเองไม่ได้ เช่น วางระเบิดตู้โทรศัพท์ คนผ่านไปมาก็เกิดระเบิด ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถดูแลตู้โทรศัพท์ได้ทุกตู้ รวมทั้งพื้นที่บางพื้นที่ที่มีช่วงเวลาอ่อนการดูแลหรือเจ้าหน้าที่สายตรวจพึ่งผ่านไป เขาก็จะเริ่มวางระเบิด ดังนั้นคนพยายามก่อเหตุก็รู้อยู่แล้วว่าเข่าจ้องรอเวลาที่สะดวกในการดำเนินการ